เทพจร (บาลีวันละคำ 331)

เทพจร

(บาลีไทย)

อ่านว่า เทบ-พะ-จอน

จร” อ่านแบบบาลีอ่านว่า จะ-ระ อ่านแบบไทยว่า จอน ความหมายสามัญว่าไป, (เหตุการณ์, ชีวิต) ดำเนินไป, ประพฤติ

เทพ” คือ เทวดา “จร” คือ ไป : เทพ + จร = เทพจร แปลแบบไทยว่า เทวดาไป

เทพจร” เรียกอีกคำหนึ่งว่า “เทวดาจร” เป็นคำที่ใช้ในวิชาหมอดูแบบ “สิบสองราศี” ประกอบด้วย พระเจดีย์, ฉัตรเงิน, คนศีรษะขาด, เรือนหลวง, ปราสาททอง, ราหู, ฉัตรทอง, เทพจร (เทวดาจร), นักโทษ, พ่อมด, แม่มด, นาคราช

วิธีดูคือนับอายุปัจจุบันว่าตกราศีอะไร แล้วทำนายไปตามคำทำนายประจำราศีนั้นๆ

เฉพาะราศี “เทพจร” คำทำนายที่เป็นหลักคือ เจ้าชะตามักต้องเดินทางออกนอกถิ่น

สมัยโบราณคนมักอยู่ประจำถิ่น และการเดินทางก็ใช้วิธี “เดิน” คือไปด้วยเท้า ใครที่มีเหตุให้ต้องเดินทางไปนั่นมานี่ไม่ค่อยได้หยุด จึงเกิดเป็นสำนวนเรียกว่า “เทพจรลงเท้า

คำว่า “ชีพจร” ที่หมายถึงอาการที่เส้นเลือดเต้นอยู่ตามร่างกาย  มีหลักฐานว่าเดิมเรียกว่า “เทพจร

เป็นอันว่า “อาการที่เส้นเลือดเต้นอยู่ตามร่างกาย” นั้นจะเรียกว่า “เทพจร” ตามคำเก่าก็ได้ เรียกว่า “ชีพจร” ตามคำใหม่ก็ได้

แต่ “อาการที่ต้องเดินทางไปนั่นมานี่ไม่ค่อยได้หยุด” จะเรียกว่า “ชีพจร” ไม่ได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกับ “อาการที่เส้นเลือดเต้นอยู่ตามร่างกาย

คนสมัยใหม่ได้ยินคำว่า “เทพจร” ไม่คุ้นหู เข้าใจไปว่า “ชีพจร” จึงพากันพูดว่า “ชีพจรลงเท้า” ทั่วไปหมด

เทพจร-” ของหมอดู เลยกลายเป็น “ชีพจร-” ของหมอยาไป

: ความไม่รู้ เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ

: แต่การทำตามความไม่รู้ เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจและน่าสงสาร

บาลีวันละคำ (331)

8-4-56

มีหลักฐานว่าเดิมเรียกว่า “เทพจร”  เป็นอันว่า “อาการที่เส้นเลือดเต้นอยู่ตามร่างกาย” นั้นจะเรียกว่า “เทพจร” ตามคำเก่าก็ได้ เรียกว่า “ชีพจร” ตามคำใหม่ก็ได้

แต่ “อาการที่ต้องเดินทางไปนั่นมานี่ไม่ค่อยได้หยุด” จะเรียกว่า “ชีพจร” ไม่ได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกับ “อาการที่เส้นเลือดเต้นอยู่ตามร่างกาย

ชีพจร

 [ชีบพะจอน] น. อาการที่เส้นเลือดเต้นอยู่ตามร่างกายเช่นที่ข้อมือ.

ชีพจรลงเท้า

          ชีพจรลงเท้า เป็นสำนวน มีความหมายว่า ต้องเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ อยู่ไม่ติดที่

          สำนวนนี้เดิมใช้ว่า “เทพจรลงเท้า” คำว่า เทพจร อักขราภิธานศรับท์ (อ่านว่า อัก-ขะ-รา-พิ-ทาน-สับ) ของหมอปรัดเล (อ่านว่า หมอ-ปฺรัด-เล) ให้ความหมายไว้ว่า “เส้นในตัวคนที่มันเต้นอยู่ที่ข้อมือข้อเท้า” เทพจร ก็คือสิ่งที่เรียกว่า ชีพจร ในปัจจุบันนั่นเอง

          คำว่า เทพจร อาจแปลว่า เทวดาจร ทำให้นึกไปถึงเทวดาที่ท่องเที่ยวไปในสวรรค์ไม่มีวิมานอยู่เป็นที่เป็นทาง

          สำนวน ชีพจรลงเท้า หรือ เทพจรลงเท้า จึงใช้ในความหมายว่า ต้องเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ อยู่ไม่ติดที่.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ดูโพสในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย