อิสรนิมมานวาท (บาลีวันละคำ 5,028)

อิสรนิมมานวาท
เทวนิยมตัวจริง
อ่านว่า อิด-สะ-ระ-นิม-มา-นะ-วาด
แยกศัพท์เป็น อิสร + นิมมาน + วาท
(๑) “อิสร”
เขียนแบบบาลีเป็น “อิสฺสร” อ่านว่า อิด-สะ-ระ รากศัพท์มาจาก –
(1) อิ (ตัดมาจาก “อิฏฺฐ” = น่าปรารถนา) + อสฺ (ธาตุ = มี, เป็น) + อร ปัจจัย, ซ้อน สฺ ระหว่าง อิ + อสฺ
: อิ + สฺ + อสฺ = อิสฺส + อร = อิสฺสร แปลตามศัพท์ว่า “ผู้มี คือผู้เกิดในภูมิที่น่าปรารถนา” (อยากมี อยากเป็น อยากได้อะไร สมปรารถนาทั้งหมด ไม่มีใครขัดขวาง)
(2) อิสฺสฺ (ธาตุ = เป็นใหญ่) + อร ปัจจัย
: อิสฺส + อร = อิสฺสร แปลตามศัพท์ว่า “ผู้เป็นใหญ่”
(3) อีสฺ (ธาตุ = ครอบงำ) อร ปัจจัย, ซ้อน สฺ ระหว่าง อีสฺ + อร, รัสสะ อี ที่ อี-(สฺ) เป็น อิ (อีสฺ > อิสฺ)
: อีส > อิสฺ + สฺ + อร = อิสฺสร แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ครอบงำ” หมายถึงปกครอง
“อิสฺสร” ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –
(1) ผู้เป็นเจ้า, ผู้ปกครอง, ผู้เป็นนาย, หัวหน้า (lord, ruler, master, chief)
(2) พระเจ้าผู้สร้างโลก, พระพรหม (creative deity, Brahmā)
“อิสฺสร” ในภาษาไทยตัดตัวสะกดออกตัวหนึ่ง ใช้ว่า “อิสร”
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“อิสร-, อิสระ : (คำวิเศษณ์) เป็นใหญ่, เป็นไทแก่ตัว, เช่น อิสรชน, ที่ปกครองตนเอง เช่น รัฐอิสระ, ไม่ขึ้นแก่ใคร, ไม่สังกัดใคร, เช่น อาชีพอิสระ นักเขียนอิสระ.น. ความเป็นไทแก่ตัว เช่น ไม่มีอิสระ แยกตัวเป็นอิสระ. (ป. อิสฺสร; ส. อีศฺวร).”
(๒) “นิมมาน”
เขียนแบบบาลีเป็น “นิมฺมาน” (มีจุดใต้ มฺ ตัวหน้า) อ่านว่า นิม-มา-นะ รากศัพท์มาจาก นิ (คำอุปสรรค = เข้า, ลง) + มา (ธาตุ = วัด, เนรมิต, สร้าง) + ยุ ปัจจัย, แปลง ยุ เป็น อน (อะ-นะ), ซ้อน มฺ ระหว่างอุปสรรคกับธาตุ (นิ + มฺ + มา)
: นิ + มฺ + มา = นิมฺมา + ยุ > อน = นิมฺมาน แปลตามศัพท์ว่า “การเนรมิต” “สิ่งที่เนรมิตขึ้น” หมายถึง การวัด, การผลิต, การสร้าง, การทำงาน (measuring; production, creation, work)
ในภาษาไทยใช้เป็น “นิมมาน” อ่านว่า นิม-มาน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“นิมมาน : (คำนาม) การสร้าง, การแปลง, การทำ, การวัดส่วน. (ป.; ส. นิรฺมาณ).”
(๓) “วาท”
บาลีอ่านว่า วา-ทะ รากศัพท์มาจาก วทฺ (ธาตุ = พูด, กล่าว) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, ทีฆะ (ยืดเสียง) อะ ที่ ว-(ทฺ) เป็น อา (วท > วาท)
: วทฺ + ณ = วทณ > วท > วาท (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “คำเป็นเครื่องพูด”
คำว่า “วาท” ที่ใช้ในภาษาบาลีมีความหมายกว้างกว่าที่เราเข้าใจกันในภาษาไทย กล่าวคือ :
(1) การพูด, คำพูด, การคุย (speaking, speech, talk)
(2) สิ่งที่พูดกัน, ชื่อเสียง, คุณสมบัติ, ลักษณะพิเศษ (what is said, reputation, attribute, characteristic)
(3) การสนทนา, การทะเลาะกัน, การโต้เถียง, ความขัดแย้ง, การคัดค้าน (discussion, disputation, argument, controversy, dispute)
(4) คำสอน, ทฤษฎี, ความเชื่อ, หลักความเชื่อ, ลัทธิ, นิกาย (doctrine, theory put forth, creed, belief, school, sect)
บาลี “วาท” สันสกฤตก็เป็น “วาท”
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ –
(สะกดตามต้นฉบับ)
“วาท : (คำนาม) สิทธาวสาน, ประติพจน์, ผล; พจน์; ถ้อยคำของผู้อยากรู้ความจริง; ฟ้อง, ข้อหาหรือกล่าวโทษ; ศัพท์, เสียง; demonstrated conclusion, reply, result; discourse; the speech of one desirous to know the truth; a plaint, an accusation; sound.”
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“วาท, วาท– : (คำนาม) คำพูด, ถ้อยคำ; ลัทธิ, ความเห็น. (ป., ส.).”
ในภาษาไทย คำว่า “วาท” เรามักจะนึกถึงความหมายอย่างเดียว คือ “คำพูด” หรือ “การพูด” คือการเปล่งเสียงออกมาเป็นถ้อยคำ หรือกว้างออกไปถึงการเขียนก็มีบ้าง แต่มักเน้นที่การพูด หรือคำพูด
แต่ในภาษาบาลี คำว่า “วาท” มิได้หมายถึงเฉพาะคำพูดหรือการพูดอย่างเดียว แต่มีความหมายกว้างออกไปถึงการแสดงความคิดเห็น ตัวความคิดเห็นที่แสดงออกมา ความเชื่อและการปฏิบัติตามความเชื่อที่เรียกลัทธิหรือศาสนา ทัศนคติหรือความเข้าใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือในปัญหาหรือข้อถกเถียงอันใดอันหนึ่ง โดยไม่ได้เน้นที่วาจาถ้อยคำที่เปล่งเสียงออกมาหรือกิริยาที่แสดงออก กล่าวคือจะทำด้วยประการใด ๆ ก็ได้ที่ทำให้ใคร ๆ รู้และเข้าใจถึงความรู้สึกนึกคิดหรือความคิดเห็นของตน ทั้งหมดนี้รวมเรียกว่า “วาท” ได้ทั้งสิ้น
ในที่นี้ “วาท” หมายถึง คำสอน, ทฤษฎี, ความเชื่อ, หลักความเชื่อ, ลัทธิ, นิกาย
การประสมคำ :
๑ อิสฺสร + นิมฺมาน = อิสฺสรนิมฺมาน แปลว่า “การบันดาลของพระผู้เป็นเจ้า” หรือ “พระผู้เป็นเจ้าสร้าง”
๒ อิสฺสรนิมฺมาน + วาท = อิสฺสรนิมฺมานวาท (อิด-สะ-ระ-นิม-มิ-ตะ-วา-ทะ) แปลว่า “ลัทธิที่เชื่อว่าผลทุกอย่างที่มนุษย์ได้รับในชาตินี้เกิดจากการบันดาลของพระผู้เป็นเจ้า”
“อิสฺสรนิมฺมานวาท” ในที่นี้ใช้เป็น “อิสรนิมมานวาท”
ขยายความ :
“อิสรนิมมานวาท” มีที่มาจากคำว่า “เทวนิยม” ซึ่งพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 บอกไว้ว่า –
“เทวนิยม : (คำนาม) ลัทธิที่เชื่อว่ามีพระเป็นเจ้าผู้ทรงอำนาจยิ่งใหญ่ ทรงมีอำนาจครอบครองโลกและสามารถดลบันดาลความเป็นไปในโลก. (อ. theism).”
พจนานุกรมฯ บอกว่า “เทวนิยม” คำอังกฤษว่า theism
พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล theism เป็นบาลีว่า:
issaranimmānavāda อิสฺสรนิมฺมานวาท (อิด-สะ-ระ-นิม-มา-นะ-วา-ทะ) = ลัทธิที่เชื่อว่าสรรพสิ่งมีผู้ยิ่งใหญ่สร้างสรรค์
ผู้เขียนบาลีวันละคำเอาคำว่า “อิสฺสรนิมฺมานวาท” มาใช้ในภาษาไทยเป็น “อิสรนิมมานวาท”
…………..
พระพุทธศาสนาบอกว่า “วาท” หรือลัทธินอกพระพุทธศาสนามี 3 ลัทธิ คือ –
1. ปุพเพกตเหตุวาท : ลัทธิที่เชื่อว่าทุกอย่างที่มนุษย์ได้รับเกิดจากกรรมในอดีตชาติเป็นเหตุบันดาล = ลัทธิกรรมเก่า
2. อิสสรนิมมานเหตุวาท : ลัทธิที่เชื่อว่าทุกอย่างที่มนุษย์ได้รับเกิดจากพระเป็นเจ้าบันดาล = ลัทธิพระเจ้าบันดาล
3. อเหตุอปัจจัยวาท : ลัทธิที่เชื่อว่าทุกอย่างที่มนุษย์ได้รับหาเหตุผลไม่ได้ว่ามาจากไหน = ลัทธิหาตัวการไม่ได้
แถม :
มีผู้แสดงความเห็นว่า พระพุทธศาสนาก็เป็น “เทวนิยม” แบบหนึ่ง เพราะมีคำสอนเรื่อง “เทวตานุสติ” ซึ่งแปลว่า ระลึกถึงเทวดา
พึงเข้าใจให้ถูกต้องว่า “เทวตานุสติ” การระลึกถึงเทวดา หมายถึงระลึกถึงคุณธรรมที่เมื่อบุคคลประพฤติปฏิบัติแล้วเป็นเหตุให้ไปเกิดเป็นเทวดา
ไม่ได้หมายถึงระลึกถึงเทวดาหรือเทพในศาสนาต่าง ๆ แล้วทำพิธีเซ่นสรวงบูชาเพื่อให้เทพเหล่านั้นมาช่วยอำนวยพรให้ประสบความสุขความเจริญ ดังที่บางท่านเข้าใจและประพฤติกันอยู่ แล้วอ้างว่า นี่แหละคือเทวตานุสติที่พระพุทธเจ้าสอน
…………..
“เทวตานุสติ” หมายถึงระลึกถึงคุณธรรมที่เมื่อบุคคลประพฤติปฏิบัติแล้วเป็นเหตุให้ไปเกิดเป็นเทวดา ว่าคุณธรรมเช่นนั้นเรามีอยู่บ้างหรือเปล่า
“เทวนิยม” หมายถึง นับถือเทวดาในฐานะเป็นผู้ทรงอำนาจครอบครองโลกและสามารถดลบันดาลความเป็นไปในโลก
คนละอย่างกันนะจ๊ะ
…………..
ดูก่อนภราดา!
: ท่านจะเกณฑ์ให้ความจริงเป็นอย่างที่ท่านเชื่อ?
: หรือท่านจะปรับความเชื่อให้ตรงกับความจริง?
#บาลีวันละคำ (5,028)
19-3-69
…………………………….
…………………………….
