ปลงอาบัติ

ปลงอาบัติ

———-

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ บอกความหมายของคำว่า “ปลงอาบัติ” ไว้ว่า – 

…………………………………………….

ปลงอาบัติ : (คำกริยา) แสดงความผิดของตนเพื่อเปลื้องโทษทางวินัย (ใช้แก่พระภิกษุ).

…………………………………………….

การปลงอาบัติเป็นเรื่องของพระก็จริง แต่ชาวบ้านอย่างเราๆ ก็ควรรู้ไว้ด้วย ตามหลักที่ว่าพุทธบริษัททั้งชาววัดและชาวบ้านมีหน้าที่ช่วยกันรักษาพระศาสนา

การศึกษาเรียนรู้หลักพระธรรมวินัยให้เข้าใจ เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาพระศาสนา

ไม่ว่าจะเป็นชาววัดหรือชาวบ้าน ถ้าไม่ศึกษาเรียนรู้หลักพระธรรมวินัยให้เข้าใจ นั่นคือความบกพร่องต่อหน้าที่

………………….

ภิกษุผู้จะปลงอาบัติต้องปฏิบัติอย่างไร?

ภิกษุผู้จะปลงอาบัติครองจีวรเฉวียงบ่า (ห่มลดไหล่) โดยปกติภิกษุที่มีพรรษาอ่อนกว่าเป็นฝ่ายเข้าไปหาภิกษุที่มีพรรษาแก่กว่า นั่งคุกเข่า (ตามคัมภีร์ว่านั่งกระโหย่ง) ประนมมือ กล่าวเป็นภาษาบาลี (ในที่นี้บอกคำแปลไว้ให้ด้วยเพื่อให้รู้ความหมาย) –

ภิกษุที่มีพรรษาอ่อนกว่าพูดคำปลงอาบัติก่อน :

พรรษาอ่อนว่า: สัพพา ตา อาปัตติโย อาโรเจมิ. (๓ จบ) 

(ขอแจ้งให้ทราบว่ากระผมต้องอาบัติทั้งหมดหลายตัว

สัพพา คะรุละหุกา อาปัตติโย อาโรเจมิ. (๓ จบ) 

(ขอแจ้งให้ทราบว่าอาบัติทั้งหมดเป็นอาบัติหนักบ้างเบาบ้าง

อะหัง ภันเต สัมพะหุลา นานาวัตถุกาโย อาปัตติโย 

อาปัชชิง ตา ตุม๎หะมูเล ปะฏิเทเสมิ. 

(กระผมต้องอาบัติหลายตัว ต่างกรณีกัน ขอแสดงอาบัตินั้นกับท่าน)

พรรษาแก่ว่า: ปัสสะสิ อาวุโส ตา อาปัตติโย. 

(คุณยอมรับว่าต้องอาบัตินั้นหรือ?)

พรรษาอ่อนว่า: อุกาสะ อามะ ภันเต ปัสสามิ.

(ถูกแล้วขอรับ กระผมยอมรับ)

พรรษาแก่ว่า: อายะติง อาวุโส สังวะเรยยาสิ. 

(ต่อไปคุณควรจะสำรวมระวัง)

พรรษาอ่อนว่า: สาธุ สุฏฐุ ภันเต สังวะริสสามิ.

(สาธุ กระผมจะสำรวมระวังให้ดีที่สุดขอรับ

ทุติยัมปิ สาธุ สุฏฐุ ภันเต สังวะริสสามิ.

(สาธุ ขอรับปากเป็นวาระที่สอง กระผมจะสำรวมระวังให้ดีที่สุดขอรับ

ตะติยัมปิ สาธุ สุฏฐุ ภันเต สังวะริสสามิ.

(สาธุ ขอรับปากเป็นวาระที่สาม กระผมจะสำรวมระวังให้ดีที่สุดขอรับ

นะ ปุเนวัง กะริสสามิ. 

(กระผมจะไม่ทำเรื่องที่ต้องอาบัติเช่นนั้นอีก

(พรรษาแก่รับว่า สาธุ)

นะ ปุเนวัง ภาสิสสามิ. 

(กระผมจะไม่พูดเรื่องที่ทำให้ต้องอาบัติเช่นนั้นอีก

(พรรษาแก่รับว่า สาธุ)

นะ ปุเนวัง จินตะยิสสามิ. 

(กระผมจะไม่คิดเรื่องที่ทำให้ต้องอาบัติเช่นนั้นอีก

(พรรษาแก่รับว่า สาธุ)

ภิกษุที่มีพรรษาแก่กว่าพูดคำปลงอาบัติ :

พรรษาแก่ว่า: สัพพา ตา อาปัตติโย อาโรเจมิ. (๓ จบ) 

(ขอแจ้งให้ทราบว่าผมต้องอาบัติทั้งหมดหลายตัว

สัพพา คะรุละหุกา อาปัตติโย อาโรเจมิ. (๓ จบ) 

(ขอแจ้งให้ทราบว่าอาบัติทั้งหมดเป็นอาบัติหนักบ้างเบาบ้าง

อะหัง อาวุโส สัมพะหุลา นานาวัตถุกาโย อาปัตติโย 

อาปัชชิง ตา ตุย๎หะมูเล ปะฏิเทเสมิ. 

(ผมต้องอาบัติหลายตัว ต่างกรณีกัน ขอแสดงอาบัตินั้นกับคุณ)

พรรษาอ่อนว่า: อุกาสะ ปัสสะถะ ภันเต ตา อาปัตติโย. 

(ขอประทานโทษ ท่านยอมรับว่าต้องอาบัตินั้นหรือขอรับ?)

พรรษาแก่ว่า: อามะ อาวุโส ปัสสามิ. 

(ถูกแล้ว ผมยอมรับ)

พรรษาอ่อนว่า: อายะติง ภันเต สังวะเรยยาถะ. 

(ต่อไปท่านควรจะสำรวมระวังขอรับ)

พรรษาแก่ว่า: สาธุ สุฏฐุ อาวุโส สังวะริสสามิ.

(สาธุ ผมจะสำรวมระวังให้ดีที่สุด

ทุติยัมปิ สาธุ สุฏฐุ อาวุโส สังวะริสสามิ.

(สาธุ ขอรับปากเป็นวาระที่สอง ผมจะสำรวมระวังให้ดีที่สุด

ตะติยัมปิ สาธุ สุฏฐุ อาวุโส สังวะริสสามิ.

(สาธุ ขอรับปากเป็นวาระที่สาม ผมจะสำรวมระวังให้ดีที่สุด

นะ ปุเนวัง กะริสสามิ. 

(ผมจะไม่ทำเรื่องที่ต้องอาบัติเช่นนั้นอีก

(พรรษาอ่อนรับว่า สาธุ)

นะ ปุเนวัง ภาสิสสามิ. 

(ผมจะไม่พูดเรื่องที่ทำให้ต้องอาบัติเช่นนั้นอีก

(พรรษาอ่อนรับว่า สาธุ)

นะ ปุเนวัง จินตะยิสสามิ. 

(ผมจะไม่คิดเรื่องที่ทำให้ต้องอาบัติเช่นนั้นอีก

(พรรษาอ่อนรับว่า สาธุ)

………………….

มีบาตรไม่โปรด

มีโบสถ์ไม่ลง

มีอาบัติไม่ปลง

เป็นสงฆ์อยู่ได้อย่างไร

………………….

ได้ความรู้เรื่อง “ปลงอาบัติ” ไปอีกเรื่องหนึ่งแล้ว

ความรู้เรื่องอื่นๆ ในพระธรรมวินัย ก็ใช้วิธีหาไปเรื่อยๆ แบบเดียวกันนี่แหละ

………………ง

และขอร้องเป็นพิเศษเฉพาะชาววัด –

ขอได้โปรดสละเวลาในแต่ละวัน “หา” ความรู้เกี่ยวกับพระธรรมนัย และ “ให้” ความรู้นั้นๆ แก่ญาติโยมชาวบ้าน โดยถือเป็นกิจประจำวัน เพราะนี่คือ “ธุระ” โดยตรงในการรักษาสืบทอดพระศาสนา

ถ้าชาววัดไม่ทำหน้าที่นี้ ชาวบ้านซึ่งมีภาระให้การทำมาหากินหนักอยู่แล้ว ก็จะต้องแบกภาระหนักขึ้นไปอีกเป็น ๒ เท่า คือ ๑ ต้องหาเลี้ยงชีวิตให้รอดด้วย และ ๒ ต้องศึกษาพระธรรมวินัยเพื่อรักษาพระศาสนาให้รอดด้วย

ขอกราบอนุโมทนาสาธุมา ณ ที่นี้ขอรับ

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

๒๐:๐๓

………………………………………..

ปลงอาบัติ

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น