อิทธูปเทศวิธี (บาลีวันละคำ 3,052)
อิทธูปเทศวิธี
เลือกใช้คน: 1 ใน 8 วิธีเพื่อชัยชนะ
อ่านว่า อิด-ทู-ปะ-เทด-สะ-วิ-ที
แยกศัพท์เป็น อิทธิ + อุปเทศ + วิธี
(๑) “อิทธิ”
เขียนแบบบาลีเป็น “อิทฺธิ” (มีจุดใต้ ทฺ) อ่านว่า อิด-ทิ รากศัพท์มาจาก อิธฺ (ธาตุ = เจริญ) + อิ ปัจจัย, ซ้อน ทฺ หลัง อิ ต้นธาตุ
: อิธ > (อิ + ทฺ) อิทฺธ + อิ = อิทฺธิ แปลตามศัพท์ว่า “เหตุเป็นเครื่องเจริญ”
ความหมายสามัญที่เข้าใจกัน “อิทฺธิ” หมายถึง ความสำเร็จ
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แสดงทัศนะต่อคำว่า “อิทฺธิ” ไว้ว่า –
There is no single word in English for Iddhi, as the idea is unknown in Europe. The main sense seems to be ʻ potency ʼ
ไม่มีคำในภาษาอังกฤษที่ให้ความหมายของคำว่า “อิทฺธิ” ได้ชัดเจนแม้สักคำเดียว, ความคิดเช่นนี้ไม่เป็นที่รู้จักในยุโรป. ความหมายหลักดูเหมือนจะเป็น potency อานุภาพหรืออำนาจ
แต่พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ ก็แปล “อิทฺธิ” ไว้คำหนึ่งว่า psychic powers (ฤทธิ์ทางใจ)
พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ไทย-อังกฤษ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต แปล “อิทธิ” เป็นอังกฤษว่า –
Iddhi : success; supernormal power; psychic power; magical power.
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“อิทธิ : (คำนาม) ฤทธิ์, อํานาจศักดิ์สิทธิ์; ความเจริญ, ความสําเร็จ, ความงอกงาม. (ป.; ส. ฤทฺธิ).”
(๒) “อุปเทศ”
บาลีเป็น “อุปเทส” อ่านว่า อุ-ปะ-เท-สะ รากศัพท์มาจาก อุป (คำอุปสรรค = เข้าไป, ใกล้, มั่น) + ทิสฺ (ธาตุ = แสดง) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, แผลง อิ ที่ ทิ-(สฺ) เป็น เอ (ทิสฺ > เทส)
: อุป + ทิสฺ = อุปทิสฺ + ณ = อุปทิสณ > อุปทิส > อุปเทส (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “อาการที่เข้าไปหาอาจารย์แล้วแสดง” หมายถึง การชี้แจง, การบ่งชี้, การแนะนำ, การสั่งสอน (pointing out, indication, instruction, advice)
บาลี “อุปเทส” สันสกฤตเป็น “อุปเทศ” (-เทศ ศ ศาลา)
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ –
(สะกดตามต้นฉบับ)
“อุปเทศ : (คำนาม) คำแนะนำ, คำบอกหรือชี้แจง; คำสั่ง, คำสั่งสอน; มายา; การเริ่มแนะนำสั่งสอน; การบอกมนตร์หรือสูตร์เบื้องต้น; ภาคต้น; advice, information; instruction; pretext or plea; initiation; communication or initiatory mantra or formula; an elementary team.”
ภาษาไทยใช้ตามสันสกฤตเป็น “อุปเทศ” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“อุปเทศ : (คำนาม) การชี้แจง, การสั่งสอน, การแนะนํา; คําสั่งสอน, คําชี้แจง, คําแนะนํา. (คำกริยา) สอน, ชี้แจง, แนะนํา. (ส., ป. อุปเทส).”
(๓) “วิธี”
บาลีเป็น “วิธิ” (โปรดสังเกต –ธิ สระ อิ ไม่ใช่ –ธี สระ อี) รากศัพท์มาจาก วิ (คำอุปสรรค = พิเศษ, วิเศษ, แจ้ง, ต่าง) + ธา (ธาตุ = ทรงไว้) + อิ ปัจจัย, ลบสระท้ายธาตุ (ภาษาไวยากรณ์ว่า “ลบสระหน้า”)
: วิ + ธา > ธ = วิธ + อิ = วิธิ แปลตามศัพท์ว่า “ทรงไว้เป็นพิเศษ”
“วิธิ” ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –
(1) การจัดแจง, การจัดการ, การประกอบ, กรรมวิธี (arrangement, get up, performance, process);
(2) พิธีการ, พิธีกรรม (ceremony, rite);
(3) การนัดหมาย, การกำหนด, การจัดหา (assignment, disposition, provision)
“วิธิ” ใช้ในภาษาไทยเป็น “วิธี”
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายของ “วิธี” ในภาษาไทยไว้ว่า –
(1) ทํานองหรือหนทางที่จะทํา เช่น วิธีทำฝอยทอง วิธีสอนคณิตศาสตร์ เลขข้อนี้ทำได้หลายวิธี.
(2) แบบ, แบบอย่าง, เช่น ทำถูกวิธี.
(3) กฎ, เกณฑ์.
(4) คติ, ธรรมเนียม.
การประสมคำ :
๑ อิทฺธิ + อุปเทส “ลบสระหลัง ทีฆะสระหลัง” คือลบ อิ– ที่ (อิทฺ)-ธิ (อิทฺธิ > อิทฺธ) ทีฆะ อุ ที่ อุ-(ปเทส) เป็น อู (อุปเทส > อูปเทส)
: อิทฺธิ > อิทฺธ + อุปเทส = อิทฺธุปเทส > อิทฺธูปเทส แปลว่า “การแนะนำวิธีบันดาลฤทธิ์” = แนะวิธีใช้ฤทธิ์
๒ อิทฺธูปเทส + วิธิ = อิทฺธูปเทสวิธิ (อิด-ทู-ปะ-เท-สะ-วิ-ทิ) แปลว่า “วิธีคือการแนะนำการใช้ฤทธิ์”
“อิทฺธูปเทสวิธิ” เขียนแบบไทยเป็น “อิทธูปเทศวิธี” (อิด-ทู-ปะ-เทด-สะ-วิ-ที)
อธิบาย :
“อิทฺธูปเทสวิธิ” หรือ “อิทธูปเทศวิธี” ถอดคำมาจาก “พุทธชยมังคลอัฏฐกคาถา” หรือคาถาพาหุงบทที่ 7 ข้อความในบาทคาถาว่า “อิทฺธูปเทสวิธินา” ข้อความเต็มทั้งบทว่าดังนี้ –
เขียนแบบบาลี :
นนฺโทปนนฺทภุชคํ วิพุธํ มหิทฺธึ
ปุตฺเตน เถรภุชเคน ทมาปยนฺโต
อิทฺธูปเทสวิธินา ชิตวา มุนินฺโท
ตนฺเตชสา ภวตุ เต ชยมงฺคลานิ.
เขียนแบบคำอ่าน :
นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง
ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ.
คำแปล :
พญานาคชื่อนันโทนันทะ ผู้มีความรู้ผิด มีฤทธิ์มาก
พระจอมมุนีทรงมีพุทธบัญชาให้พระโมคคัลานะพุทธโอรส
ไปปราบด้วยวิธีแสดงฤทธิ์ที่เหนือกว่า
ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
(สำนวนแปลของอาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก จากหนังสือ คาถาพาหุง)
ขยายความ :
ขยายความตามคาถาว่า สมัยหนึ่ง พระพุทธองค์เสด็จกลับจากจาริกสู่พระเชตวันมหาวิหาร ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีทูลอาราธนาให้เสด็จไปฉันภัตตาหารที่บ้านของท่านในวันรุ่งขึ้น ตอนใกล้รุ่งคืนนั้น ทรงตรวจดูบุคคลที่ควรจะเสด็จไปโปรด ก็ทรงเห็นพญานาคนันโทปนันทะซึ่งเป็นผู้มีฤทธิ์ ครั้นเวลาเช้าตรู่จึงทรงพาพระอรหันต์จำนวนหนึ่งเหาะไปทางถิ่นที่อยู่ของพญานาค
พญานาคนันโทปนันทะเห็นพระพุทธองค์กับพระอรหันตสาวกเหาะมาด้วยอำนาจฌานสมาบัติเช่นนั้นก็โกรธตามวิสัยพาล เห็นไปว่าสมณะโล้นพวกนี้เหาะมาทำให้ฝุ่นธุลีที่ติดเท้าร่วงหล่นลงมาใส่ศีรษะตนเป็นการกลั่นแกล้งรังแกกัน จึงบันดาลฤทธิ์เป็นหมอกควันบดบังดวงตะวันจนมืดมิดไม่เห็นหน
พระอรหันต์ทั้งหลายที่ตามเสด็จมีพระรัฏฐบาลเป็นต้นทูลขออนุญาตปราบพญานาคให้สิ้นฤทธิ์ แต่พระพุทธองค์ไม่ทรงอนุญาตให้องค์ไหนกระทำนอกจากพระมหาโมคคัลลานเถระ
เมื่อได้รับพระพุทธานุญาตแล้ว พระมหาโมคคัลลานเถระก็สำแดงฤทธิ์แปลงกายเป็นพญานาคใหญ่กว่านันโทปนันทะอีกเท่าหนึ่ง เข้าบีบรัดตัวพญานาคเข้ากับภูเขาพระสุเมรุ จะดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด แม้พญานาคจะสำแดงฤทธิ์เป็นประการใดๆ พระเถระก็สำแดงฤทธิ์ประการนั้นๆ เหนือขึ้นไปอีกเท่าหนึ่งเสมอ จนในที่สุดพญานาคสิ้นฤทธิ์ ยอมแพ้ จำแลงกายเป็นมาณพเข้าไปกราบไหว้พระเถระยอมตัวเป็นศิษย์ พระเถระก็พาไปเฝ้าพระพุทธองค์
พระพุทธองค์ประทานพระโอวาทสั่งสอนให้พญานาคนันโทปนันทะละพยศ ละความเป็นพาล ให้สมาทานมั่นอยู่ในเบญจศีล แล้วจึงพาพระอรหันตสาวกทั้งนั้นไปฉันภัตตาหารยังบ้านของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีตามที่ได้รับอาราธนาไว้
ชัยชนะครั้งนี้สำคัญอย่างไรท่านจึงจัดว่าเป็นชัยมงคล? เบื้องต้น หากเราไม่สนิทใจที่จะเชื่อว่า “พญานาค” ในเรื่องนี้คืองูใหญ่ที่มีพิษมากและมีฤทธิ์มากจริงๆ ก็มีทางที่จะพึงสันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็นชนเผ่าดุร้ายอะไรพวกหนึ่งที่ขึ้นชื่ออยู่ในเวลานั้น และคงจะได้เที่ยวรังควานสร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชนทั้งหลายอยู่ด้วย เมื่อพระพุทธองค์สามารถบำราบชนเผ่านี้ให้ยอมทิ้งความดุร้าย เปลี่ยนใจมานับถือเลื่อมใสพระพุทธศาสนาได้ จึงน่าจะเป็นที่อัศจรรย์และเป็นเรื่องที่เลื่องลือเป็นพิเศษ ท่านจึงถือว่าเป็นชัยมงคลประการสำคัญข้อหนึ่ง
อนึ่ง เป็นที่น่าสังเกตว่า ชัยชนะครั้งนี้พระพุทธองค์มิได้เป็นผู้ลงมือกระทำด้วยพระองค์เอง แต่ทรงกำหนดให้พระมหาโมคคัลลานเถระเป็นผู้กระทำ เกียรติคุณทั้งหลายน่าจะเป็นของพระเถระองค์นั้น แต่ไฉนจึงยกว่าเป็นชัยชนะของพระพุทธองค์ ข้อนี้น่าจะเป็นเพราะท่านเล็งถึงพระปรีชาญาณในการคัดเลือกพระสาวกให้ปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม เพราะถ้าเลือกใช้คนไม่เหมาะแก่งานแล้ว อาจจะไม่เป็นผลดีอย่างที่เป็นก็ได้ ในแง่นี้จึงต้องนับว่าเป็นชัยชนะของพระพุทธองค์ได้โดยแท้ และนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ถือว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นชัยมงคลด้วย
คำว่า “อิทธูปเทศ” หรือ “อิทธิอุปเทศ” ที่แปลว่า “แนะนำฤทธิ์” โดยสำนวนจึงน่าจะหมายถึงการเลือกใช้คนให้ถูกกับงานนั่นเอง
…………..
ดูก่อนภราดา!
: นายที่ยอดเก่ง คือนายที่เลือกใช้คน
: นายที่ยอดเลว คือนายที่หลอกใช้คน
#บาลีวันละคำ (3,052)
20-10-63