ญาติ – ปวารณา (บาลีวันละคำ 5,026)

ญาติ – ปวารณา
คือใครในภาษาพระวินัย
(๑) “ญาติ”
บาลีอ่านว่า ยา-ติ รากศัพท์มาจาก ญา (ธาตุ = รู้) + ติ ปัจจัย
: ญา + ติ = ญาติ แปลตามศัพท์ว่า “ผู้อันเขารู้กันว่าเป็นใคร”
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “ญาติ” ว่า a relation, relative (ญาติ, พี่น้อง)
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“ญาติ, ญาติ– : (คำนาม) คนในวงศ์วานที่ยังนับรู้กันได้ทางเชื้อสายฝ่ายพ่อหรือฝ่ายแม่. (ป.).”
ท่านว่า “ญาติ” มี 2 ประเภท คือ –
1 คนที่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด คือ “ญาติสาโลหิต”
2 คนที่รู้จักกัน ซึ่งอาจใช้คำเรียกว่า “ญาติมิตร”
(๒) “ปวารณา”
อ่านว่า ปะ-วา-ระ-นา รากศัพท์มาจาก ป (คำอุปสรรค = ทั่วไป, ข้างหน้า) + วรฺ (ธาตุ = ขอ, ปรารถนา, ห้าม) + ยุ ปัจจัย, แปลง ยุ เป็น อน (อะ-นะ), แปลง น เป็น ณ, ทีฆะ อะ ที่ ว-(รฺ) เป็น อา (วรฺ > วาร), + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์
: ป + วรฺ = ปวร + ยุ > อน = ปวรน > ปวารน > ปวารณ + อา = ปวารณา
คำว่า “ปวารณา” แปลตามศัพท์ว่า –
(1) “กิริยาเป็นเหตุให้ปรารถนาปัจจัย” = การยอมให้ขอ คือ รับปากว่าเมื่อต้องการสิ่งใดๆ ก็ให้บอก จะจัดหาให้ตามที่รับปากไว้
(2) “กิริยาเป็นเหตุให้ขอร้องสงฆ์เป็นต้น ด้วยเรื่องต่างๆ เช่นเรื่องที่ได้เห็นเป็นต้น” = การยอมให้ว่ากล่าวตักเตือน คือ เมื่อได้เห็นด้วยตนเองว่าทำไม่ถูกไม่ควร หรือไม่ได้เห็น แต่ได้ฟังมาจากคนอื่น หรือแม้ไม่ได้เห็นและไม่ได้ฟังมาจากใคร แต่นึกสงสัยขึ้นมาเอง ก็เปิดโอกาสให้เตือนหรือให้ทักท้วงได้
(3) “การห้ามที่ประกอบด้วยองค์ประกอบ” = การปฏิเสธเมื่อมีเหตุอันควร เช่น รับประทานพอแก่ความต้องการแล้ว แม้เห็นอาหารที่อร่อยก็ไม่ตามใจปาก
ในสันสกฤต สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน มีคำว่า “ปฺรวารณ” บอกไว้ดังนี้ –
(สะกดตามต้นฉบับ)
“ปฺรวารณ : (คำนาม) ‘ประวารณะ, ประวารณ์,’ ทานหรือของให้อันเปนที่พอใจ; การห้าม, การขัดขวาง, การต่อต้าน; a desirable gift; prohibition, objection, opposition.”
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “ปวารณา” ไว้ดังนี้ –
(1) the Pavāraṇā, a ceremony at the termination of the Vassa (ปวารณา, พิธีกรรมที่กระทำในวันออกพรรษา)
(2) satisfaction (ความพอใจ)
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต บอกความหมายของ “ปวารณา” ไว้ว่า –
1. ยอมให้ขอ, เปิดโอกาสให้ขอ
2. ยอมให้ว่ากล่าวตักเตือน, เปิดโอกาสให้ว่ากล่าวตักเตือน, ชื่อสังฆกรรมที่พระสงฆ์ทำในวันสุดท้ายแห่งการจำพรรษา คือ ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ เรียกว่า วันมหาปวารณา โดยภิกษุทุกรูปจะกล่าวปวารณา คือ เปิดโอกาสให้กันและกันว่ากล่าวตักเตือนได้ (มีรายละเอียดต่อไปอีก)
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“ปวารณา : (คำกริยา) ยอมให้ภิกษุสามเณรขอหรือเรียกร้องเอาได้ เช่น ขอของจากผู้ปวารณา ใบปวารณา; บอกยอมให้ใช้ได้ด้วยความเต็มใจ เช่น ขอปวารณาจะใช้อะไรก็บอก; พิธีกรรมทางศาสนายอมให้สงฆ์ว่ากล่าวตักเตือนได้ ทําในวันขึ้น ๑๕ คํ่า เดือน ๑๑ ซึ่งเป็นวันออกพรรษา, เรียกวันออกพรรษาว่า วันปวารณา หรือ วันมหาปวารณา. (ป.).”
ในที่นี้ “ปวารณา” หมายถึงยอมให้ภิกษุสามเณรขอหรือเรียกร้องเอาได้
ขยายความ :
“ญาติ” คือใคร?
วิธีนับ “ญาติ” ในวินัย ท่านให้นับ 7 ชั้น คือ นับทางมารดาก็ดี ทางบิดาก็ดี ชั้นตนเองเป็น 1 ข้างบน 3 คือ 1 ชั้นพ่อแม่ 2 ชั้นปู่ย่าตายาย 3 ชั้นทวด, ข้างล่าง 3 คือ 1 ชั้นลูก 2 ชั้นหลาน 3 ชั้นเหลน รวมเป็น 7 ชั้น เรียกว่า 7 ชั่วคน หรือ 7 ชั่วโคตร
เขยสะใภ้ถ้าไม่ได้เป็นญาติตามเกณฑ์ที่กำหนดนี้ ในพระวินัยท่านไม่นับเป็นญาติ
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 มีคำว่า “เจ็ดชั่วโคตร” บอกไว้ดังนี้ –
“เจ็ดชั่วโคตร : (คำนาม) วงศ์สกุลที่สืบสายโลหิต ซึ่งนับตั้งแต่ตัวเองขึ้นไป ๓ ชั้น คือ ชั้นพ่อ ชั้นปู่ และชั้นทวด กับนับจากตัวเองลงมาอีก ๓ ชั้น คือ ชั้นลูก ชั้นหลาน และชั้นเหลน รวมเป็นเจ็ดชั่วโคตร ไม่นับผู้หญิงรวมด้วย.”
“ปวารณา” คืออย่างไร?
ในวินัยของสงฆ์ มีระเบียบว่า ภิกษุจะขอสิ่งของใด ๆ จากชาวบ้านมิได้ ยกเว้นขอกับคนที่เป็นญาติและคนที่ปวารณา คนที่เป็นญาติกัน แม้ไม่ได้ปวารณาไว้ก็เอ่ยปากขอได้ แต่คนที่ไม่ได้เป็นญาติกัน แม้จะรู้จักมักคุ้นขนาดไหน ถ้าเขาไม่เคยปวารณาไว้ จะเอ่ยปากขอมิได้ เขาต้องปวารณาไว้จึงจะขอได้
…………..
ดูก่อนภราดา!
: ความเอื้อเฟื้อยังอยู่ ศัตรูก็ยอมเป็นญาติ
: ความเอื้อเฟื้อขาด แม้ญาติก็เป็นศัตรู
#บาลีวันละคำ (5,026)
17-3-69
…………………………….
…………………………….
