กรุณา (บาลีวันละคำ 982)

กรุณา

หนึ่งในพรหมวิหารธรรม

อ่านว่า กะ-รุ-นา

กรุณา” รากศัพท์มาจาก –

(1) กรฺ (ธาตุ = ทำ) + อุณ ปัจจัย + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์

: กรฺ + อุณ = กรุณ + อา = กรุณา แปลตามศัพท์ว่า “ธรรมชาติที่สร้างความสะเทือนใจแก่คนดีเมื่อผู้อื่นมีทุกข์

(2) บทหน้า + รุธิ (ธาตุ = ปิด, กั้น) + ปัจจัย, แปลง อิ (ที่ ธิ) เป็น อ, ธ เป็น ณ + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์

: + รุธิ > รุธ > รุณ + = กรุณ + อา = กรุณา แปลตามศัพท์ว่า “ธรรมชาติที่กั้นความสุขไว้” (คือห้ามความสุขตัวเองเพื่อช่วยคนอื่น)

(3) กรฺ (ธาตุ = ทำ) + ยุ ปัจจัย, แปลง (ที่ –รฺ) เป็น อุ, ยุ เป็น อน, เป็น + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์

: กรฺ > กรุ + ยุ > อน = กรุน > กรุณ + อา = กรุณา แปลตามศัพท์ว่า “ธรรมชาติเป็นเครื่องทำตนให้เป็นที่พึ่งอาศัยของคนอื่น

(4) กิรฺ (ธาตุ = กำจัด, ปัดเป่า) + ยุ ปัจจัย, แปลง อิ (ที่ กิ-) เป็น , เป็น อุ, ยุ เป็น อน, เป็น + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์

: กิรฺ > กร > กรุ + ยุ > อน = กรุน > กรุณ + อา = กรุณา แปลตามศัพท์ว่า “ธรรมชาติที่กำจัด” (คือกำจัดทุกข์ของผู้อื่น)

(5) กิ (ธาตุ = เบียดเบียน) + รุณ ปัจจัย, แปลง อิ (ที่ กิ) เป็น อ + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์

: กิ > + รุณ = กรุณ + อา = กรุณา แปลตามศัพท์ว่า “ธรรมชาติที่เบียดเบียน” (คือเบียดเบียนความเห็นแก่ตัวออกไป)

(6) กิรฺ (ธาตุ = กระจาย) + ยุ ปัจจัย, แปลง อิ (ที่ กิ-) เป็น , เป็น อุ, ยุ เป็น อน, เป็น + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์

: กิรฺ > กร > กรุ + ยุ > อน = กรุน > กรุณ + อา = กรุณา แปลตามศัพท์ว่า “ธรรมชาติที่กระจาย” (คือแบ่งปันความสุขแก่ผู้อื่น)

กรุณา” หมายถึง ความกรุณา, ความสงสาร (pity, compassion)

กรุณา” เป็นธรรมข้อที่ 2 ในพรหมวิหาร 4

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ.ปยุตฺโต บอกไว้ว่า –

กรุณา : ความสงสารคิดจะช่วยให้พ้นทุกข์, ความหวั่นใจ เมื่อเห็นผู้อื่นมีทุกข์ คิดหาทางช่วยเหลือปลดเปลื้องทุกข์ของเขา.”

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายของ “กรุณา” ไว้ว่า –

(1) ความสงสารคิดจะช่วยให้พ้นทุกข์ เป็น ๑ ในพรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา.

(2) ใช้ประกอบหน้ากริยาแสดงความขอร้องอย่างสุภาพ เช่น กรุณาส่ง.

(3) ใช้ร่วมกับคำ พระ เป็นสรรพนามสําหรับพระเจ้าแผ่นดิน เช่น กราบบังคมทูลพระกรุณา.

ข้อควรเข้าใจ :

(๑) “กรุณา” เป็นคุณธรรมที่สำเร็จได้ด้วยใจเช่นเดียวกับพรหมวิหารธรรมข้ออื่น

การจะตัดสินว่ามีกรุณาหรือไม่ ต้องพิสูจน์ด้วยใจมีความปรารถนาจะช่วยเปลื้องทุกข์ ไม่ตัดสินกันที่การลงมือทำ

ถ้าใจมีกรุณาที่แท้จริงด้วย และลงมือทำด้วย ก็นับว่าเป็นความดีสองชั้น คือชั้นมีกรุณา และชั้นลงมือทำ

การลงมือทำ (เช่นลงมือช่วยเหลือ) ไม่เป็นเครื่องรับรองที่แท้จริงว่ามีกรุณา อาจทำเพื่อหวังผลตอบแทน หรือทำไปตามหน้าที่ก็ได้

(๒) ความแตกต่างระหว่าง “เมตตา” กับ “กรุณา” ก็คือ :

เมตตา : หิตสุขูปนยกามตา = ความปรารถนาที่จะนำสิ่งซึ่งเป็นประโยชน์เกื้อกูลและความสุขเข้าไปให้ (the desire of bringing (to one’s fellowmen) that which is welfare and good)

กรุณา : อหิตทุกฺขาปนยกามตา = ความปรารถนาที่จะกำจัดสิ่งที่มิใช่ประโยชน์เกื้อกูลและความทุกข์ยากจากเพื่อนมนุษย์ (the desire of removing bane and sorrow from one’s fellowmen)

ตรงกับคำที่เราคุ้นกัน นั่นคือ “บำบัดทุกข์บำรุงสุข

กรุณา = บำบัดทุกข์

เมตตา = บำรุงสุข

ดูเพิ่มเติม :

พรหมวิหาร” บาลีวันละคำ (980) 23-1-58

เมตตา” บาลีวันละคำ (981) 24-1-58

กรุณาสโห = ทนไม่ได้เพราะกรุณา :

เห็นครอบครัวเดือดร้อนแล้วทนไม่ได้ : เป็นสุภาพบุรุษ

เห็นประชาชนเดือดร้อนแล้วทนไม่ได้ : เป็นรัฐบุรุษ

เห็นมนุษยชาติเดือดร้อนแล้วทนไม่ได้ : เป็นมหาบุรุษ

—————–

(สืบเนื่องมาจากคำขอของ Jasmiine Montra)

#บาลีวันละคำ (982)

25-1-58

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น