เท่านี้พอแก่การย์

ท่านี้พอแก่การย์

——————-

วันนี้ (๑๙ เมษายน ๒๕๖๔) ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๖ ผมไปทำบุญวันพระที่วัดมหาธาตุราชบุรีตามปกติ จากบ้านไปวัดไม่ไกลนัก ผมใช้วิธีเดินไป เว้นไว้แต่วันพระไหนท่านอาจารย์ผู้หญิงที่บ้านท่านไปทำบุญด้วย ผมก็ต้องขับรถไป เพราะท่านไม่คล่องตัวในการเดิน 

ตั้งแต่โควิดระบาด ท่านงดการไปทำบุญที่วัด แต่ผมไม่งด ไปคนเดียวผมเดินไป คล่องตัวดี

เวลาไปทำบุญวันพระ ผมแต่งชุดอุบาสกหรือบางคนเรียกชุดอุโบสถ คนไปทำบุญที่วัดมหาธาตุ ถ้าแต่งชุดอุโบสถ แปลว่าวันพระนั้นรักษาอุโบสถศีล

ชุดอุบาสกก็คือนุ่งดำใส่ขาว มีสไบเฉียง สมัยผมเป็นเด็กก็เห็นผู้ใหญ่แต่งชุดอย่างนี้ไปวัดกันทั้งนั้น หลวงพ่อวัดมหาธาตุท่านว่า นุ่งดำใส่ขาว มีสไบเฉียงแบบนี้ เป็นชุดมาตรฐานของอุบาสกอุบาสิกาไทย หมายความว่าพื้นถิ่นไหนๆ ก็มักแต่งกันอย่างนี้ สูตร “นุ่งดำใส่ขาว” พบเห็นได้ตามวัดทั่วไป 

เหตุผลอย่างหนึ่งที่นิยมนุ่งดำ (กางเกงดำหรือผ้าถุงดำ) ท่านว่าท่อนล่างของร่างกายสัมผัสพื้นบ่อย สกปรกง่าย นุ่งดำแม้เปื้อนอะไรก็ดูกลมกลืนไม่น่าเกลียด

แต่อุบาสกอุบาสิกาไทยสมัยนี้เห็นแต่งชุดนุ่งขาวใส่ขาวกันเยอะ ได้ยินเรียกกันว่า “ชุดปฏิบัติธรรม” 

เห็นแบบนั้นและได้ยินเรียกกันแบบนั้นทีไร ผมก็มักจะคิดต่อไปว่า อีกหน่อยใครจะปฏิบัติธรรมต้องนุ่งขาวใส่ขาว ใครไม่ได้นุ่งขาวใส่ขาวปฏิบัติธรรมไม่ได้ 

การปฏิบัติธรรมก็เลยดูเหมือนกับจะต้องแยกออกไปจากชีวิตปกติ ทั้งๆ ที่หลักของพระพุทธศาสนาก็คือ การปฏิบัติธรรมกับชีวิตปกติเป็นเนื้อเดียวกัน หมายความว่าทำอะไรๆ ในชีวิตประจำวันไปตามปกตินั่นแหละพร้อมกับปฏิบัติธรรมไปด้วย

แค่ปรารภเฉยๆ นะครับ ไม่ได้ไปขัดแย้งหรือคัดค้านอะไรใคร ใครนิยมอย่างไรก็เชิญตามอัธยาศัย อนุโมทนาได้ทั้งนั้น

เหตุผลอีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบเดินไปทำบุญวันพระก็คือ ไปตามทางใครเห็นแต่งตัวอย่างนี้ก็คงจะรู้ว่าผมกำลังไปวัด 

เมื่อเช้า ไปตามทางก็มีคนทัก เขากำลังทำกิจธุระอะไรอยู่ในบ้าน ผมเดินผ่านหน้าบ้านพอดี เขาเห็น-ก็เห็นผมแต่งชุดอุบาสกนั่นแหละ-ก็ร้องถามออกมาว่า วันนี้วันพระหรือ

เท่านี้ก็คุ้มแล้ว ใช้สำนวนในหนังสือเรื่องกามนิตก็ว่า “เท่านี้พอแก่การย์”

ถ้าผมแต่งชุดทั่วไป ใครเห็นก็ย่อมไม่รู้ว่าผมจะไปไหน และไม่ได้นึกว่าวันนี้วันพระ 

มีคนเห็นการแต่งตัวแล้วรู้ว่าวันนี้วันพระ อย่างน้อยๆ จิตเขาก็รับรู้ว่าวันนี้วันพระ แล้วก็ย่อมจะนึกต่อไปว่าวันพระเป็นวันทำบุญทำกุศล

ชั่วช้างกระดิกหูงูแลบลิ้นที่เขานึกถึงการทำบุญทำกุศล จิตเขาก็เป็นบุญ เขาจะทำบุญหรือไม่ทำ หรือเพียงแค่นึกขึ้นมาแวบเดียวแล้วก็ทำอื่นต่อไปตามเรื่องของเขา ก็เป็นเรื่องของเขา ไม่ว่าอะไรกัน 

แวบเดียวที่เขานึกวันพระก็ยังดีกว่าไม่รับรู้อะไรเลย นี่คือความหมายของคำว่า “เท่านี้พอแก่การย์”

หลายท่านนิยมโพสต์บอกล่วงหน้าว่า “พรุ่งนี้วันพระ” หลายท่านไปทำบุญวันพระมาแล้วเอารูปมาโพสต์บอกเพื่อให้อนุโมทนา เป็นเรื่องที่ควรแก่การอนุโมทนาจริงๆ

ขออนุโมทนาต่อทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

……………….

ปกติผมไม่นิยมโพสต์รูปตัวเอง เพราะเห็นว่าญาติมิตรที่อ่านจะไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่วันนี้พูดถึง “ชุดอุบาสก” ถ้าไม่มีรูปให้ดูหลายท่านอาจนึกไม่ออกว่าชุดแบบไหน 

ถ้ารูปผมไปทำให้ใครไม่สบายใจ ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

……………….

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย

๑๙ เมษายน ๒๕๖๔

๑๘:๓๗

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น