บาลีวันละคำ

ทุรยุค (บาลีวันละคำ 3,487)

ทุรยุค

ยุคเลวร้าย

อ่านว่า ทุ-ระ-ยุค

ประกอบด้วยคำว่า ทุร + ยุ

(๑) “ทุร

อ่านว่า ทุ-ระ รูปคำเดิมในบาลีเป็น “ทุ” เป็นคําอุปสรรค (อุปสรรค : คำสำหรับใช้เติมข้างหน้าคำนามหรือคำกริยาที่เป็นรูปคำบาลีหรือสันสกฤตให้มีความหมายแผกเพี้ยนไปจากเดิม หรือมีความหมายตรงข้ามกับความหมายเดิมเป็นต้น และถือเป็นคำเดียวกับคำนามหรือคำกริยานั้น เพราะตามปรกติจะไม่ใช้ตามลำพัง) มีความหมายว่า ชั่ว, ผิด, ยาก, ลําบาก, ทราม, การใช้ไปในทางที่ผิด, ความยุ่งยาก, ความเลว (bad, wrong, perverseness, difficulty, badness)

ทุ” อุปสรรคคำนี้นักเรียนบาลีในไทยท่องจำคำแปลได้ตั้งแต่ชั้นไวยากรณ์ว่า “ทุ: ชั่ว, ยาก, ลําบาก, ทราม, น้อย

ทุ” เมื่อนำหน้าคำบางคำ ลง -อาคม หรือจะว่าแปลง ทุ เป็น “ทุร” ก็ได้

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

ทุร- : (คำวิเศษณ์) คําประกอบหน้าคําศัพท์ หมายความว่า ชั่ว, ยาก, ลําบาก, น้อย, ไม่มี, เช่น ทุรค ว่า ที่ไปถึงยาก, ทางลําบาก. (ส.).”

ควรรู้เพิ่มขึ้นอีกหน่อยว่า ในบาลีมีคำว่า “ทูร” (ทู– สระ อู) อีกคำหนึ่ง ซึ่งบางบริบทมีความหมายใกล้เคียงกับ “ทุร

ทูร” อ่านว่า ทู-ระ รากศัพท์มาจาก ทุ (คำอุปสรรค = ยาก, ลำบาก) + อรฺ (ธาตุ = ไป, ถึง, เป็นไป) + ปัจจัย, ใช้สูตร “ลบสระหลัง ทีฆะสระหน้า” คือ (ทุ + อรฺ : ทุ อยู่หน้า อรฺ อยู่หลัง) ลบ อะ ที่ อรฺ (อรฺ > ) ทีฆะ อุ ที่ ทุ เป็น อู (ทุ > ทู)

: ทุ + อรฺ = ทุร > ทูร + = ทูร (นปุงสกลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “ที่ที่ไปถึงโดยยาก” หมายถึง ไกล, ห่าง, ห่างไกล (far, distant, remote)

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

ทูร– : (คำวิเศษณ์) คําประกอบหน้าคําศัพท์ หมายความว่า ไกล เช่น ทูรบถ ทูรมรรคา ว่า ทางยาว, ทางไกล. (ป.).”

(๒) “ยุค” 

บาลีอ่านว่า ยุ-คะ รากศัพท์มาจาก ยุช (ธาตุ = ประกอบ) + (อะ) ปัจจัย แปลง ชฺ เป็น

: ยุชฺ + = ยุช > ยุค (นปุงสกลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ประกอบกันอยู่” 

ยุค” ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –

(1) แอก, ไม้ขวางเทียมคันไถตามปกติ หรือเทียมรถ (the yoke of a plough usually or a carriage)

(2) สิ่งที่ถูกเทียมหรือควรเข้ากับแอกคู่หนึ่ง, 2 ตัว (what is yoked or fits under one yoke a pair, couple)

(3) เกี่ยวเนื่องโดยสืบสายชั่วคน, ยุค (connected by descent generation, an age)

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บคำว่า “ยุค” ไว้ 3 คำ บอกไว้ดังนี้ –

(1) ยุค ๑ : (คำนาม) แอก. (ป., ส.).

(2) ยุค ๒ : (คำนาม) คู่, ทั้งสอง. (ป., ส.).

(3) ยุค ๓ : (คำนาม) คราว, สมัย, เช่น ยุคมืด ยุคหิน; กําหนดเวลาของโลก มี ๔ ยุค. (ดู จตุรยุค). (ป., ส.).

ในที่นี้ “ยุค” มีความหมายตาม “ยุค ๓”

ยุค” ในความหมายนี้ พจนานุกรมฯ บอกให้ไปดูที่คำว่า “จตุรยุค

ที่คำว่า “จตุรยุค” พจนานุกรมฯ บอกไว้ว่า –

จตุรยุค : (คำนาม) ยุคทั้ง ๔ คือ กฤดายุค ไตรดายุค ทวาบรยุค กลียุค.”

ทุร + ยุค = ทุรยุค แปลว่า “ยุคชั่วร้าย

ขยายความ :

พจนานุกรมฯ ไม่ได้เก็บคำว่า “ทุรยุค” ไว้ ในคัมภีร์บาลีก็ยังไม่พบศัพท์ว่า “ทุรยุค” (บาลีอ่านว่า ทุ-ระ-ยุ-คะ) นักเรียนบาลีท่านใดค้นพบศัพท์นี้ในคัมภีร์ กรุณานำเสนอด้วย จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

ถ้าอธิบายตามความรู้สึก “ทุรยุค” ก็คือยุคสมัยที่ความเลวร้ายนำหน้าความดี หรืออธรรมนำหน้าธรรม

ดูตาม “จตุรยุค” หรือ “ยุคทั้งสี่” ที่มีคำอธิบายกันมาอาจช่วยให้มองภาพออกว่า “ทุรยุค” น่าจะมีตั้งแต่เมื่อไร

ตามคติของพราหมณ์ แบ่งอายุของโลกออกเป็น 4 ยุค คือ –

1 กฤดายุค แปลว่า “ยุคทำเสร็จแล้ว” ศีลธรรมมีเต็มเปี่ยม (เทียบหน้าลูกเต๋ามีสี่แต้ม) มนุษย์มีแต่ความสุข ไม่ต้องลำบาก เพราะทุกอย่าง “ทำเสร็จแล้ว”

2 ไตรดายุค แปลว่า “ยุคมีสาม” ศีลธรรมพร่องไปส่วนหนึ่ง ยังมีอยู่สามส่วน (เทียบหน้าลูกเต๋ามีสามแต้ม) มนุษย์รู้จักทุกข์บ้าง แต่สุขมากกว่า

3 ทวาบรยุค แปลว่า “ยุคเหลืออีกสอง” ศีลธรรมเสื่อมไปครึ่งหนึ่ง (เทียบหน้าลูกเต๋ามีสองแต้ม) สุขกับทุกข์พอๆ กัน

4 กลียุค แปลว่า “ยุคชั่วร้าย” ศีลธรรมเหลือเพียงส่วนเดียว (เทียบหน้าลูกเต๋ามีแต้มเดียว) มนุษย์มีแต่ทุกข์ยากเดือดร้อน สุขบ้างก็น้อยเต็มที

ทุรยุค” น่าจะมีลักษณะใกล้เคียงกับ “กลียุค” 

เท่าที่รู้สึกและเข้าใจกันในภาษาไทย “กลียุค” มีความหมายว่า ยุคสมัยแห่งความเดือดร้อน วุ่นวาย ผู้คนเบียดเบียนล้างผลาญกันอย่างไม่เลือกหน้า ความชั่วที่เหลือเชื่อของมนุษย์ จะได้เห็นกันในยุคนี้

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายของคำว่า “กลียุค” ไว้ดังนี้ –

กลียุค : (คำนาม) ชื่อยุคที่ ๔ ของจตุรยุคตามคติของพราหมณ์ ในยุคนี้ธรรมะของมนุษย์ลดลงเหลือเพียง ๑ ใน ๔ ส่วน เมื่อเทียบกับในสมัยกฤดายุค และอายุของมนุษย์ก็สั้นลงโดยไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน (ดู จตุรยุค), ช่วงเวลาที่มีแต่ความรุนแรงเลวร้ายเกิดขึ้น . (ป., ส. กลิยุค).”

…………..

แถม :

นักขบธรรมะแสดงความเห็นว่า เมื่อมี “จตุรยุค” ได้ เราก็ควรใช้ “จตุราริยสัจ” เป็นกระบวนการกำจัดทุรยุคได้ด้วย

จตุราริยสัจ” ประกอบด้วย –

(1) ทุกข์ เช่นเกิด แก่ ตาย หรือ “ปัญหา” ทั้งปวง

(2) สมุทัย เหตุให้ทุกข์เกิด คือตัณหา

(3) นิโรธ ความดับทุกข์ 

(4) มรรค หนทางดำเนินให้ถึงความดับทุกข์

ตัวการใหญ่คือ “สมุทัย” ขั้นตอนการจัดการคือ –

(1) กำหนดรู้ให้แน่ชัดว่า สิ่งนั้นแน่ๆ ที่เป็นเหตุให้ทุกข์เกิด ไม่ใช่สิ่งอื่น 

(2) ลดเลิกละสาเหตุนั้นๆ ให้ได้ จนถึงกำจัดปัดเป่าออกไปเสียได้ 

(3) สำรวจตรวจสอบว่า ได้กำจัดปัดเป่าสาเหตุแห่งทุกข์ออกไปสำเร็จแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่ได้ทำหรือยังทำไม่สำเร็จ ก็จงทำต่อไปโดยดำเนินตาม “มรรค

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ถ้ารู้จักใช้วัดเป็นแหล่งกำจัดเหตุแห่งทุกข์

: ก็จะไม่มีทุรยุคอยู่ในหัวใจ

#บาลีวันละคำ (3,487)

29-12-64 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *