ติรัจฉานโยนิ – 1 ในอบายภูมิ (บาลีวันละคำ 3,496)

ติรัจฉานโยนิ – 1 ในอบายภูมิ

ควรดำริทุกครั้งที่รู้สึกว่า-เราเป็นคนรักสัตว์

ติรัจฉานโยนิ” อ่านว่า ติ-รัด-ฉา-นะ-โย-นิ

เขียนแบบาลีเป็น “ติรจฺฉานโยนิ” อ่านว่า ติ-รัด-ฉา-นะ-โย-นิ 

ประกอบด้วยคำว่า ติรจฺฉาน + โยนิ 

(๑) “ติรจฺฉาน

อ่านว่า ติ-รัด-ฉา-นะ รากศัพท์มาจาก ติรจฺฉ + ยุ ปัจจัย 

(ก) “ติรจฺฉ” รากศัพท์มาจาก ติริย (ขวาง) + อญฺช (ธาตุ = ไป, เป็นไป) + (อะ) ปัจจัย, แปลง ติริย เป็น ติร, อญฺช เป็น จฺฉ

: ติริย > ติร + อญฺช + = ติรญฺช > ติรจฺฉ แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ไปขวาง” 

(ข) ติรจฺฉ + ยุ ปัจจัย, แปลง ยุ เป็น อน (อะ-นะ), ทีฆะ อะ ที่ -(น) เป็น อา

: ติรจฺฉ + ยุ > อน = ติรจฺฉน > ติรจฺฉาน แปลเท่าศัพท์เดิม คือ “ผู้ไปขวาง” หมายความว่า เจริญเติบโตโดยทางขวางซึ่งตรงกันข้ามกับมนุษย์ที่เติบโตไปทางสูง

ติรจฺฉาน” (ปุงลิงค์) หมายถึง สัตว์ทั่วไปที่ไม่ใช่มนุษย์ (an animal)

ในภาษาไทย ใช้เป็น “ดิรัจฉาน” (ดิ– ด เด็ก) และ “ติรัจฉาน” (ติ– ต เต่า) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

(1) ดิรัจฉาน : (คำนาม) สัตว์เว้นจากมนุษย์ เช่นหมู หมา วัว ควาย (มักใช้เป็นคําด่า), ใช้ว่า เดรัจฉาน หรือ เดียรัจฉาน ก็มี. (ป. ติรจฺฉาน ว่า ขวาง, ติรจฺฉานคต ว่า สัตว์มีร่างกายเจริญโดยขวาง).

(2) ติรัจฉาน : (คำนาม) ดิรัจฉาน, สัตว์เดรัจฉาน. (ป. ติรจฺฉานคต ว่า สัตว์มีร่างกายเจริญในแนวนอนหรือแนวราบ คือให้อกขนานไปกับพื้น).

(๒) “โยนิ” 

อ่านว่า โย-นิ ( –นิ สระ อิ) รากศัพท์มาจาก –

(1) ยุ (ธาตุ = ปะปน, ผสม) + ยุ ปัจจัย, แผลง อุ ที่ ยุ ธาตุเป็น โอ (ยุ > โย), แปลง ยุ ปัจจัยเป็น อน (อะ-นะ) + อิ ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์ 

: ยุ + ยุ > อน = ยุน > โยน + อิ = โยนิ แปลตามศัพท์ว่า “ธรรมชาติที่ผสมปนอยู่ในเญยยธรรมทั้งหลาย” 

โยนิ” ตามรากศัพท์นัยที่ (1) นี้ หมายถึง ความละเอียดหรือปรีชา, ความรู้, ญาณ (thoroughness, knowledge, insight)

(2) ยุ (ธาตุ = ไป; ปะปน, ผสม) + นิ ปัจจัย, แผลง อุ ที่ ยุ ธาตุเป็น โอ (ยุ > โย

: ยุ + นิ = ยุนิ > โยนิ แปลตามศัพท์ว่า (1) “อวัยวะเป็นเหตุไปอย่างเดียวกันแห่งเหล่าสัตว์” (2) “อวัยวะเป็นเครื่องประสมกันแห่งอสุจิ” หมายถึง 

โยนิ” ตามรากศัพท์นัยที่ (2) นี้ หมายถึง –

(1) มดลูก (the womb)

(2) กำเนิด, ช่องคลอด, โยนี, อาณาจักรแห่งความเป็นอยู่; ธรรมชาติ, บ่อเกิด (origin, way of birth, place of birth, realm of existence; nature, matrix) 

บาลี “โยนิ” สันสกฤตก็เป็น “โยนิ” รูปเดียวกัน

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ –

(สะกดตามต้นฉบับ)

โยนิ : (คำนาม) องค์ที่ลับของสตรี; นิธิ, อากร, รัตนากร, มณิภูมิ, บ่อหรือเหมืองแร่, ‘ขุมทรัพย์’ ก็ใช้; น้ำ; เหตุ, มูล; ที่เกิดทั่วไป; the vulva; a mine; water; cause, origin; place of birth or production in general.”

โยนิ” ในภาษาไทยใช้เป็น “โยนี” ( –นี สระ อี) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

โยนี : (คำนาม) อวัยวะสืบพันธุ์ของหญิง, ราชาศัพท์ใช้ว่า พระโยนี. (ป., ส. โยนิ ว่า มดลูก; ที่เกิด, ต้นกำเนิด; ปัญญา).”

…………..

อภิปรายแทรก : 

คำว่า “โยนิ” (บาลีสันสกฤต –นิ สระ อิ) เมื่อใช้ในภาษาไทยเป็น “โยนี” ( –นี สระ อี) เรามักจำกัดความหมายไปทางเดียวว่าหมายถึง “อวัยวะสืบพันธุ์ของหญิง” ทำให้รู้สึกว่าเป็นคำหยาบ ไม่น่าพูด พอๆ กับคำไทยพยางค์เดียวที่เอ่ยถึงแค่นี้ก็รู้กันดีว่าหมายถึงคำอะไร

แต่ในภาษาบาลี “โยนิ” ไม่ได้เจาะจงถึง “อวัยวะสืบพันธุ์ของหญิง” โดยเฉพาะหรือโดยตรง ขอให้สังเกตคำแปลเป็นภาษาอังกฤษข้างต้นที่ฝรั่งเป็นผู้แปล จะเห็นว่าไม่มีคำเจาะจงชัดๆ เช่นนั้นเลย แม้แต่คำว่า the vulva ที่ สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน แปล ก็ไม่มีในคำแปลของพจนานุกรมบาลี-อังกฤษ

อาจกล่าวได้ว่า ในภาษาบาลี “โยนิ” ใช้ในความหมายว่า ปัญญา เหตุผล ต้นกำเนิด ชุกชุมกว่าความหมายอื่น 

คำว่า “โยนิโสมนสิการ” (การพิจารณาโดยแยบคาย) ที่เราค่อนข้างคุ้นกันในภาษาไทย “โยนิโส…” ก็มาจาก “โยนิ” คำนี้ 

คำว่า “ปฏิสังขาโย” ที่ชาววัดคุ้นกันดี ก็ตัดมาจาก “ปฏิสังขา โยนิโส …” ซึ่งก็มาจาก “โยนิ” คำเดียวกัน หมายถึง ปัญญาอันแยบคาย

คำว่า “โยนิ” ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ คือ “โยนิ” ที่หมายถึง กำเนิดของสัตว์ทั้งหลาย 

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ และพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ไทย-อังกฤษ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต บอกไว้ดังนี้ –

…………..

โยนิ : กำเนิดของสัตว์ มี ๔ จำพวก คือ 

๑. ชลาพุชะ เกิดในครรภ์ เช่น คน แมว (womb-born creatures; those born from the womb; the viviparous) 

๒. อัณฑชะ เกิดในไข่ เช่น นก ไก่ (egg-born creatures; the oviparous) 

๓. สังเสทชะ เกิดในไคล คือที่ชื้นแฉะสกปรก เช่น หนอนบางอย่าง (moisture-born creatures) 

๔. โอปปาติกะ เกิดผุดขึ้น เช่น เทวดา สัตว์นรก (creatures having spontaneous births) 

…………..

ติรจฺฉาน + โยนิ = ติรจฺฉานโยนิ (ติ-รัด-ฉา-นะ-โย-นิ) แปลว่า “กำเนิดดิรัจฉาน” 

ติรจฺฉานโยนิ” ใช้ในภาษาไทยเป็น “ติรัจฉานโยนิ” คำนี้ยังไม่ได้เก็บไว้พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ที่คำว่า “ติรัจฉานโยนิ” บอกไว้ดังนี้ –

ติรัจฉานโยนิ : กำเนิดดิรัจฉาน (ข้อ ๒ ในทุคติ ๓, ข้อ ๒ ในอบาย ๔); ดู คติ.”

ที่คำว่า “คติ” บอกไว้ดังนี้ –

…………..

… ที่ไปเกิดของสัตว์, ภพที่สัตว์ไปเกิด, แบบการดำเนินชีวิต มี ๕ คือ 

๑. นิรยะ นรก 

๒. ติรัจฉานโยนิ กำเนิดดิรัจฉาน 

๓. เปตติวิสัย แดนเปรต 

๔. มนุษย์ สัตว์มีใจสูงรู้คิดเหตุผล 

๕. เทพ ชาวสวรรค์ ตั้งแต่ชั้นจาตุมหาราชิกา ถึง อกนิษฐพรหม. … 

…………..

สรุปว่า “ติรัจฉานโยนิ” เป็น 1 ในอบายภูมิ คือภูมิกำเนิดที่ปราศจากความเจริญ มี 4 อย่าง คือ –

1. นิรยะ = นรก 

2. ติรัจฉานโยนิ = กำเนิดดิรัจฉาน 

3. ปิตติวิสัย = ภูมิแห่งเปรต 

4. อสุรกาย = พวกอสุรกาย 

ในบาลี เมื่อกล่าวถึง “ดิรัจฉาน” นิยมใช้ศัพท์อีกคำหนึ่ง คือ “ติรจฺฉานคต” (ติ-รัด-ฉา-นะ-คะ-ตะ) เขียนแบบไทยเป็น “ติรัจฉานคตะ” ทั้ง “ติรัจฉานโยนิ” และ “ติรัจฉานคตะ” เป็นคำที่เราไม่คุ้น 

คำที่เราคุ้นกันดีคือ “สัตว์” 

พอพูดว่า “สัตว์” คนส่วนมากจะนึกถึงเฉพาะสิ่งมีชีวิตที่คำอังกฤษเรียกว่า animal 

animal นั่นเองมีความหมายตรงกับ “ติรัจฉานโยนิ” และ “ติรัจฉานคตะ

แต่พึงทราบว่า “สัตว์” หรือ “สตฺต” ในภาษาบาลีไม่ได้หมายถึงเฉพาะ animal อย่างที่มักเข้าใจกันในภาษาไทย

ตามหลักธรรม ท่านแสดงไว้ว่า “ติรัจฉานโยนิกำเนิดดิรัจฉาน จัดเป็น “อบาย” แต่ไม่เป็น “ทุคติ” และจิตที่นำให้ไปเกิดเป็นดิรัจฉานคือ โมหจิต กล่าวคือความหลงไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี รู้ไม่เท่าทันสภาพต่างๆ ตามความเป็นจริง 

ผู้ใคร่ธรรมพึงแสวงหารายละเอียดต่อไปเทอญ

…………..

ชวนคิด :

คนส่วนมากมีนิสัยรักสัตว์ สัตว์เลี้ยงบางชนิดบางตัวผู้เลี้ยงยืนยันว่า รักเหมือนลูกหรือยิ่งกว่าลูก

ถามชวนคิดว่า ถ้าให้เราเป็นสัตว์ที่มีคนรักแบบนั้นบ้าง เอาไหม?

…………..

ดูก่อนภราดา!

ธมฺเมน หีนา ปสุภี สมานา.

: เสื่อมจากศีลธรรม

: คนก็ระยำพอๆ กับ animal

#บาลีวันละคำ (3,496)

7-1-65 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น