แปรพักตร์ (บาลีวันละคำ 5,063)

แปรพักตร์
เรียนบาลีจากคำไทย
อ่านว่า แปฺร-พัก
ประกอบด้วยคำว่า แปร + พักตร์
(๑) “แปร”
อ่านว่า แปฺร (ป+ร ควบ) เป็นคำไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“แปร : (คำกริยา) เปลี่ยนกลายไปจากลักษณะหรือภาวะเดิม.”
แถมแทรก :
คำว่า “แปร” ถ้าออกเสียงเพี้ยนเป็น “แปล” ความหมายก็จะเพี้ยนไป
พจนานุกรมฯ บอกไว้ว่า –
“แปล : (คำกริยา) ถ่ายความหมายจากภาษาหนึ่งมาเป็นอีกภาษาหนึ่ง, ทำให้เข้าใจความหมาย.”
และถ้าพูดหรือเขียนไม่มีตัวกล้ำ เป็น “แป” ความหมายก็จะเพี้ยนไปอีก
พจนานุกรมฯ บอกไว้ว่า –
“แป : (คำนาม) ส่วนหนึ่งของโครงสร้างหลังคา วางอยู่บนโครงสร้างอื่น ๆ ได้แก่ จันทัน ปลายเต้า เสาตุ๊กตา ปลายขื่อ และปลายขื่อประธาน ทำหน้าที่รับกลอนหรือรับเครื่องมุงโดยตรง. (คำวิเศษณ์) เรียกด้านเรือนตามยาวว่า ด้านแป; เรียกมือที่พิการ นิ้วกำเข้าไม่ได้ ว่า มือแป, เรียกตีนที่พิการ นิ้วงอเข้าไม่ได้ ต้องเดินตะแคง ๆ ว่า ตีนแป; ย่อย, แบน, ในคำว่า เงินแป คือ เงินเหรียญที่เป็นเงินย่อย. (แป ไทยขาวว่า ย่อย, แตกออก).”
จะเห็นได้ว่า การสะกดคำให้ถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่ง
(๒) “พักตร์”
มาจากสันสกฤตว่า “วกฺตฺร” (วัก-ตฺระ) บาลีเป็น “วตฺต” อ่านว่า วัด-ตะ รากศัพท์มาจาก –
(1) วทฺ (ธาตุ = พูด) + ต ปัจจัย, แปลง ทฺ ที่สุดธาตุเป็น ตฺ
: วทฺ + ต = วทฺต > วตฺต แปลตามศัพท์ว่า “อวัยวะเป็นเครื่องพูด”
(2) วจฺ (ธาตุ = กล่าว, พูด) + ต ปัจจัย, แปลง จฺ ที่สุดธาตุเป็น ตฺ
: วจฺ + ต = วจฺต > วตฺต แปลตามศัพท์ว่า “อวัยวะเป็นเครื่องกล่าววาจา”
“วตฺต” (นปุงสกลิงค์) หมายถึงอวัยวะ 2 อย่าง คือ –
(1) ปาก the mouth
(2) หน้า (the face)
โปรดสังเกตว่า คำว่า “วตฺต” ตามรากศัพท์ที่แสดงมานี้ มีคติอย่างเดียวกับคำว่า “มุข” (มุ-ขะ) คือหมายถึงปาก (the mouth) ก็ได้ หมายถึงหน้า (the face) ก็ได้ จะหมายถึงอะไรต้องสังเกตที่บริบท
ในที่นี้ “วตฺต” หมายถึง หน้า (the face)
บาลี “วตฺต” สันสกฤตเป็น “วกฺตฺร”
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –
“วกฺตฺร : (คำนาม) ‘พักตร์,’ หน้า; the face.”
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“พักตร-, พักตร์ : (คำราชาศัพท์) (คำนาม) หน้า, ใช้ว่า พระพักตร์. (ส. วกฺตฺร).
แถมแทรก :
เมื่อตามไปดูคำที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อมูลดังนี้ –
1 สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน แปล วกฺตฺร ว่า the face
2 พจนานุกรมอังกฤษ-ไทย ของ สอ เสถบุตร แปล face ว่า หน้า, โฉมหน้า, โฉม, ใบหน้า, หน้าตา, สีหน้า, เผชิญหน้า
3 พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล face เป็นบาลีว่า “มุข” (มุ-ขะ)
4 พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปลว่า “มุข” ว่า the mouth, the face (ตรงกับคำแปลของนักบาลีในไทย คือ “มุข” แปลได้ 2 ความหมาย คือ ปาก และ หน้า)
5 พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 แปล “มุข” ว่า หน้า, ปาก
สรุปว่า –
face คือ หน้า
หน้า คือ มุข
มุข คือ mouth
mouth คือ ปาก
ปาก คือ วตฺต
วตฺต คือ วกฺตฺร
วกฺตฺร คือ พักตร์
พักตร์ คือ face
และ face คือ หน้า …
แปร + พักตร์ = แปรพักตร์ เป็นคำประสมแบบไทย
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“แปรพักตร์ : (คำกริยา) เอาใจออกหาก, ไม่ซื่อตรง.”
อภิปรายขยายความ :
ผู้เขียนบาลีวันละคำอ่านโพสต์ของญาติมิตรท่านหนึ่ง ท่านยกคำว่า “แปลพรรค” มาให้ดู เข้าใจว่าท่านคงไปเห็นคนสมัยใหม่ตั้งใจจะเขียนคำว่า “แปรพักตร์” แต่คนเขียนสะกดออกมาเป็น “แปลพรรค” ทั้งรูปทั้งคำทั้งความหมายกลายเป็นคนละเรื่อง
การเขียนภาษาไทยของคนไทยสมัยใหม่ซึ่งมีอาการเหมือนคำว่า “แปรพักตร์” กลายเป็น “แปลพรรค” แบบนี้ กำลังปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วไป
ไม่ใช่ “แปรพักตร์” กลายเป็น “แปลพรรค” คำเดียว
คำอื่น ๆ คำหนึ่งกลายเป็นอีกคำหนึ่งทำนองเดียวกันนี้ พบเห็นได้ทั่วไป
บอกให้รู้ว่า คนไทยสมัยใหม่ละเลย ละเมิน ห่างเหิน จากการศึกษาเรียนรู้ภาษาไทยของตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ
ที่เห็นตำตาอยู่ทุกวัน-เช่น “หรือ” กลายเป็น “หรอ” ไปหมดแล้ว
คนสมัยใหม่เขียนคำว่า “หรือ” ไม่เป็นกันแล้ว
คำว่า “เอาใจออกหาก” ในคำนิยามคำว่า “แปรพักตร์” ข้างต้นนั้น ร้อยทั้งร้อยของคนสมัยนี้จะพูดและเขียนเป็น “เอาใจออกห่าง”
“-ออกหาก” ไม่รู้จัก เพราะไม่ได้เรียนรู้ และไม่คิดจะเรียนรู้
แต่ใช้ความเข้าใจเอาเองว่า “-ออกห่าง” นี่แหละถูก
ซ้ำอ้างยืนยันเสียงแข็งว่า “-ออกหาก” มีที่ไหนกัน มีแต่ “-ออกห่าง”
ครั้นจนแต้ม ไม่รู้จะเถียงอย่างไร ก็ “แถ” ออกไปว่า ภาษาเป็นสิ่งสมมุติ ไม่มีผิดไม่มีถูก สำทับให้ด้วยว่า-พระพุทธเจ้าท่านสอนไม่ให้ยึดมั่นถือมั่น …
ภาษาไทยอันเป็นสมบัติวัฒนธรรมของชาติจึงพินาศวิบัติไปทุกวัน และไม่มีใครเห็นโทษเห็นภัย ไม่มีใครรู้สึกเดือดร้อน
…………..
ดูก่อนภราดา!
: ไม่มีสมบัติจะรักษา น่าสงสาร
: มีสมบัติแต่ไม่รู้จักรักษา น่าสังเวช
#บาลีวันละคำ (5,063)
23-4-69
…………………………….
…………………………….
