มัจฉาชีพ (บาลีวันละคำ 5,062)

มัจฉาชีพ
ไม่ใช่มิจฉาชีพ
อ่านว่า มัด-ฉา-ชีบ
แยกศัพท์เป็น มัจฉา + อาชีพ
(๑) “มัจฉา”
อ่านว่า มัด-ฉา เป็นคำที่คุ้นปากคนไทย แต่เชื่อหรือไม่ คำนี้บาลีเป็น “มจฺโฉ” (มัด-โฉ)
ที่ว่าบาลีเป็น “มจฺโฉ” นั้น ต้องเข้าใจต่อไปด้วยว่า คำนี้ศัพท์เดิมในบาลีเป็น “มจฺฉ” (มัด-ฉะ) ไม่ใช่ทั้ง “มจฺฉา” หรือ “มจฺโฉ”
“มจฺฉ” รากศัพท์มาจาก –
(1) มสฺ (ธาตุ = สัมผัส) + ฉ (ฉะ) ปัจจัย, แปลง สฺ ที่ (ม)-สฺ เป็น จฺ (มสฺ > มจฺ)
: มสฺ + ฉ = มสฺฉ > มจฺฉ แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ต้องสัมผัสน้ำ”
(2) มรฺ (ธาตุ = ตาย) + ฉ (ฉะ) ปัจจัย, แปลง รฺ ที่ (ม)-รฺ เป็น จฺ (มรฺ > มจฺ)
: มรฺ + ฉ = มรฺฉ > มจฺฉ แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ที่จะตายเมื่ออยู่บนบก”
“มจฺฉ” (ปุงลิงค์) หมายถึง ปลา (fish)
“มจฺฉ” เป็นปุงลิงค์ แจกด้วยวิภัตตินามที่หนึ่ง (ปฐมาวิภัตติ) เอกพจน์ เปลี่ยนรูปเป็น “มจฺโฉ” (มัด-โฉ)
“มจฺโฉ” จึงเป็นรูปแจกสามัญของ “มจฺฉ” หมายความว่า พอจะเริ่มสูตรการแจกวิภัตติ “มจฺฉ” ซึ่งเป็นรูปคำเดิมจะเปลี่ยนรูปเป็น “มจฺโฉ” ก่อน ต่อจากนั้นจึงเป็น “มจฺฉา” “มจฺฉํ” “มจฺเฉ” ตามลำดับวิภัตติ และวจนะ (พจน์) ต่อไป ทำนองเดียวกับที่นักเรียนบาลีท่องแบบแจก “ปุริส” ซึ่งเป็น อะ-การันต์ในปุงลิงค์เช่นเดียวกัน ก็จะท่องว่า ปุริโส ปุริสา ปุริสํ ปุริเส …
นี่คือคำอธิบายที่บอกว่า ไทยเราคุ้นกับ “มัจฉา” แต่คำนี้บาลีเป็น “มจฺโฉ”
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“มัจฉะ, มัจฉา : (คำนาม) ปลา. (ป. มจฺฉ; ส. มตฺสฺย).”
(๒) “อาชีพ”
เขียนแบบบาลีเป็น “อาชีว” อ่านว่า อา-ชี-วะ รากศัพท์มาจาก อา (คำอุปสรรค = ทั่วไป, ยิ่ง) + ชีวฺ (ธาตุ = เป็นอยู่) + อ (อะ) ปัจจัย
: อา + ชีวฺ = อาชีว + อ = อาชีว แปลตามศัพท์ว่า “การเป็นเหตุให้เป็นอยู่ได้” คือ “การเลี้ยงชีวิต”
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “อาชีว” ว่า livelihood, mode of living, living, subsistence (การทำมาหากิน, วิถีดำรงชีวิต, ความเป็นอยู่, อาชีวะ)
บาลี “อาชีว” สันสกฤตก็เป็น “อาชีว”
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –
(สะกดตามต้นฉบับ)
“อาชีว : (คำนาม) เครื่องอาศรัยเลี้ยงชีพ, เครื่องอาศรัย; livelihood, subsistence, means of living.”
อาชีว ใช้ในภาษาไทย แผลง ว เป็น พ เป็น “อาชีพ” แต่ที่คงเป็น “อาชีว” ก็มี โดยเฉพาะเมื่อมีคำอื่นมาสมาสข้างท้าย เช่น อาชีวศึกษา
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“อาชีพ, อาชีว-, อาชีวะ : (คำนาม) การเลี้ยงชีวิต, การทำมาหากิน; งานที่ทำเป็นประจำเพื่อเลี้ยงชีพ. (ป., ส.).”
จะเห็นได้ว่า “อาชีว–อาชีพ” ความหมายตามบาลีสันสกฤตเน้นไปที่ “การมีชีวิตรอด” (ยังไม่ตาย) ซึ่งเป็นความหมายเดิมแท้ แต่ความหมายตามภาษาไทยและที่แปลออกจากภาษาไทยเน้นไปที่ “การประกอบอาชีพ” (การทำงาน)
ความหมายสั้น ๆ ของ “อาชีว–อาชีพ” ก็คือ วิธีการที่จะอยู่รอด หรือวิธีการที่จะไม่อดตาย หรือคำไทยง่าย ๆ ว่า การทำมาหากิน
มัจฉา + อาชีพ = มัจฉาชีพ (มัด-ฉา-ชีบ) แปลโดยประสงค์ว่า “การทำมาหากินด้วยปลา”
ขยายความ :
คำว่า “มัจฉา” มีในพจนานุกรมฯ แต่ “มัจฉาชีพ” ไม่มีในพจนานุกรมฯ เป็นคำที่ผู้เขียนบาลีวันละคำคิดขึ้นมาเอง
เบื้องหลังที่คิดคำนี้ก็มาจากเห็นคำว่า “มิจฉาชีพ” ซึ่งพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“มิจฉาชีพ : (คำนาม) การหาเลี้ยงชีวิตในทางผิด, อาชีพที่ผิดกฎหมาย, เช่น เขาประกอบมิจฉาชีพ. (คำวิเศษณ์) ที่หาเลี้ยงชีวิตในทางผิด, ที่ประกอบอาชีพผิดกฎหมาย, เช่น พวกมิจฉาชีพ. (ป. มิจฺฉา + อาชีว).”
เห็นคำว่า “มิจฉาชีพ” แล้วเกิดอาการตาฟางมองเห็นเป็น “มัจฉาชีพ” ขึ้นมาเฉย ๆ
“มิจฉา” สระ อิ อยู่ข้างบน ม ม้า กับ “มัจฉา” ไม้หันอากาศอยู่ข้างบน ม ม้า ถ้าไม่สังเกตอาจนึกว่าเป็นคำเดียวกันได้ง่าย ๆ
พอดี “มัจฉาชีพ” ก็พอจะ “ลาก” เข้าหาความหมายได้ ก็เลยคิดขึ้นมาเป็นคำขำ ๆ
“มัจฉาชีพ” อาจมีความหมายได้หลายอย่าง เช่น:
– ประกอบอาชีพด้วยการจับปลา คือพวกชาวประมง
– ประกอบอาชีพด้วยการเลี้ยงปลา
– ประกอบอาชีพด้วยการขายปลา
รวมความว่า เอาปลามาทำอะไร ๆ เป็นอาชีพ ก็เรียกว่า “มัจฉาชีพ” ได้ทั้งสิ้น
ท่านผู้ใดจะเอาคำว่า “มัจฉาชีพ” ไปเรียกผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับปลา ก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่ประการใดทั้งสิ้น
…………..
ดูก่อนภราดา!
: อาจจำเป็นต้องทำบาปเลี้ยงชีพ
: แต่ไม่จำเป็นต้องทำชั่วเลี้ยงชีพ
#บาลีวันละคำ (5,062)
22-4-69
…………………………….
…………………………….
