มรณวิทยา (บาลีวันละคำ 5,003)

มรณวิทยา
วิทยาศาสตรยังไม่มีวิชาแก้ตาย
อ่านว่า มอ-ระ-นะ-วิด-ทะ-ยา ก็ได้
อ่านว่า มะ-ระ-นะ-วิด-ทะ-ยา ก็ได้
ประกอบด้วยคำว่า มรณ + วิทยา
(๑) “มรณ”
บาลีอ่านว่า มะ-ระ-นะ รากศัพท์มาจาก มรฺ (ธาตุ = ตาย) + ยุ ปัจจัย, แปลง ยุ เป็น อน (อะ-นะ), แปลง น เป็น ณ
: มรฺ + ยุ > อน = มรน > มรณ แปลตามศัพท์ว่า “ความตาย”
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “มรณ” ว่า death, as ending this [visible] existence, physical death; dying (ความตาย, ในฐานสิ้นชีวิต [ที่เห็นได้] นี้, ความตายทางกาย; การถึงแก่กรรม)
“มรณ” ในภาษาไทยใช้เป็น “มรณ-” (มีคำอื่นมาสมาสข้างท้าย) “มรณ์” และ “มรณะ” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“มรณ-, มรณ์, มรณะ : (คำนาม) ความตาย, การตาย. (ป., ส.). (คำกริยา) ตาย.”
(๒) “วิทยา”
บาลีเป็น “วิชฺชา” อ่านว่า วิด-ชา รากศัพท์มาจาก วิทฺ (ธาตุ = รู้) + ณฺย ปัจจัย, ลบ ณฺ, แปลง ทฺย (คือ (วิ)-ทฺ + (ณฺ)-ย) เป็น ชฺช + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์
: วิทฺ + ณฺย = วิทฺณย > วิทฺย > วิชฺช + อา = วิชฺชา แปลตามศัพท์ว่า “ธรรมชาติที่รู้” หรือ “ตัวรู้” หมายถึง ความรู้, ปัญญาหยั่งรู้ (knowledge; transcendental wisdom)
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “วิชฺชา” ว่า science, study, higher knowledge (วิทยาศาสตร์, การศึกษา, ความรู้ชั้นสูง)
บาลี “วิชฺชา” สันสกฤตเป็น “วิทฺยา”
โปรดสังเกตว่า ในขั้นตอนการกลายรูปของบาลี เป็น “วิทฺย” ก่อนแล้วจึงเป็น “วิชฺช”

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –
“วิทฺยา : (คำนาม) วิทยา, พุทธิ; ศึกษา; ศาสตร์; พระทุรคาเทวี; ต้นไม้; มายาคุฏิกา; ยาเม็ดวิเศษหรือลูกอมอันสำเร็จด้วยเวทมนตร์ ใส่ปากบุทคลเข้าไปอาจจะบันดาลให้บุทคลขึ้นสวรรค์หรือเหาะได้; knowledge; learning; science; the goddess Durgā; a tree; a magical pill, by putting which in to the mouth a person has the power of ascending to heaven or traversing the air.”
อย่างไรก็ตาม ในคัมภีร์บาลี คำว่า “วิชฺชา” มักใช้ในความหมายเฉพาะ คือหมายถึงญาณปัญญาที่บรรลุได้ด้วยการฝึกจิต
“วิชฺชา” ถ้าคงรูปบาลี ในภาษาไทยใช้ว่า “วิชา” (ตัด ช ออกตัวหนึ่ง)
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“วิชา : (คำนาม) ความรู้, ความรู้ที่ได้ด้วยการเล่าเรียนหรือฝึกฝน, เช่น วิชาภาษาไทย วิชาช่าง วิชาการฝีมือ. (ป. วิชฺชา; ส. วิทฺยา).”
“วิชา” ตามความหมายในภาษาไทย ตรงกับคำว่า “สิปฺป” (สิบ-ปะ) ที่เราเอามาใช้ว่า “ศิลปะ”
“สิปฺป” ในบาลีหมายถึง ความสามารถที่จะกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เป็นผลสำเร็จได้ กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า ทำได้ทำเป็นไม่ว่าจะในเรื่องอะไร นั่นแหละคือ “สิปฺป–ศิลปะ” หรือ “วิชา” ตามที่เข้าใจกันในภาษาไทย
“วิทยา” ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“วิทยา : (คำนาม) ความรู้, มักใช้ประกอบกับคำอื่น เช่น วิทยากร วิทยาคาร จิตวิทยา สังคมวิทยา. (ส.).”
มรณ + วิทยา = มรณวิทยา แปลตามศัพท์ว่า “ความรู้เกี่ยวกับความตาย”
คำว่า “มรณวิทยา” ยังไม่ได้เก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554
ขยายความ :
คำว่า “มรณวิทยา” เป็นศัพท์ที่มีผู้บัญญัติขึ้นจากคำอังกฤษว่า Thanatology
ข้อมูลภาพรวมโดย AI บอกความหมายของ “มรณวิทยา” ไว้ดังนี้ –
…………..
มรณวิทยา (Thanatology) คือการศึกษาเชิงสหวิทยาการเกี่ยวกับความตาย การตาย และการสูญเสีย โดยครอบคลุมมุมมองด้านจิตวิทยา สังคม วัฒนธรรม และชีววิทยา เป้าหมายหลักคือการทำความเข้าใจความตายและกระบวนการตายเพื่อลดความวิตกกังวล ช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายและครอบครัวในการรับมือกับความสูญเสีย (Grief) และการจัดการด้านความอาลัย …
…………..
หลักคำสอนในพระพุทธศาสนาที่สอดคล้องกับ “มรณวิทยา” น่าจะเป็น “มรณสติ” 1 ในอนุสติ 10
ผู้สนใจใฝ่รู้พึงศึกษาได้จากอนุสสติกัมมัฏฐานนิทเทส วิสุทธิมรรค ภาค 2 หน้า 1-14
…………..
ดูก่อนภราดา!
: เตรียมตัวตายตั้งแต่ยังหนุ่มสาว คือคนฉลาด
: แน่ใจหรือว่าท่านมีโอกาสไปเตรียมเอาเมื่อแก่?
——————
ภาพประกอบ: จากโพสต์ของ Zamah Sib Oon
#บาลีวันละคำ (5,003)
22-2-69
…………………………….
…………………………….
