ปริสมณโฑ (บาลีวันละคำ 5,043)

ปริสมณโฑ
มณโฑที่น่ารัก
มีใครรู้จักบ้างไหม
อ่านว่า ปะ-ริ-สะ-มน-โท
ประกอบด้วยคำว่า ปริส + มณโฑ
(๑) “ปริส”
อ่านว่า ปะ-ริ-สะ รูปคำเดิมในบาลีเป็น “ปริสา” อ่านว่า ปะ-ริ-สา รากศัพท์มาจาก –
(1) ปริ (คำอุปสรรค = รอบ) + สิทฺ (ธาตุ = ปล่อย) + อ (อะ) ปัจจัย + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์, ลบ อิ และ ท ที่ สิทฺ (สิทฺ > ส)
: ปริ + สิทฺ = ปริสิทฺ + อ = ปริสิท > ปริส + อา = ปริสา แปลตามศัพท์ว่า “หมู่ที่มาโดยรอบ”
(2) ปริ (คำอุปสรรค = รอบ) + สิ (ธาตุ = คบหา) + อ (อะ) ปัจจัย + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์, ลบ อิ ที่ สิ (สิ > ส)
: ปริ + สิ = ปริสิ > ปริส + อ = ปริส + อา = ปริสา แปลตามศัพท์ว่า “ที่เป็นที่พบปะกันโดยรอบ”
“ปริสา” ในบาลีใช้ในความหมายว่า คนที่แวดล้อมอยู่, กลุ่มหรือหมู่ชน, ประชาชน, ชุมนุม, กลุ่มชน, พวกพ้อง, คณะหรือหมู่เหล่า, สมัชชา, สมาคม, ฝูงชน (surrounding people, group, collection, company, assembly, association, multitude)
บาลี “ปริสา” สันสกฤตเป็น “ปริษทฺ”
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ –
(สะกดตามต้นฉบับ)
“ปริษทฺ : (คำนาม) ‘บริษัท,’ สภา, ที่ประชุม ( = บันดาผู้ที่มาประชุม); an assembly, an audience or congregation, meeting.”
ปริสา > ปริษทฺ ภาษาไทยใช้อิงสันสกฤตเป็น “บริษัท” (บอ-ริ-สัด)
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“บริษัท : (คำนาม) หมู่, คณะ, เช่น พุทธบริษัท, ที่ประชุม เช่น จะพูดอย่างไรต้องดูบริษัทเสียก่อน; (คำที่ใช้ในกฎหมาย) รูปแบบการดำเนินกิจการธุรกิจเพื่อหากำไร ที่จัดตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคล โดยแบ่งทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าเท่า ๆ กัน มีผู้ถือหุ้นต่างรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ บริษัทมี ๒ ประเภท คือ บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด. (ส. ปริษทฺ; ป. ปริสา).”
(๒) “มณโฑ”
ภาษาไทยอ่านว่า มน-โท เขียนแบบบาลีเป็น “มณฺโฑ” (มีจุดใต้ ณฺ) รูปคำเดิมเป็น “มณฺฑ” อ่านตามเสียงบาลีว่า มัน-ดะ รากศัพท์มาจาก –
(1) มณฺฑฺ (ธาตุ = ประดับ) + อ (อะ) ปัจจัย)
: มณฺฑฺ + อ = มณฺฑ แปลตามศัพท์ว่า “ส่วนที่เป็นเครื่องประดับ”
มีรูปวิเคราะห์ (กระบวนการกระจายคำเพื่อหาความหมาย) ดังนี้
– มณฺฑติ อเนนาติ มณฺโฑ = เขาย่อมประดับด้วยส่วนนี้ เหตุนั้น ส่วนนี้จึงชื่อว่า “มณฺโฑ” (ส่วนที่เป็นเครื่องประดับ)
(2) มนฺ (ธาตุ = รู้) + ฑ ปัจจัย, แปลง นฺ เป็น ณ
: มนฺ + ฑ = มนฺฑ > มณฺฑ แปลตามศัพท์ว่า “ส่วนเป็นเหตุให้รู้”
มีรูปวิเคราะห์ ดังนี้
– มนติ เอเตนาติ มณฺโฑ = เขาย่อมรู้ด้วยส่วนนี้ เหตุนั้น ส่วนนี้จึงชื่อว่า “มณฺโฑ” (ส่วนเป็นเหตุให้รู้)
“มณฺฑ” ตามรากศัพท์นี้หมายถึง ส่วนยอด, สาระสำคัญ, หัวกะทิ, ส่วนบนของนมหรือเนย
(3) มํ (แทนศัพท์ว่า “รตฺตนฺธการ” = ความมืดในราตรี) + ฑิ (ธาตุ = กำจัด) อ (อะ) ปัจจัย, แปลงนิคหิตเป็น ณ (มํ > มณฺ), ลบสระที่สุดธาตุ (ฑิ > ฑ)
: มํ + ฑิ = มํฑิ > มณฺฑิ > มณฺฑ + อ = มณฺฑ แปลตามศัพท์ว่า “ผู้กำจัดความมืด”
มีรูปวิเคราะห์ ดังนี้
– มํ รตฺตนฺธการํ เฑติ วินาเสตีติ มณฺโฑ = เขาย่อมกำจัด คือทำความมืดให้หายไป เหตุนั้น จึงชื่อว่า “มณฺโฑ” (ผู้กำจัดความมืด)
“มณฺฑ” ตามรากศัพท์นี้หมายถึง แสงแดด, สิ่งที่ผ่องใส
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ บอกความหมายของ “มณฺฑ” ในบาลีไว้ดังนี้ –
(1) ความหมายปกติ: the top part, best part of milk or butter, etc. i. e. cream, scum (ส่วนบน, ส่วนที่ดีที่สุดของนมหรือเนย, ฯลฯ คือ หัวนม, นมที่ลอยอยู่เป็นฝา)
(2) ความหมายเชิงอุปมา: essence of, the pick of, finest part of anything (หัวกะทิ, ส่วนที่เลือกไว้ (ล้วนแต่ดี ๆ), ส่วนที่ดีที่สุด)
แถมภาษาไทย :
มุทิตา
ทีฆายุโก
ทูต
3 คำนี้มักมีผู้เขียนเป็น –
มุฑิตา
ฑีฆายุโก
ฑูต
โปรดทราบว่านั่นเป็นคำที่เขียนผิด
โปรดช่วยกันจำไว้ว่า 3 คำนี้ใช้ ท ทหาร ไม่ใช่ ฑ มณโฑ
…………..
มุทิตา
ทีฆายุโก
ทูต
3 คำนี้ ใช้ ท ทหาร
มุทิตา ท ทหาร
ทีฆายุโก ท ทหาร
ทูต ท ทหาร
…………..
ปริสา + มณฺฑ ใช้สูตร “ลบสระหน้า” คือ อา ที่ ปริสา (ปริสา > ปริส)
ปริสา + มณฺฑ = ปริสามณฺฑ > ปริสมณฺฑ แปลว่า “บริษัทที่ผ่องใส” หมายถึง กลุ่มคนที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ไม่ทำผิดทำชั่ว
“ปริสมณฺฑ” แจกด้วยวิภัตตินามที่หนึ่ง (ปฐมาวิภัตติ) เอกวจนะ ปุงลิงค์ เปลี่ยนรูปเป็น “ปริสมณฺโฑ” อ่านตามเสียงบาลีว่า ปะ-ริ-สะ-มัน-โด
“ปริสมณฺโฑ” ใช้ในภาษาไทยเป็น “ปริสมณโฑ” (ไม่มีจุดใต้ ณ) อ่านตามแบบไทยว่า ปะ-ริ-สะ-มน-โท
ขยายความ :
“ปริสมณโฑ” เป็นคำที่ปรากฏในพระสูตรหนึ่งในทุกนิบาต อังคุตรนิกาย (ทุกนิบาต อ่านว่า ทุ-กะ-นิ-บาด) เป็นพุทธดำรัสที่ตรัสถึงภิกษุในพระศาสนานี้
พระพุทธดำรัสคำบาลีและคำแปลเป็นดังนี้ –
…………..
เทฺวมา ภิกฺขเว ปริสา
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บริษัทเหล่านี้มีสองจำพวก
กตมา เทฺว
สองจำพวกเป็นไฉน?
ปริสกสโฏ จ ปริสมณฺโฑ จ ฯ
คือ บริษัทขยะหนึ่ง บริษัทใสสะอาดหนึ่ง
กตโม จ ภิกฺขเว ปริสกสโฏ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็บริษัทขยะเป็นไฉน?
อิธ ภิกฺขเว ยสฺสํ ปริสายํ ภิกฺขู ฉนฺทาคตึ คจฺฉนฺติ โทสาคตึ คจฺฉนฺติ โมหาคตึ คจฺฉนฺติ ภยาคตึ คจฺฉนฺติ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในธรรมวินัยนี้ ภิกษุในบริษัทใดย่อมลุแก่ฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติ ภยาคติ
อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปริสกสโฏ ฯ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บริษัทเช่นนี้เรียกว่าบริษัทขยะ
กตโม จ ภิกฺขเว ปริสมณฺโฑ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็บริษัทใสสะอาดเป็นไฉน?
อิธ ภิกฺขเว ยสฺสํ ปริสายํ ภิกฺขู น ฉนฺทาคตึ คจฺฉนฺติ น โทสาคตึ คจฺฉนฺติ น โมหาคตึ คจฺฉนฺติ น ภยาคตึ คจฺฉนฺติ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในธรรมวินัยนี้ ภิกษุในบริษัทใดย่อมไม่ลุแก่ฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติ ภยาคติ
อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปริสมณฺโฑ ฯ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บริษัทเช่นนี้เรียกว่าบริษัทใสสะอาด
อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว ปริสา
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บริษัทมีสองจำพวกเหล่านี้แล
เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปริสานํ ยทิทํ ปริสมณฺโฑติ ฯ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บรรดาบริษัทสองจำพวกนี้ บริษัทใสสะอาดนับว่าเป็นเลิศ
ที่มา: ทุกนิบาต อังคุตรนิกาย พระไตรปิฎกเล่ม 20 ข้อ 291
…………..
ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้
https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=20&i=291
…………..
แถม :
ผู้เขียนบาลีวันละคำเชื่อว่า นักเรียนบาลีของเราไม่เคยศึกษาพระสูตรนี้ และไม่เคยเห็นพระสูตรนี้ด้วย เพราะพระสูตรนี้ไม่ได้อยู่ในคัมภีร์ที่ใช้เป็นแบบเรียนในหลักสูตร ทั้ง ๆ ที่พระสูตรนี้มีอยู่ในพระไตรปิฎก-ซึ่งวางอยู่ใกล้ ๆ ตัวนี่เองแท้ ๆ!
นี่คือจุดอ่อน จุดอับ และจุดดับของพระพุทธศาสนาในเมืองไทย คือเรียนบาลี แต่ไม่ศึกษาพระไตรปิฎก
แต่ที่น่าสยองยิ่งกว่านั้นก็คือ จุดอ่อน จุดอับ และจุดดับนี้ ผู้บริหารการพระศาสนาของเรา-รวมทั้งตัวนักเรียนบาลีเองด้วย-ยังไม่ตระหนักและยังไม่ตระหนกใด ๆ ทั้งสิ้น!!
…………..
ดูก่อนภราดา!
: ถ้าไม่มีผู้มีฤทธิ์เหมือนพระมหาโมคคัลลานะ
: สังคมสงฆ์ที่มีบริษัทขยะจะบริสุทธิ์ได้อย่างไร
#บาลีวันละคำ (5,043)
3-4-69
…………………………….
…………………………….
