งานของคนชอบจับผิดชาวบ้าน

งานของคนชอบจับผิดชาวบ้าน 

——————————

ขอเชิญญาติมิตรอ่านข้อความในภาพประกอบที่เป็นภาษาไทยก่อนนะครับ

ข้อความในภาพอ่านได้ดังนี้ 

…………………..

ภูเขาศิลาแห่งเดียว

ย่อมไม่หวั่นไหวด้วยลม

… ฉันใด … 

บัณฑิตทั้งหลายก็ไม่หวั่นไหว 

ด้วยการนินทาและสรรเสริญฉันนั้น

พุทธพจน์

…………………..

ภาพนี้ผมอ่านเจอทางเฟซบุ๊กนี่แหละครับ นานมาแล้ว จำไม่ได้แล้วว่าเป็นของท่านใดนำมาเผยแพร่ 

เห็นลงว่าเป็น “พุทธพจน์” ผมก็ต้องสนใจเป็นธรรมดา

อะไรที่ใครบอกว่าเป็น “พุทธพจน์” นี่ ผมอยากเชิญชวนให้ชาวพุทธเราสนใจกันให้มากสักหน่อย 

ถ้าเป็นพุทธพจน์จริง เราก็ได้รับรสพระธรรมวินัย เป็นอันได้ประโยชน์โดยตรงจากพระศาสนา 

ถ้าไม่ใช่พุทธพจน์ เราก็ได้ความรู้ คือรู้ว่ามีคนเอาสิ่งที่ไม่ใช่พุทธพจน์มาแอบอ้าง 

การเอาสิ่งที่ไม่ใช่พุทธพจน์มาแอบอ้างว่าเป็นพุทธพจน์ ผู้รู้ท่านเรียกว่า-เป็นการประทุษร้ายทางปัญญาแก่สังคม คือทำให้คนทั้งหลายเกิดเข้าใจผิด 

แต่ไม่ใช่จะมาชวนให้มองไปว่า อะไรที่ “ไม่ใช่พุทธพจน์” จะไม่ดีนะครับ

อะไรที่ “ไม่ใช่พุทธพจน์” นั้น อาจจะดี มีประโยชน์ เพียงแต่ขอให้บอกไปตามตรงว่า-นี่ไม่ใช่พุทธพจน์นะ อันเป็นความซื่อตรงตามวิสัยของสาธุชนทั้งหลาย

ทีนี้มาดูข้อความจากภาพ เมื่อบอกว่าเป็น “พุทธพจน์” ผมก็ใช้วิชาเท่าที่เรียนมาไปตรวจสอบดู 

อันที่จริง นักเรียนบาลีในเมืองไทยถ้าได้เห็นข้อความนี้ย่อมจะระลึกได้ว่า “เคยผ่านตา” เพราะปรากฏอยู่ในคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถา ภาค ๔ เรื่อง ลกุณฏกภัททิยเถระ

คัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถา ภาค ๔ ปัจจุบันนี้เป็นแบบเรียนของนักเรียนบาลีชั้นประโยค ๑-๒ 

ควรรู้ต่อไปอีกด้วยว่า ที่มาต้นเดิมของ “พุทธพจน์” บทนี้อยู่ในคัมภีร์ธรรมบท อันเป็นคัมภีร์ชั้นพระบาลีหรือชั้นพระไตรปิฎก

ธัมมปทัฏฐกถาเป็นคัมภีร์ชั้นอรรถกถา อธิบายขยายความคัมภีร์ธรรมบทนั้นอีกทีหนึ่ง 

เอาคร่าวๆ นะครับ พอให้มองภาพออก 

เมื่อรู้ที่มาต้นเดิม เราก็ตามไปดูที่คัมภีร์ต้นเดิม ซึ่งในที่นี้คือคัมภีร์ธรรมบท

ลัดตัดตรงไปเลย – คัมภีร์ธรรมบทอยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม ๒๕ ช่วยกันจำตัวเลขนี้ไว้ด้วยก็จะดีนะครับ 

…………………..

แค่ท่านพูดกับใครๆ ที่สนใจพระศาสนาว่า “คัมภีร์ธรรมบทอยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม ๒๕” – รับรองว่าคนฟังจะรู้สึก “ทึ่ง” ในตัวท่านเป็นอันมาก (แม้ว่าตามสัตย์จริงท่านจะรู้แค่นั้นเองก็ตามทีเถิด!)

…………………..

แต่ว่าพระไตรปิฎกเล่ม ๒๕ นี่ไม่ใช่มีเฉพาะคัมภีร์ธรรมบทเรื่องเดียว แต่รวมเรื่องอื่นๆ ไว้อีกด้วย 

แต่ไม่ต้องห่วงครับ ผ่านเรื่องอื่นๆ ไปก่อน เจาะตรงไปที่ธรรมบทกันเลย 

คัมภีร์ธรรมบทจะแบ่งเรื่องออกเป็น “วรรค” หลายวรรค หนึ่งในจำนวนวรรคเหล่านี้มีชื่อเรียกแบบไทยๆ ว่า “บัณฑิตวรรค” 

เปิดหา “บัณฑิตวรรค” ให้เจอ ถ้าไม่เคยเปิดก็อาจจะเสียเวลาหน่อย แต่รับรองว่าไม่หนีไปไหนหรอกครับ ในที่สุดก็ต้องเจอ 

ในบัณฑิตวรรค (บาลี-ปณฺฑิตวคฺค) มีข้อความที่เป็นคาถา (คาถา = คำกลอนในภาษาบาลี) บทหนึ่ง ว่าดังนี้ 

…………………..

เสโล ยถา เอกฆโน 

วาเตน น สมีรติ 

เอวํ นินฺทาปสํสาสุ 

น สมิญฺชนฺติ ปณฺฑิตา.

…………………..

พระไตรปิฎกภาษาไทยแปลไว้ว่า 

…………………..

ภูเขาหินล้วน เป็นแท่งทึบ 

ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะลม ฉันใด 

บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่หวั่นไหว

เพราะนินทาและสรรเสริญ ฉันนั้น

…………………..

โปรดเทียบกับข้อความในภาพ 

…………………..

ภูเขาศิลาแห่งเดียว

ย่อมไม่หวั่นไหวด้วยลม

… ฉันใด … 

บัณฑิตทั้งหลายก็ไม่หวั่นไหว 

ด้วยการนินทาและสรรเสริญฉันนั้น

…………………..

ทีนี้ก็มาถึงประเด็นที่ผมตั้งใจจะพูด นั่นก็คือ ข้อความในภาพบอกว่า “ภูเขาศิลาแห่งเดียว”

พระไตรปิฎกภาษาไทยบอกว่า “ภูเขาหินล้วน เป็นแท่งทึบ” 

ข้อความทั้งสองนี่แปลมาจากคำบาลีคำเดียวกันว่า “เสโล … เอกฆโน” 

“เสโล” ข้อความในภาพแปลว่า “ภูเขาศิลา”

พระไตรปิฎกภาษาไทยแปลว่า “ภูเขาหินล้วน” 

“เอกฆโน” ข้อความในภาพแปลว่า “แห่งเดียว”

พระไตรปิฎกภาษาไทยแปลว่า “เป็นแท่งทึบ” 

จะเห็นได้ว่า คำแปล “เอกฆโน” นี้ ความหมายต่างกันจนกลายเป็นคนละเรื่อง

“เอก” แปลว่า “หนึ่ง” ไม่มีปัญหา คนไทยรู้ความหมายดีอยู่แล้ว 

“ฆโน” รูปคำเดิมคือ “ฆน” (คะ-นะ) พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปลว่า solid, compact, massive; dense, thick (แข็ง, แน่น, เป็นก้อน, ทึบ, หนา)

ชี้แจงนิดนะครับ ที่ยกคำแปลเป็นอังกฤษมาอ้างนี้ไม่ใช่ว่าผมเก่งอังกฤษ แต่เป็นเพราะคนไทยสมัยนี้ได้ยินพระหรือใครพูดคำบาลีแล้วบ่นกันมากเหลือเกินว่าฟังไม่รู้เรื่อง 

แต่พอใครพูดภาษาอังกฤษ ผมไม่เคยได้ยินใคร-โดยเฉพาะคนที่บ่นภาษาบาลี-บ่นเลยว่าฟังไม่รู้เรื่อง 

จึงสันนิษฐานว่า คนสมัยนี้เห็นคำอังกฤษแล้วน่าจะเข้าใจคำบาลีได้ง่ายขึ้น 

ทีนี้ คำว่า “ฆน” นี้ เมื่อรวมกับ “เอก” เป็น “เอกฆน” (ที่ในคาถาเป็น “เอกฆโน”) พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ ก็แปลว่า of one solid mass [of sela, rock] (เป็นก้อนตันก้อนหนึ่ง [พูดถึง สิลา, หิน])

สรุปความเพื่อไม่ให้ยืดยาวเกินไปว่า “เอกฆโน” แปลเป็นไทยว่า “เป็นก้อนตันก้อนหนึ่ง” (of one solid mass) 

“เสโล … เอกฆโน” จึงหมายถึง ภูเขาที่เป็นหินตันทึบทั้งลูก ไม่มีโพรงไม่มีช่องเลย 

ตรงกับที่พระไตรปิฎกภาษาไทยแปลว่า “เป็นแท่งทึบ” 

ข้อความในภาพที่แปลว่า “แห่งเดียว” จึงผิดพลาด 

ผมว่าหลายคน-พออ่านมาถึงตรงนี้ จะเดาได้แล้วว่า คำว่า “แห่งเดียว”ตามข้อความในภาพนั้น ต้นฉบับเขียนว่า “แท่งเดียว” (แท่ง- ท ทหาร) คือเป็นแท่งทึบแท่งเดียว (แท่ง = ฆน เดียว = เอก)

แต่คนที่คัดลอกข้อความ อ่าน “แท่ง” (ท ทหาร) ผิดไป คือเห็น ท ทหาร เป็น ห หีบ 

“แท่งเดียว” จึงกลายเป็น “แห่งเดียว” 

ตัวอักษรต่างกันตัวเดียว แต่ทำให้ความหมายคลาดเคลื่อนไปคนละโยชน์ 

มองเห็นโทษภัยกันมั่งนะครับ

นี่แหละครับ งานของคนชอบจับผิดชาวบ้าน 

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๓

๑๘:๕๙

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *