ความตั้งใจของนักเรียนบาลีคนหนึ่ง

ความตั้งใจของนักเรียนบาลีคนหนึ่ง
——————————–
พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่มีอยู่จริงในโลก
พระไตรปิฎกอันเป็นแหล่งรวมคำสอนในพระพุทธศาสนามีอยู่จริง
ภาษาบาลีอันเป็นภาษาที่ใช้บันทึกพระไตรปิฎกมีอยู่จริง
พระไตรปิฎกเป็นแหล่งเดียวในโลกที่ใช้ภาษาบาลี ก็เป็นความจริง
ชาติต่าง ๆ ที่เรียนภาษาบาลีมีอยู่จริง
คนไทยเรียนบาลีมีอยู่จริง
ระบบการจัดการเรียนการสอนบาลีในเมืองไทยมีอยู่จริง
พระภิกษุสามเณรตลอดจนชาวบ้านที่เรียนบาลีมีอยู่จริง และทุกวันนี้ก็ยังเรียนกันอยู่จริง
การจัดการสอบบาลีอย่างเป็นทางการ-ที่เรียกว่าสอบสนามหลวง-มีอยู่จริง และยังมีอยู่ทุกปี
ผู้ที่สอบได้ ได้รับวุฒิ ได้ศักดิ์และสิทธิ์ ได้สถานะทางสังคม มีอยู่จริง
ค่านิยมของสังคมที่ชื่นชมยินดีกับผู้ที่สอบได้ และกับผู้ที่ประสบความสำเร็จในการจัดการเรียนการสอนบาลี ก็มีอยู่จริง
………………………
วันแรม ๒ ค่ำ ถึงแรม ๖ ค่ำ เดือน ๔ รวม ๕ วัน เป็นกำหนดวันตรวจข้อสอบบาลีสนามหลวงประจำปี
ปีนี้ตรงกับวันที่ ๕ ถึงวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๙
วันสุดท้ายคือวันที่ ๙ มีนาคมจะเป็นวันประกาศผลสอบ
…………………………………………………
จะรู้กันว่าปีนี้มีผู้สอบบาลีได้ทั้งหมดเท่าไร
จะรู้กันว่าปีนี้มีพระภิกษุสามเณรสอบ ป.ธ.๙ ได้กี่รูป
จะรู้กันว่าปีนี้แม่ชีและฆราวาสสอบบาลีศึกษา ๙ (บ.ศ.๙) ได้กี่คน
จะรู้กันว่าปีนี้มีสามเณรสอบ ป.ธ.๙ ได้-ซึ่งจะได้เป็น “นาคหลวง” กี่รูป
จะรู้กันว่าปีนี้วัดไหน-สำนักไหนมีผู้สอบบาลีได้มากที่สุด
จะรู้กันว่าปีนี้วัดไหน-สำนักไหนมีผู้สอบ ป.ธ.๙ ได้มากที่สุด
…………………………………………………
วันประกาศผลสอบ จะได้เห็นอาการเริงร่าลิงโลดชื่นชมยินดีอย่างเอิกเกริกของผู้คนในสังคมไทย
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเรื่องที่มีอยู่จริง เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย
การพูดถึงเรื่องเรียนบาลี จึงไม่ใช่เรื่องโบราณล้าสมัย
ไม่ใช่เรื่องเก่า น้ำเน่า ซ้ำซาก
แต่เป็นเรื่องที่ควรพูดกันให้รู้เรื่อง
และเป็นเรื่องที่ควรเข้าใจให้ถูกต้อง
………………………
ในท่ามกลางความเป็นจริงดังกล่าวนั้น เรื่องที่เราไม่เคยยกขึ้นมาพูดให้เข้าใจกันให้ถูกต้องก็คือ เหตุผลที่ถูกต้องในการเรียนบาลีคืออะไร?
เหตุผลที่ถูกต้องนะครับ
ไม่ใช่เหตุผลตามที่สังคมเข้าใจและให้ค่านิยม
ไม่ใช่เหตุผลตามที่นักเรียนบาลีหรือผู้บริหารจัดการให้มีการเรียนบาลีคิดกันไป เข้าใจเอาเอง
แต่เป็น-เหตุผลที่ถูกต้องในการเรียนบาลี-ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่
เหตุผลที่ถูกต้องในการเรียนบาลีก็อยู่ในความจริงที่บอกไว้ข้างต้น นั่นคือ –
…………………………………………………
ภาษาบาลีเป็นภาษาที่ใช้บันทึกพระไตรปิฎก
พระไตรปิฎกเป็นแหล่งเดียวในโลกที่ใช้ภาษาบาลี
…………………………………………………
เหตุผลที่ถูกต้องในการเรียนบาลี จึงคือ เพื่อเอาความรู้ภาษาบาลีไปศึกษาพระไตรปิฎก
และความจริงข้อนี้ วงการบาลีบ้านเราไม่เคยยกขึ้นมาบอกกล่าวและปลูกฝังลงไปในชีวิตจิตใจของนักเรียนบาลี-เรียนบาลีเพื่อเอาความรู้บาลีไปศึกษาพระไตรปิฎก
เราจึงเรียนบาลีเพื่อเอาวุฒิ
เราจึงเรียนบาลีโดยมุ่งไปที่-สอบได้
เพราสอบได้หมายถึงได้วุฒิ และผลประโยชน์อื่น ๆ ที่ตามมา
………………………

ตรงนี้ขอแวะข้างทาง หาความรู้เรื่องวุฒิการศึกษาพระปริยัติธรรมกันหน่อยนะครับ มีบางเรื่องที่คนยังเข้าใจผิด
พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติไว้ดังนี้
…………………………………………………
มาตรา ๖ การศึกษาพระปริยัติธรรมมีสามแผนก ดังต่อไปนี้
(๑) การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลีสนามหลวง เป็นการศึกษาพระพุทธศาสนาภาคภาษาบาลี
(๒) การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรมสนามหลวง เป็นการศึกษาพระพุทธศาสนาภาคภาษาไทย
(๓) การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เป็นการศึกษาพระพุทธศาสนาทั้งแผนกบาลีสนามหลวงและแผนกธรรมสนามหลวง ควบคู่กับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ
………
มาตรา ๒๒ ให้ผู้เรียนที่พ้นการศึกษาภาคบังคับซึ่งได้สาเร็จการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมสนามหลวง และแผนกบาลีสนามหลวง มีวิทยฐานะ ดังต่อไปนี้
(๑) แผนกธรรมสนามหลวง ชั้นนักธรรมเอก มีวิทยฐานะระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
(๒) แผนกบาลีสนามหลวง ชั้นเปรียญธรรมสามประโยค มีวิทยฐานะระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
………
มาตรา ๒๔ ให้ผู้สาเร็จการศึกษาตามหลักสูตรพระปริยัติธรรม แผนกธรรมและแผนกบาลีสนามหลวง ชั้นเปรียญธรรมเก้าประโยค มีวิทยฐานะระดับปริญญาตรี เรียกว่า “เปรียญธรรมเก้าประโยค” ใช้อักษรย่อว่า “ป.ธ. ๙”
…………………………………………………
ตามพระราชบัญญัติฯ ดังที่ยกมานี้ สรุปสั้น ๆ ว่า –
…………………………………………………
สอบได้ชั้นเปรียญธรรม ๓ ประโยค ได้วุฒิระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
สอบได้ชั้นเปรียญธรรม ๙ ประโยค ได้วุฒิระดับปริญญาตรี
…………………………………………………
ตรงนี้แหละที่ผมรำคาญมาก ๆ คือคนทั้งหลาย สื่อทั้งหลาย-รวมทั้งชาววัดของเราเองด้วย-เอาไปพูดกันแบบหลับตาพูดว่า –
…………………………………………………
สอบได้ชั้นเปรียญธรรม ๓ ประโยค เทียบเท่ามัธยมศึกษาตอนปลาย
สอบได้ชั้นเปรียญธรรม ๙ ประโยค เทียบเท่าปริญญาตรี
…………………………………………………
พระราชบัญญัติฯ ไม่ได้บอกว่า “เทียบเท่า” นะครับ
พระราชบัญญัติฯ ใช้คำว่า “มีวิทยฐานะระดับ”
เปรียญธรรม ๙ ประโยค ไม่ใช่เทียบเท่าปริญญาตรี
แต่เป็นปริญญาตรีตรง ๆ เต็ม ๆ
ขอความกรุณา “แหกตา” อ่านพระราชบัญญัติฯ กันมั่งนะครับ
………………………
พูดถึงเหตุผลของการเรียนบาลีต่อไป
ถ้าคณะสงฆ์ต้องการให้พระภิกษุสามเณรมีวุฒิทางการศึกษา จบ ม.ปลาย จบปริญญา เหมือนกับที่จบ ๆ กันอยู่ทุกวันนี้ ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรเลยแม้แต่น้อยที่จะต้องให้เรียนบาลี-ภาษาที่เรียนแล้วเอาไปใช้อะไรที่ไหนไม่ได้
เอาความรู้ภาษาบาลีไปใช้นะครับ
ไม่ใช่เอาวุฒิ เอาศักดิ์และสิทธิ์ที่เกิดจากการสอบได้ไปใช้
กรุณาอ่านหนังสือให้แตก
บาลีเป็นภาษาที่เอาไปใช้อะไรที่ไหนไม่ได้ เพราะภาษาบาลีมีอยู่ที่เดียวคือพระไตรปิฎก
เหตุผลที่ถูกต้องในการเรียนบาลี จึงคือ เพื่อเอาความรู้บาลีไปศึกษาพระไตรปิฎก
การเรียนบาลีจึงไม่ใช่จบแค่สอบได้ แล้วก็ดีใจกัน เฉลิมฉลองกัน
สอบได้แล้ว ดีใจกันแล้ว เฉลิมฉลองกันแล้ว ต้องไปต่อ คือเอาความรู้บาลีไปศึกษาพระไตรปิฎกต่อไป
และการศึกษาพระไตรปิฎกนั้นเป็นงานภาคบังคับ
ไม่ใช่ “ควรเป็นไปตามอัธยาศัย” อย่างที่ชอบอ้างกัน
………………………
เรื่องนี้ผมพูดมานานแล้ว พูดอยู่บ่อย ๆ พูดจนคนรำคาญ
แต่ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครเชื่อ ไม่มีใครคิดจะทำตาม
และผมเชื่อว่า การที่จะมีคนเชื่อและทำตามนั้น โอกาสเป็นศูนย์
แต่ผมไม่เคยหมดหวัง และไม่เคยหมดกำลังใจที่จะบอกต่อไป
ผมมั่นใจว่า ชั่วชีวิตของผมนี้ไม่มีโอกาสที่จะได้เห็นนักเรียนบาลีที่ประกาศความตั้งใจว่าจะเรียนบาลีเพื่อเอาความรู้ไปศึกษาพระไตรปิฎก
ชั่วชีวิตของผมนี้ไม่มีโอกาสที่จะได้เห็นสำนักเรียนบาลีที่ประกาศนโยบายเด็ดเดี่ยวว่า สำนักนี้ปลูกฝังส่งเสริมอุดมคติ-เรียนบาลีเพื่อเอาความรู้ไปศึกษาพระไตรปิฎก
ผมจึงตั้งใจไว้ว่า ทุกภพทุกชาติขอให้ได้เกิดเป็นมนุษย์ พบพระพุทธศาสนา มีศรัทธาเลื่อมใส ได้เรียนบาลี มีความรู้ไปศึกษาพระไตรปิฎก และมีความสามารถที่บอกกล่าวชาวพุทธทั้งหลายให้เรียนบาลีเพื่อเอาความรู้ไปศึกษาพระไตรปิฎกต่อไป-เหมือนกับที่ได้บอกกล่าวอยู่ในชาตินี้
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
ภาคีสมาชิก ราชบัณฑิตยสภา
๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
๑๖:๒๖
…………………………………………………
…………………………………………………
