รับบาตร หรือ รับบาต (บาลีวันละคำ 2,249)

รับบาตร หรือ รับบาต

เมื่อพระออกบิณฑบาต คำเก่าเรียกว่า “ไปโปรด” หรือ “ออกโปรด” คำใหม่นอกจากเรียกตรงๆ ว่า “ออกบิณฑบาต” หรือ “ไปบิณฑบาต” แล้ว ยังมีคำที่เรียกกันอีกคำหนึ่งคือ “ไปรับบาตร

คำว่า “บาตร” ในที่นี้ควรสะกดอย่างไร

“รับบาตร” อย่างที่สะกดนี้

หรือ “รับบาต” –บาต ไม่มี เรือ คือย่อมาจากคำว่า “รับบิณฑบาต

(๑) ถ้าสะกด “รับบาตร

บาตร” ในที่นี้ก็คือ “บาตรพระ” บาลีว่า “ปตฺต” (ปัด-ตะ) แปลตามศัพท์ว่า –

(1) “ภาชนะเป็นที่ตกลงแห่งข้าวสุก” หมายความว่า ข้าวสุก (= อาหาร) ตกลงไปในภาชนะชนิดนี้ จึงเรียกภาชนะนี้ว่า “ปตฺต

(2) “ภาชนะที่รักษาจากการตก” หมายความว่า (1) รักษา คือระวังไม่ให้ภาชนะนี้ตก เนื่องจากแต่เดิมบาตรทำด้วยดิน ตกแล้วแตก (2) รักษา คือรองรับอาหารที่ตกลงมาไม่ให้หล่นถึงพื้น แต่ให้ตกลงในภาชนะนี้

ปตฺต” สันสกฤตเป็น “ปตฺร” เราเขียนอิงสันสกฤต แต่ยืดเสียงเป็น “ปาตร” และแผลง เป็น เป็น “บาตร

ถามว่า “รับ” เป็นกิริยาของใคร คือใครรับบาตรจากใคร ญาติโยมรับบาตรจากพระภิกษุสามเณร หรือว่าพระภิกษุสามเณรรับบาตรจากญาติโยม

กรณีญาติโยมรับบาตรจากพระภิกษุสามเณร หมายถึงญาติโยมมีจิตศรัทธาต้องการถวายอาหารแก่พระภิกษุสามเณร ในสมัยพุทธกาลชาวบ้านที่มีศรัทธาเช่นนั้นนิยมรับบาตรจากพระภิกษุสามเณรนำไปใส่อาหารแล้วนำบาตรที่มีอาหารบรรจุอยู่นั้นมาถวายพระภิกษุสามเณรเจ้าของบาตร อย่างนี้ก็เรียกได้ว่า “รับบาตร” (โยมรับบาตรไปจากพระ)

หรืออาจเป็นกรณีที่ญาติโยมมีจิตศรัทธาต้องการถวายอาหารแก่พระภิกษุสามเณร จึงมาขอรับบาตรไปที่บ้านเพื่อใส่อาหาร แล้วขอให้พระภิกษุสามเณรรูปนั้นตามไปที่บ้านของตนเพื่อ “รับบาตร” พร้อมทั้งอาหารในบาตรกลับคืนมา อย่างนี้ก็เรียกได้ว่า “รับบาตร” ได้เช่นกัน (พระรับบาตรคืนมาจากโยม)

การกระทำทั้ง 2 ลักษณะนี้ ต่อมาจึงเอามาใช้เรียกกิริยาที่พระภิกษุสามเณรออกบิณฑบาตว่า “รับบาตร” ทั้งๆ ที่ไม่มีใครรับบาตรไปจากใคร

(๒) ถ้าสะกด “รับบาต” ( –บาต ไม่มี เรือ)

ต้องหมายถึงตัดมาจากคำเต็มว่า “ไปรับบิณฑบาต” คือพระภิกษุสามเณรนำบาตรไปรับอาหารจากญาติโยมที่รอใส่บาตรอยู่ที่บ้านหรือตามที่ต่างๆ

อาหารที่ญาติโยมถวายให้แก่พระภิกษุสามเณรที่นำบาตรไปรับเช่นนี้มีคำเรียกโดยเฉพาะว่า “บิณฑบาต” (-บาต ไม่มี เรือ) แปลตามศัพท์ว่า “การตกไปในบาตรแห่งก้อนข้าวที่คนอื่นให้” (บิณฑ > ปิณฺฑ = ก้อนข้าว, บาต > ปาต = การตก)

“รับบิณฑบาต” พูดลัดตัดคำเหลือเพียง “รับบาต

แต่อธิบายอย่างนี้และสะกดอย่างนี้คงไม่มีใครยอมรับ เพราะคนส่วนมากพอได้บินเสียง “บาด” และเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระภิกษุสามเณรออกรับอาหารจากญาติโยม ร้อยทั้งร้อยจะต้องเข้าใจว่า เสียงที่เปล่งออกมาว่า “บาด” ต้องสะกดเป็น “บาตร” คือบาตรพระเท่านั้น “บาด” อื่นไม่มี

อนึ่ง คำว่า “ไปรับบาตร” นั้นมีนัยเฉพาะอีกอย่างหนึ่งว่า พระภิกษุสามเณรมีโยมเจ้าประจำคอยใส่บาตร เวลาไปบิณฑบาตที่บ้านโยมผู้นั้นก็จะพูดว่า “ไปรับบาตร” ( -ที่บ้านโยม ก โยม ข)

หลักพระธรรมวินัย :

เมื่อพระภิกษุสามเณรออกบิณฑบาต ญาติโยมควรรู้หลักพระธรรมวินัยบางประการ เช่น –

๑. พระภิกษุสามเณรจะไม่สวมรองเท้าออกบิณฑบาต ทั้งนี้เพราะมีสิกขาบทบัญญัติไว้ว่า “ไม่พึงสวมรองเท้าเข้าบ้าน” และในทางพระวินัยถือว่า การออกบิณฑบาตคือการเข้าบ้าน

๒. มีพระวินัยบัญญัติว่า ปริมาณอาหารที่รับจะต้องไม่มากเกินขอบปากบาตร (คือพอฉันอิ่มในแต่ละวัน) ถ้ามีญาติโยมใส่บาตรมากจนล้นบาตร พระวินัยอนุญาตให้ถ่ายอาหารออกแล้วรับอีกได้ แต่อาหารทั้งหมดต้องไม่เกิน 3 บาตร อาหารที่รับมามากเช่นนั้นท่านว่าต้องแบ่งปันให้แก่เพื่อนพระภิกษุสามเณรด้วยกัน ห้ามกีดกันไว้ฉันเฉพาะตัว

๓. อาหารเพื่อดำรงชีพของพระภิกษุสามเณรต้องได้มาจากการบิณฑบาต ดังที่พระอุปัชฌาย์จะต้องสอนพระบวชใหม่ตั้งแต่วันแรกว่า

ปิณฺฑิยาโลปโภชนํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชาการบวชมีวิธีดำรงชีวิตโดยอาศัยโภชนะคืออาหารแต่ละคำที่ได้มาด้วยปลีแข้ง

คำว่า “อาหารแต่ละคำที่ได้มาด้วยปลีแข้ง” ก็คือต้องเดินบิณฑบาต และต้องออกบิณฑบาตวันต่อวัน เพราะมีสิกขาบทห้ามเก็บสะสมอาหาร

พระภิกษุสามเณรจะไม่ออกบิณฑบาตก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนที่กำหนดไว้ในพระวินัย

เงื่อนไขนั้นกำหนดไว้เป็นประการใด ควรต้องช่วยกันศึกษา (มิใช่นั่งนิ่งรอให้มีใครเอาความรู้มาใส่ปากป้อนให้)

๔. มีคำพระเก่าพูดสืบกันมาว่า “อาหารพระเหมือนอาหารเสือ” หมายความว่า การออกบิณฑบาตนั้นบางวันได้อาหารมาก บางวันได้น้อย และบางวันแทบจะไม่ได้เลยก็มี ชีวิตพระจึงเหมือนเสือออกล่าเหยื่อ วันไหนจับเหยื่อได้ก็อิ่ม วันไหนจับไม่ได้ก็อด

๕. การออกบิณฑบาตก็เพื่อให้ได้อาหารมาดำรงชีพพอมีกำลังเรี่ยวแรงศึกษาปฏิบัติธรรม เจตนารมณ์ของการบิณฑบาตมีเท่านี้ (ส่วนการสงเคราะห์ญาติโยมให้ได้บำเพ็ญบุญหรือได้บุญ เป็นการขยายผลไปจากเจตนาเดิมนี้) มิใช่เพื่อเอาของที่บิณฑบาตได้ไปขาย หรือไปเลี้ยงครอบครัว หรือบิณฑบาตเงินเพื่อรวย หรือเพื่อการอื่นๆ ซึ่งเป็นการประทุษร้ายต่อศรัทธาของญาติโยม ทั้งเป็นการประทุษร้ายต่อพระศาสนาอีกด้วย

…………..

บาลีวันละคำชุด:-

: ช่วยกันสืบทอดพระศาสนา

: ช่วยกันรู้ภาษาพระธรรมวินัย

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ตายเพราะไม่มีแรงหากิน

: มีเกียรติกว่าตายเพราะมีแรงแย่งกันกิน

#บาลีวันละคำ (2,249)

9-8-61

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย