ออกพรรษา (บาลีวันละคำ 3,400)

ออกพรรษา

คำบาลีว่าอย่างไร

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

ออกพรรษา : (คำนาม) เรียกวันที่สิ้นสุดการจําพรรษาแห่งพระสงฆ์ คือ วันขึ้น ๑๕ คํ่า เดือน ๑๑ ว่า วันออกพรรษา, วันปวารณา หรือ วันมหาปวารณา ก็เรียก.”

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ที่คำว่า “วันออกพรรษา” บอกไว้ดังนี้ –

…………..

วันออกพรรษา : วันสิ้นสุดจำพรรษา, วันสุดท้ายของการจำพรรษา ตามปกติหมายถึงวันสิ้นสุดพรรษาต้น หรือสิ้นปุริมพรรษา ได้แก่ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ อันเป็นวันที่พระสงฆ์ทำสังฆกรรมชื่อว่า “ปวารณา” จึงเรียกว่าวันปวารณา หรือวันมหาปวารณา, (วันออกพรรษาหลัง หรือสิ้นปัจฉิมพรรษา คือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒).

…………..

พึงทราบว่า กรณีเกี่ยวกับการออกพรรษาที่เราเรียกกันว่า “วันออกพรรษา” นี้ ในคัมภีร์ไม่ได้ใช้คำที่จะแปลได้ว่า “วันออกพรรษา” 

ต่างจากกรณีเกี่ยวกับการเข้าอยู่จำพรรษาซึ่งในคัมภีร์มีคำเรียกว่า “วสฺสูปนายิกา” (วัด-สู-ปะ-นิ-ยิ-กา) แปลตามศัพท์ว่า “ดิถีเป็นที่น้อมไปสู่กาลฝน” ก็คือที่เราเรียกกันว่า “วันเข้าพรรษา” (ดู “วัสสูปนินายิกา” บาลีวันละคำ (2,946) 6-7-63)

ภิกษุที่จำพรรษาครบ 3 เดือนแล้ว คำบาลีเรียกว่า “วุตฺถวสฺส” (วุด-ถะ-วัด-สะ) แยกศัพท์เป็น วุตฺถ + วสฺส 

(๑) “วุตฺถ” 

อ่านว่า วุด-ถะ รากศัพท์มาจาก วสฺ (ธาตุ = อยู่, พำนัก) + (ตะ) ปัจจัย, แปลง อะ ที่ -(สฺ) เป็น อุ (วสฺ > วุส), แปลง ที่สุดธาตุกับ เป็น ตฺถ 

: วสฺ + = วสต > วุสต > วุตฺถ แปลตามศัพท์ว่า “-อันตนอยู่แล้ว” หมายถึง พักอยู่, อาศัยอยู่หรือใช้ [เวลา] (having dwelt, lived or spent [time])

(๒) “วสฺส” 

อ่านว่า วัด-สะ รากศัพท์มาจาก วสฺสฺ (ธาตุ = ราด, รด) + (อะ) ปัจจัย 

: วสฺสฺ + = วสฺส แปลตามศัพท์ว่า (1) “น้ำที่หลั่งรดลงมา” (2) “ฤดูเป็นที่ตกแห่งฝน” (3) “กาลอันกำหนดด้วยฤดูฝน” 

วสฺส” (ปุงลิงค์; นปุงสกลิงค์) ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –

(1) ฝน, ห่าฝน (rain, shower)

(2) ปี (a year)

(3) ความเป็นลูกผู้ชาย, ความแข็งแรง (semen virile, virility)

ในที่นี้ “วสฺส” มีความหมายตามข้อ (1)

วุตฺถ + วสฺส = วุตฺถวสฺส แปลตามรูปวิเคราะห์ (คือกระบวนการกระจายคำเพื่อหาความหมาย) ว่า “กาลฝน อันภิกษุใด อยู่แล้ว ภิกษุนั้น ชื่อว่า ‘วุตฺถวสฺส’ = ผู้มีกาลฝนอันตนอยู่แล้ว”

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ ขยายความไว้ว่า One who has kept Lent or finished the residence of the rains is a vutthavassa (ผู้อยู่จำพรรษาเสร็จแล้ว หรือพักอยู่ตลอดฤดูฝนแล้ว เรียกว่า วุตถวสส

วุตฺถวสฺส” แปลเอาความว่า “ผู้จำพรรษาแล้ว” เป็นคุณศัพท์ของ “ภิกษุ” คือบอกให้รู้ว่า ภิกษุรูปนั้นจำพรรษาครบตามกำหนดแล้ว

วุตฺถวสฺส” ไม่ได้ใช้เป็นคุณศัพท์ของ “วัน” อันอาจจะแปลได้ว่า “วันอันภิกษุอยู่จำพรรษาครบแล้ว” = “วันออกพรรษา

ถ้าแปลงคำนี้เป็น “วัน” ก็อาจจะเป็น “วุตฺถวสฺสา ติถี” หรือ “วุตฺถวสฺสทิวส” แปลตรงๆ ว่า “วันออกพรรษา” แต่นี่เป็นการคิดเล่นๆ เพราะคำจริงๆ ไม่มี จึงไม่ควรใช้ ขืนใช้เข้าอาจเข้าข่ายอุตริ

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจดูในคัมภีร์ก็พบว่า คัมภีร์สมันตปาสาทิกา อรรถกถาพระวินัย ตอนอนิยตกัณฑวัณณนา ภาค 2 หน้า 168 มีข้อความตอนหนึ่งว่า –

อาสาฬฺหีปวารณนกฺขตฺตาทีสุ  มหุสฺสเวสุ

ท่านผู้แปลข้อความตอนนี้แปลไว้ว่า –

“ในงานมหรสพฉลองมีอาสาฬหนักขัตฤกษ์และปวารณานักขัตฤกษ์เป็นต้น (งานฉลองนักขัตฤกษ์วันเข้าพรรษาและวันออกพรรษา)”

นั่นคือท่านแปลคำว่า “อาสาฬฺหีนกฺขตฺต” ว่า “อาสาฬหนักขัตฤกษ์” และวงเล็บว่า “นักขัตฤกษ์วันเข้าพรรษา” และแปลคำว่า “ปวารณนกฺขตฺต” ว่า “ปวารณานักขัตฤกษ์” และวงเล็บว่า “นักขัตฤกษ์วันออกพรรษา”

นั่นหมายความว่า ถ้าจะหาคำบาลีในคัมภีร์ที่หมายถึง “วันออกพรรษา” ก็น่าจะเป็นคำว่า “ปวารณนกฺขตฺต” คำนี้เอง

แต่นี่เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ขอฝากนักเรียนบาลีช่วยกันพิจารณาดูเถิด

ดูเพิ่มเติม: “วันมหาปวารณา” บาลีวันละคำ (3,034) 2-10-63 

…………..

หมายเหตุ :

วันที่เขียนบาลีวันละคำคำว่า “ออกพรรษา” นี้ ยังไม่ถึงวันออกพรรษา แต่ก็ไม่มีระเบียบห้ามไว้ว่าห้ามกล่าวถึงวันออกพรรษาก่อนถึงวันออกพรรษาหรือเมื่อเลยวันออกพรรษาไปแล้ว และไม่มีระเบียบห้ามไว้เช่นกันว่า ห้ามศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับวันออกพรรษาก่อนถึงวันออกพรรษาหรือเมื่อเลยวันออกพรรษาไปแล้ว ดังนั้น การกล่าวถึงวันออกพรรษาในช่วงเวลานี้จึงไม่เป็นความผิด หรือแม้แต่จะอ้างว่าไม่ถูกกาลเทศะก็คงอ้างไม่ได้

เวลานี้สังคมไทยเรามีค่านิยมประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง คือ จะเอ่ยถึงเรื่องอะไรหรือเอ่ยถึงใครก็ต่อเมื่อถึงวันที่กำหนดกันว่าเป็นวันเกี่ยวกับเรื่องนั้นหรือเกี่ยวกับบุคคลนั้นเพียงวันเดียว ก่อนหน้านั้นหรือหลังจากวันที่กำหนดนั้นแล้วก็ไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องนั้นหรือบุคคลนั้นอีกจนกว่าจะถึงวันนั้นในรอบปีต่อไป

คงยากที่จะแก้ไขค่านิยมประหลาดนี้ จะทำได้ก็เพียงเตือนสติกันหรือให้คติกันเท่าที่พอจะทำได้

…………..

ดูก่อนภราดา!

: อย่ารอให้ถึงวันตาย

: จึงค่อยคิดถึงความตาย

#บาลีวันละคำ (3,400)

3-10-64

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *