บาลีวันละคำ

ทันติน (บาลีวันละคำ 5,025)

ทันติน

ไม่ใช่ทันมือทันตีนเหมือนคำไทย

แต่รู้ไว้ก็ดี

อ่านว่า ทัน-ติน 

ทันติน” เป็นรูปคำสันสกฤตว่า “ทนฺตินฺ” โปรดสังเกต –ตินฺ มีจุดใต้ นฺ 

ทนฺตินฺ” บาลีเป็น “ทนฺตี” รากศัพท์มาจาก ทนฺต + อี ปัจจัย

(๑) “ทนฺต” 

อ่านว่า ทัน-ตะ รากศัพท์มาจาก –

(1) ทา (ธาตุ = ตัด) + อนฺต ปัจจัย, “ลบสระหน้า” คือลบ อา ที่ ทา (ทา > )

: ทา + อนฺต = ทานฺต > ทนฺต แปลตามศัพท์ว่า “อวัยวะเป็นเครื่องตัดอาหาร” 

(2) ทสฺ (ธาตุ = กิน) + อนฺต ปัจจัย, ลบ สฺ ที่สุดธาตุ (ทสฺ > )

: ทสฺ + อนฺต = ทสนฺต > ทนฺต แปลตามศัพท์ว่า “อวัยวะเป็นเครื่องกินอาหาร” 

(3) ทมฺ (ธาตุ = ข่ม) + ปัจจัย, แปลง มฺ ที่สุดธาตุเป็น นฺ (ทมฺ > ทนฺ)

: ทมฺ + = ทมนฺต > ทนฺต แปลตามศัพท์ว่า “อวัยวะที่ข่ม” (คือขบกัด)

ทนฺต” (ปุงลิงค์) หมายถึง ฟัน, งา, เขี้ยว, โดยเฉพาะอย่างยิ่งงาช้าง; งา (a tooth, a tusk, fang, esp. an elephant’s tusk; ivory)

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ดังนี้ –

ทันต-, ทันต์ ๑ : (คำแบบ) (คำนาม) ฟัน, งาช้าง เช่น เอกทันต์. (ป., ส.).”

(๒) ทนฺต + อี ปัจจัยในตัทธิต

แนะนำ “ตัทธิต” พอเป็นอุปนิสัยปัจจัย :

คำว่า “ตัทธิต” อ่านว่า ตัด-ทิด หมายถึงคำนามจำพวกหนึ่งที่ใช้ “ปัจจัย” แทนศัพท์ (นึกถึงหลักที่ว่า “บาลีเป็นภาษาที่มีวิภัตติปัจจัย”) 

เช่นคำว่า “ธมฺมิก” (ทำ-มิ-กะ) แปลว่า “ประกอบด้วยธรรม” 

คำที่แปลว่า “ธรรม” บาลีว่า “ธมฺม” (ทำ-มะ)

คำที่แปลว่า “ประกอบ” บาลีว่า “นิยุตฺต” (นิ-ยุด-ตะ) 

เมื่อพูดว่า “ประกอบด้วยธรรม” คำบาลีก็ควรจะเป็น “ธมฺมนิยุตฺต” แต่เราไม่เห็นคำว่า “นิยุตฺต” เพราะใช้ “อิก” (อิ-กะ) ปัจจัยแทน 

ธมฺม + อิก = ธมฺมิก แปลว่า “ประกอบด้วยธรรม” นั่นคือ “อิก” ใช้แทนคำว่า “นิยุตฺต” (ประกอบ)

ธมฺมิก” จึงเป็นคำที่เรียกว่า “ตัทธิต” คือ คำที่ใช้ปัจจัยแทนศัพท์

ตัทธิต” มีหลายชนิด มีชื่อต่าง ๆ กัน ชนิดหนึ่งมีชื่อว่า “ตทัสสัตถิตัทธิต” (ตะ-ทัด-สัด-ถิ-ตัด-ทิด) มีความหมายว่า ตัทธิตที่ใช้ปัจจัยแทนคำว่า “อตฺถิ” (อัด-ถิ แปลว่า มี)

ตทัสสัตถิตัทธิตมีปัจจัย 9 ตัว คือ วี, , สี, อิก, อี, , วนฺต, มนฺตุ, นักเรียนบาลีท่องจำว่า วี/ สะ/ สี/ อิกะ/ อี/ ระ/ วันตุ/ มันตุ/ ณะ

อี” เป็นปัจจัยตัวหนึ่งในตทัสสัตถิตัทธิต ใช้แทนคำว่า “อตฺถิ” = มี

หมายเหตุ: ยังไม่ต้องเข้าใจมากกว่านี้ และที่ว่ามานี้ก็ไม่ต้องจำให้ “รกสมอง” อ่านไว้พอเป็นอุปนิสัยปัจจัยเท่านั้น

: ทนฺต + อี = ทนฺตี (ทัน-ตี) แปลตามศัพท์ว่า “ผู้มีงา” (งาของผู้นั้นมีอยู่ ดังนั้น ผู้นั้นจึงชื่อว่า “ทนฺตี” = ผู้มีงา) หมายถึง สัตว์ที่มีฟันปรากฏออกมาให้เห็น

สัตว์ทั่วไปก็มีฟัน แต่เรามักไม่ได้เห็นเพราะฟันอยู่ในปาก แต่สัตว์ชนิดนี้มีฟันงอกออกมาให้เห็นได้ สิ่งที่งอกออกมานั้นจะเป็นฟันหรือเป็นอะไรก็ตาม แต่อยู่ที่บริเวณปาก เราจึงเรียกสิ่งนั้นว่า “ทนฺต” ซึ่งปกติก็แปลว่า “ฟัน” แต่ “ทนฺต” ของสัตว์ชนิดนี้ ภาษาไทยเรียกว่า “งา” และมักเรียกควบกับชื่อสัตว์ชนิดนั้น คือเรียกว่า “งาช้าง”

ดังนั้น “ทนฺตี” = ผู้มีงา จึงหมายถึง “ช้าง”

บาลี “ทนฺตี” สันสกฤตเป็น “ทนฺตินฺ” 

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ –

ทนฺตินฺ : (คำวิเศษณ์) ‘ทันติน’ อันมีฟันหรือเขี้ยวงา; toothed or tusked;- (คำนาม) ช้าง; บรรพต; an elephant; a mountain.”

โปรดสังเกต: ในสันสกฤต “ทนฺตินฺ” นอกจากแปลว่า ช้าง แล้ว ยังแปลว่า บรรพต คือภูเขาอีกด้วย

เคยได้ฟังคำอธิบายของผู้รู้ ท่านบอกว่า ที่ “ทนฺตินฺ” แปลว่า ภูเขา ก็มาจากช้างนั่นเอง คือช้างเป็นสัตว์ที่มีร่างกายใหญ่โต เราไปยืนอยู่ใกล้ช้างจะรู้สึกเหมือนอยู่ใกล้ภูเขา ดังนั้น “ทนฺตินฺ” ที่แปลว่า ช้าง จึงหมายถึงภูเขาไปด้วย เท็จจริงประการใดพึงพิจารณาโดยโยนิโสมนสิการเทอญ

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บไว้เป็น “ทันติน” ตามรูปสันสกฤต และ “ทันตี” ตามรูปบบาลี บอกไว้ว่า – 

ทันติน, ทันตี : (คำแบบ) (คำนาม) สัตว์ที่มีงา คือ ช้าง. (ส. ทนฺตินฺ; ป. ทนฺตี).”

หมายเหตุ: “คำแบบ” หมายถึง คำที่ใช้เฉพาะในหนังสือ ไม่ใช่คำพูดทั่วไป 

…………..

ทันติน” แม้จะไม่ใช่คำพูดทั่วไป คือไม่ได้ใช้พูดกันในชีวิตประจำวัน แต่เรียนรู้ไว้ก็คงไม่ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว

…………..

ดูก่อนภราดา!

: สพฺพํ  สุตมธีเยถ

หีนมุกฺกฏฺฐมชฺฌิมํ

สพฺพสฺส  อตฺถํ  ชาเนยฺย

น  จ  สพฺพํ  ปโยชเย

โหติ  ตาทิสโก  กาโล

ยตฺถ  อตฺถาวหํ  สุตํ.

: ควรเรียนวิชาทุกอย่าง

ไม่ว่าจะเรื่องชั่ว เรื่องดี เรื่องกลาง ๆ

ควรรู้ประโยชน์ของวิชาทุกอย่าง

แต่ไม่ควรใช้ทุกอย่าง

เวลาเช่นใดที่วิชาจะใช้ประโยชน์ได้

เวลาเช่นนั้นมีแน่

ที่มา: มูสิกชาดก ปัญจกนิบาต พระไตรปิฎกเล่ม 27 ข้อ 817

#บาลีวันละคำ (5,025) 

16-3-69 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้