เขมจิต (บาลีวันละคำ 3,320)

เขมจิต

จิตเกษม

คำในพระสูตร: เขมํ (เข-มัง) 

เขมจิต” อ่านว่า เข-มะ-จิด

เขมจิต” เขียนแบบบาลีเป็น “เขมจิตฺต” อ่านว่า เข-มะ-จิด-ตะ แยกศัพท์เป็น เขม + จิตฺต 

(๑) “เขม

อ่านว่า เข-มะ รากศัพท์มาจาก ขี (ธาตุ = สิ้นไป) + ปัจจัย, แผลง อี (ที่ ขี) เป็น เอ

: ขี + = ขีม > เขม แปลตามศัพท์ว่า –

(1) “สภาวะที่ไม่มีภัย” = เมื่อบรรลุถึงสภาวะนั้นแล้วก็จะปลอดจากภัยทั้งปวง ไม่ต้องหวาดหวั่นพรั่นพรึงต่อสิ่งใดๆ เพราะภัยไม่มี

(2) “สภาวะเป็นเหตุสิ้นไปแห่งไฟราคะเป็นต้น” = เมื่อบรรลุถึงสภาวะนั้นแล้ว ไฟคือราคะ โทสะ โมหะ ก็เป็นอันว่าสิ้นไป

(3) “เป็นที่สิ้นไปแห่งความไม่งาม” = เมื่อบรรลุถึงสภาวะนั้นแล้วจะมีแต่ความดี ความงาม ความถูกต้อง

(4) “สภาวะที่ทำให้ความไม่สบายสิ้นไป” = เมื่อบรรลุถึงสภาวะนั้นแล้วจะไม่มีความทุกข์ (นอกจากทุกข์ตามสภาวะ เช่นความหิว ความเจ็บป่วย ความแก่)

(5) “เป็นที่สิ้นไปแห่งอุปัทวะและอุปสรรค” = เมื่อบรรลุถึงสภาวะนั้นแล้วจะมีแต่ความโปร่งโล่ง ปลอดจากข้อขุ่นเคืองขัดข้องด้วยประการทั้งปวง

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “เขม” เป็นภาษาอังกฤษว่า –

(1) (คำคุณศัพท์) full of peace, safe; tranquil, calm (เกษม, ปลอดภัย, ราบรื่น, สงบ)

(2) (คำนาม) shelter, place of security, tranquillity, home of peace, the Serene (สถานที่พักพิง, สถานที่อันปลอดภัย, ความราบรื่น, ที่สงบ, ที่เยือกเย็น)

บาลี “เขม” สันสกฤตเป็น “เกฺษม” 

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –

(สะกดตามต้นฉบับ)

เกฺษม : (คำคุณศัพท์) เปนสุข, มีความสุข, สบาย; prosperous, happy, well;- (คำนาม) ความสุข, ความสบาย; นิรันตรสุข; การรักษาไว้; happiness, well-being; eternal happiness; preserving.”

โปรดสังเกต :

(๑) “เกฺษม” ในสํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน กับ “เขม” ในพจนานุกรมบาลี-อังกฤษ คำแปลภาษาอังกฤษไม่ตรงกันเลยแม้แต่คำเดียว

(๒) ความประพฤติของผู้มีชื่อว่า “เกษม” จึงอาจจะไม่ตรงกับความหมายของคำว่า “เขมเกษม” เลยแม้แต่อย่างเดียวก็ได้

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

(1) เขม-, เขมา ๑ : (คำนาม) เกษม, ความสบายใจ, ความพ้นภัย. (ป.; ส. เกฺษม).

(2) เกษม : (คำนาม) ความสุขสบาย, ความปลอดภัย, มักใช้เข้าคู่กับคําอื่น เช่น สุขเกษม เกษมศานต์. (โบราณเขียนเป็น กระเษม, เขษม ก็มี). (ส.; ป. เขม).

สรุปความหมายของ “เขมเกษม” คือ ดี, งาม, เจริญ, ปลอดโปร่ง, สบาย, ปลอดภัย

ในทางธรรม “เขม” ท่านหมายถึงแดนเกษมคือพระนิพพาน

(๒) “จิต

บาลีเป็น “จิตฺต” (จิด-ตะ) รากศัพท์มาจาก จินฺต (ธาตุ = คิด) + ปัจจัย, ลบ นฺ ที่ จินฺตฺ (จินฺต > จิต

: จินฺต + = จินฺตต > จิตฺต แปลตามศัพท์ว่า (1) “สิ่งที่ทำหน้าที่คิด” (2) “สิ่งที่ทำหน้าที่รู้อารมณ์” หมายถึง จิต, ใจ, ความคิด (the heart, mind, thought)

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “จิตฺต” ไว้ดังนี้ –

The heart (psychologically), i. e. the centre & focus of man’s emotional nature as well as that intellectual element which inheres in & accompanies its manifestations; i. e. thought. (หัวใจ [ทางจิตวิทยา] คือศูนย์และจุดรวมของธรรมชาติที่เกี่ยวกับความรู้สึกของมนุษย์ กับส่วนของสติปัญญาซึ่งอยู่ในการแสดงออกเหล่านั้น; กล่าวคือ ความคิด)

จิตฺต” ในภาษาไทยตัดตัวสะกดออกตัวหนึ่ง ใช้เป็น “จิต” 

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

จิต, จิต– : (คำนาม) ใจ, สิ่งที่มีหน้าที่รู้ คิดและนึก, (โบราณ เขียนว่า จิตร), ลักษณนามว่า ดวง. (ป. จิตฺต).”

เขม + จิตฺต = เขมจิตฺต (เข-มะ-จิด-ตะ) แปลว่า “จิตเกษม” หมายถึง จิตที่ปราศจากกิเลสกลุ้มรุม จึงปลอดโปร่งผ่องใสเบาสบาย เป็นจิตของพระอรหันต์

เขมจิตฺต” ใช้ในภาษาไทยเป็น “เขมจิต” (เข-มะ-จิด)

ขยายความ :

มงคลข้อที่ 38 ในมงคล 38 ตามนัยแห่งมงคลสูตร คำบาลีในพระสูตรว่า “เขมํ” (เข-มัง) แปลกึ่งทับศัพท์ว่า “จิตเกษม” 

พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ข้อ [353] มงคล 38 บอกไว้ว่า –

38. เขมํ (จิตเกษม — Khemacitta: to have the mind which is secure)

…………..

ในคัมภีร์ท่านขยายความ “อโสกจิต = จิตไร้เศร้า, วิรัชจิต = จิตปราศจากธุลี และ เขมจิต = จิตเกษม” ไว้ดังนี้ –

…………..

ยทิปิ  เหฏฺฐา  วุตฺตนเยน  อโสกาทิ  ติวิธมฺปิ  จิตฺตํ  มงฺคลํ  โหติ  อญฺญสฺส  ปน  จิตฺตํ  น  สพฺพทา  อโสกญฺจ  วิรชญฺจ  โหติ  ขีณาสวสฺเสว  โหติ.  

จิตทั้ง 3 ชนิดมีจิตไร้เศร้าเป็นต้นย่อมเป็นมงคลโดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังก็จริง ถึงกระนั้น จิตของบุคคลอื่น (ที่ไม่ใช่พระขีณาสพ) หาเป็นจิตไร้เศร้าและปราศจากธุลีตลอดเวลาไม่ ย่อมเป็นได้แต่จิตของพระขีณาสพเท่านั้น

ตสฺมา  อฏฺฐกถาจริเยหิ  อโสกํ  นาม  ขีณาสวสฺเสว  จิตฺตํ  ยถา  จ  อโสกํ  เอวํ  วิรชํ  เขมนฺติ  เอวมุกฺกฏฺฐวเสน  วตฺวา  

เพราะเหตุนั้น พระอรรถกถาจารย์จึงกล่าวมุ่งถึงจิตของบุคคลที่บรรลุธรรมชั้นสูงสุดอย่างนี้ว่า “จิตของพระขีณาสพจำพวกเดียวชื่อว่าจิตไร้เศร้า และจิตที่ปราศจากธุลีและจิตเกษมก็เป็นเช่นเดียวกับจิตไร้เศร้า” ดังนี้ 

ปุน  ตสฺส  มงฺคลตฺตํ  ทสฺเสนฺเตหิ  เอวํ  เตน  เตนากาเรน  ตมฺหิ  ตมฺหิ  ปวตฺติกฺขเณ  คเหตฺวา  นิทฺทิฏฺฐวเสน  ติวิธมฺปิ  อปฺปวตฺตกฺขนฺธตาทิโลกุตฺตมภาวาวหนโต  อาหุเนยฺยาทิภาวาวหนโต  จ  มงฺคลนฺติ  เวทิตพฺพนฺติ  วุตฺตํ.

เมื่อจะแสดงความที่จิตเช่นนั้นเป็นมงคล จึงกล่าวไว้อีกว่า “จิตทั้ง 3 ชนิดที่ดำรงอยู่ดำเนินไปในชีวิตประจำวันดังที่ท่านแถลงไว้นั้น พึงทราบว่าเป็นมงคล เพราะนำมาซึ่งความเป็นผู้สูงสุดในโลก เช่นความไม่มีตัวตนที่จะต้องไปเกิดอีกเป็นต้น และเพราะนำมาซึ่งคุณสมบัติของพระอริยะ เช่นความเป็นอาหุไนยบุคคลเป็นต้น

ที่มา: มังคลัตถทีปนี ภาค 2 ข้อ 601 หน้า 463

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ไม่มีที่ไหนปลอดภัย 

: ถ้าหัวใจยังไม่ปลอดจากกิเลส

#บาลีวันละคำ (3,320) (ชุดมงคล 38)

15-7-64

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *