สคฺคคต-สวรรคตในบาลี (บาลีวันละคำ 4,883)

สคฺคคต-สวรรคตในบาลี
พระบรมราชชนนีพันปีหลวงสวรรคต
คำไทย “สวรรคต” คำบาลีว่า “สคฺคคต” อ่านว่า สัก-คะ-คะ-ตะ
แยกศัพท์เป็น สคฺค + คต
(๑) “สคฺค”
อ่านว่า สัก-คะ รากศัพท์มาจาก สุ ( = ดี, งาม) + อคฺค ลบ อุ ที่ สุ (สุ > ส)
“อคฺค” มีความหมายว่า เด่น, ยอดเยี่ยม, ดีที่สุด, สูงสุด, สำคัญที่สุด (illustrious, excellent, the best, highest, chief)
: สุ > ส + อคฺค = สคฺค แปลตามศัพท์ว่า (1) “ที่ดำรงอยู่ยืนนานและสวยงาม” (2) “แดนอันแสนดีเลิศล้ำด้วยกามคุณ” (3) “แดนที่มีอารมณ์อันเลิศ” (คือได้พบเห็นสัมผัสแต่สิ่งที่น่าเพลิดเพลินเจริญใจ) (4) “แดนที่ติดข้อง”
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล สคฺค ว่า heaven, the next world (สวรรค์, โลกหน้า) แล้วขยายความว่า popularly conceived as a place of happiness and long life (ตามมโนภาพทั่วๆ ไป เข้าใจกันว่าเป็นสถานที่มีความสุขและมีอายุยืน)
บาลี “สคฺค” สันสกฤตเป็น “สฺวรฺค”
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ –
“สฺวรฺค : (คำนาม) ‘สวรรค์,’ สุรโลก, สุขภพน์ของพระอินทร์; heaven, Indra’s paradise.”
บาลี “สคฺค” สันสกฤตเป็น “สฺวรฺค” ภาษาไทยเขียนอิงสันสกฤตเป็น “สวรรค์” (สะ-หฺวัน)
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“สวรรค-, สวรรค์ : (คำนาม) โลกของเทวดา, เมืองฟ้า. (ส. สฺวรฺค; ป. สคฺค).”
ตามปกติคำว่า “สคฺค” หมายถึง สวรรค์ที่ยังเกี่ยวข้องกับกาม 6 ชั้น คือ จาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตดี
แต่ความหมายในวงกว้าง “สคฺค” หมายถึงเทวโลกทุกภพภูมิ
(๒) “คต”
บาลีอ่านว่า คะ-ตะ รากศัพท์มาจาก คมฺ (ธาตุ = ไป, ถึง) + ต ปัจจัย (ปัจจัยตัวนี้ใช้หมายถึง อดีตกาล คือแปลว่า “-แล้ว” เช่น กินแล้ว, ทำแล้ว), ลบที่สุดธาตุ (คมฺ > ค)
: คมฺ + ต = คมต > คต แปลตามศัพท์ว่า “ไปแล้ว” “ถึงแล้ว”
“คต” ในบาลีใช้เป็นกริยา (กิริยากิตก์) และใช้เป็นคุณศัพท์ หมายถึง –
(1) ไปแล้ว, ถึงแล้ว, ตรงไป (gone away, arrived at, directed to)
(2) เกี่ยวข้องกับ, หมายถึง, เกี่ยวเนื่องกับ (connected with, referring to, concerning, relating to)
สคฺค + คต = สคฺคคต แปลตามศัพท์ว่า “ไปแล้วสู่สวรรค์”
“สคฺคคต” ในภาษาไทยใช้ว่า “สวรรคต” (สะ-หฺวัน-คด)
ข้อสังเกต:
“สคฺคคต” ประกอบคำ 2 คำ คือ สคฺค + คต
เมื่อใช้ในภาษาไทย –
สคฺค = สวรรค (มี ค อยู่ท้ายคำ)
คต = คต (มี ค อยู่ต้นคำ)
รวมกันก็ควรจะเป็น “สวรรคคต” (ค 2 ตัว)
แต่คำนี้ในภาษาไทยใช้เป็น “สวรรคต” (ค ตัวเดียว)
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“สวรรคต, เสด็จสวรรคต : (ราชาศัพท์) (คำกริยา) ไปสู่สวรรค์, ตาย, (ใช้แก่พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมราชินี หรือผู้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเป็นการเฉพาะ เช่น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฏราชกุมาร สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร). (ส. สฺวรฺค + คต ว่า ไปสู่สวรรค์).”
ขยายความ :
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568 สำนักพระราชวังออกประกาศมีข้อความดังนี้ –
…………..
ประกาศ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
สวรรคต
ตามที่คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ ๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ เพื่อติดตามพระอาการทางระบบต่าง ๆ ความทราบทั่วกันแล้วนั้น ในช่วงที่ประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระประชวรหลายครั้ง และคณะแพทย์ตรวจพบความผิดปรกติทางระบบต่าง ๆ ทำให้คณะแพทย์ต้องถวายการรักษาอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระประชวรจากภาวะติดเชื้อในกระแสพระโลหิต แม้ว่าคณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับถึงวันศุกร์ ที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๒๑ นาฬิกา ๒๑ นาที เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ ๙๓
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวัง จัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาท ในราชสำนักไว้ทุกข์ถวาย มีกำหนด ๑ ปี ตั้งแต่วันสวรรคตเป็นต้นไป
…………..
สคฺคคตานุสฺสติ :
คำว่า “สคฺคคต” ในพระไตรปิฎก ยกมาพอเป็นอนุสติ
…………..
อนฺนญฺจ ทตฺวาน พหุโน
ทกฺขิเณยฺเยสุ ทกฺขิณํ
อิโต จุตา มนุสฺสตฺตา
สคฺคํ คจฺฉนฺติ ทายกา
ทายกเป็นอันมากถวายทักษิณาทานคือข้าว (เป็นต้น)
ในพระทักขิไณยบุคคลทั้งหลายแล้ว
จุติจากความเป็นมนุษย์นี้แล้ว
ย่อมไปสู่สวรรค์
เต จ สคฺคคตา ตตฺถ
โมทนฺติ กามกามิโน
วิปากํ สํวิภาคสฺส
อนุโภนฺติ อมจฺฉราติ ฯ
ทายกเหล่านั้นปรารถนาสิ่งอันควรปรารถนา
ไม่มีความตระหนี่ ไปสู่สวรรค์แล้ว
บันเทิงอยู่ในสวรรค์นั้น
ย่อมได้เสวยผลแห่งทานที่แจกจ่ายไปเป็นอันดี
ที่มา: ทานสูตร อิติวุตตกะ พระไตรปิฎกเล่ม 25 ข้อ 204
…………..
เอวมาทีนวํ ญตฺวา
อิสฺสรมานสมฺภวํ
ปหาย อิสฺสรมทํ
ภเว สคฺคคโต นโร
กายสฺส เภทา สปฺปญฺโญ
สคฺคํ โส อุปปชฺชตีติ ฯ
ความถือตัวว่าเป็นใหญ่ย่อมเกิดโทษ
นรชนตระหนักรู้ได้อย่างนี้
ละความเมาในความเป็นใหญ่ได้แล้ว
พึงไปสู่สวรรค์
นรชนผู้มีปัญญาเมื่อล่วงลับไป
ย่อมเข้าถึงสวรรค์ ดั่งนี้
ที่มา: กุมารเปตวัตถุ พระไตรปิฎกเล่ม 26 ข้อ 126
…………..
เต ชนา สุขเมธนฺติ
นรา สคฺคคตาริว
เย วาจํ สนฺธิเภทสฺส
นาวโพธนฺติ สารถีติ ฯ
ดูก่อนนายสารถี
นรชนเหล่าใดไม่เชื่อถือถ้อยคำของคนส่อเสียด –
ผู้มุ่งทำลายความสมัครสมาน
นรชนเหล่านั้นย่อมได้ประสบความสุข
เหมือนคนได้ไปสวรรค์ฉะนั้น
ที่มา: สันธิเภทชาดก จตุกนิบาต พระไตรปิฎกเล่ม 27 ข้อ 697
…………..
ดูก่อนภราดา!
: รู้ว่าเป็นสัจธรรมต้องทำใจ
: แต่ปุถุชนคนไหนหรือจะไม่เศร้า
: ร่มโพธิ์ร่มไทรเคยให้เงา
: แต่นี้ไปว่างเปล่า…เปลี่ยวใจไทย
#บาลีวันละคำ (4,883)
25-10-68
…………………………….
…………………………….
