บาลีวันละคำ

นานาชาติ [2] (บาลีวันละคำ 4,909)

นานาชาติ [2]

ทบทวนต้นธาตุของตัวเองอีกที

อ่านว่า นา-นา-ชาด

ประกอบด้วยคำว่า นานา + ชาติ 

(๑) “นานา” 

อ่านตรงตัวเหมือนภาษาไทยว่า นา-นา เป็นคำจำพวก “นิบาต” ลักษณะเฉพาะของนิบาตคือ คงรูป ไม่แจกด้วยวิภัตติปัจจัย 

นานา” แปลตามศัพท์ว่า “อย่างนั้นอย่างนี้” (so and so) หมายถึง ต่างๆ, หลายอย่าง, ปนกันหลายอย่าง, ทุกชนิด (different, divers, various, motley; variously, differently, all kinds of)

คำไข :

นานา” มีความหมายว่าอย่างไร คัมภีร์มหานิทเทส พระไตรปิฎกเล่ม 29 ข้อ 521 ไขความไว้ว่า “นานา” มีความหมายเท่ากับ วิวิธํ, อญฺโญญฺญํ, ปุถุ, น เอกํ 

(1) วิวิธํ (วิ-วิ-ทัง) = หลายอย่าง, ต่างประการ, ปนกัน (divers, manifold, mixed) 

(2) อญฺโญญฺญํ (อัน-โยน-ยัง) = แปลตามตัวว่า “อื่นและอื่น” หมายถึง ซึ่งกันและกัน, ต่อกันและกัน, เกี่ยวทั้งสองฝ่าย, ตอบแทนซึ่งกันและกัน (one another, each other, mutually, reciprocally) 

(3) ปุถุ (ปุ-ถุ) = มากมาย, หลายอย่าง, ต่างๆ (numerous, various, several, more, many, most) 

(4) น เอกํ (นะ เอ-กัง) = แปลตามตัวว่า “ไม่ใช่หนึ่ง” หมายถึง มาก, ต่างๆ กัน; นับไม่ได้, คำนวณไม่ได้ (“not one”, many, various; countless, numberless) 

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

นานา : (คำวิเศษณ์) ต่าง ๆ. (ป.).”

(๒) “ชาติ” 

บาลีอ่านว่า ชา-ติ รากศัพท์มาจาก ชนฺ (ธาตุ = เกิด) + ติ ปัจจัย

กระบวนการทางไวยากรณ์ :

แบบที่ 1 แปลง ชนฺ เป็น ชา : ชน > ชา + ติ = ชาติ

แบบที่ 2 แปลง “” ที่ (ช-)นฺ เป็น อา : (ช) > อา (> + อา) = ชา + ติ = ชาติ

ชาติ” (อิตถีลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “การเกิด” ในภาษาบาลีใช้ในความหมายดังต่อไปนี้ –

(1) การเกิด, การเกิดใหม่, กำเนิด (birth, rebirth, possibility of rebirth)

(2) ชาติกำเนิด, เชื้อชาติ, ชั้น, วงศ์วาน (descent, race, rank, genealogy)

(3) จำพวก, ชนิด (a sort of, kind of)

(4) ตามธรรมชาติ (ตรงข้ามกับของที่ตกแต่งขึ้น); แท้จริง, บริสุทธิ์, วิเศษ (ตรงกันขามกับปนเจือ เลว) (by birth or nature, natural [opp. artificial]; genuine, pure, excellent [opp. adulterated, inferior])

ในภาษาไทย “ชาติ” อ่านว่า ชาด พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายไว้ดังนี้ –

(1) การเกิด, กำเนิด, มักใช้ว่า ชาติเกิด หรือ ชาติกำเนิด เช่น ถ้าทำไม่ดีก็เสียชาติเกิด,

(2) ความมีชีวิตอยู่ตั้งแต่เกิดจนตาย เช่น สบายทั้งชาติ.

(3) เหล่ากอ, เทือกเถา, เผ่าพันธุ์, เช่น ชาตินักรบ ชาติไพร่.

(4) ประเทศ เช่น รู้คุณชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์.

(5) ประชาชนที่เป็นพลเมืองของประเทศ; ประชาชาติ ก็ว่า.

(6) กลุ่มชนที่มีความรู้สึกในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา ประวัติศาสตร์ ความเป็นมา ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมอย่างเดียวกัน หรืออยู่ในปกครองรัฐบาลเดียวกัน.

(7) ชนิด, จำพวก, ชั้น, หมู่.

(8 ) คำเพิ่มข้างหลังของคำเดิม เมื่อเพิ่มแล้วความหมายคงเดิม เช่น รสชาติ หรือหมายถึงพวกหรือหมู่ เช่น คชาชาติ มนุษยชาติ.

ในที่นี้ “ชาติ” ใช้ในความหมายตามนัยแห่งข้อ (4) (5) และ (6)

นานา + ชาติ = นานาชาติ 

คำว่า “นานาชาติ” ยังไม่ได้เก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554

ขยายความ :

คำว่า “นานาชาติ” มักใช้เป็นคุณศัพท์ หมายถึง สิ่งที่จัดขึ้นทำขึ้นโดยมีคนหลายชาติหลายภาษาทั่วโลกมาร่วมในกิจกรรมนั้น ๆ เช่น โรงเรียนนานาชาติ มหาวิทยาลัยนานาชาติ การแข่งขันในระดับนานาชาติ

คำที่ชวนให้คิด คือคำว่า “ชาติ” แม้พจนานุกรมฯ จะบอกความหมายไว้หลายอย่าง รวมทั้งที่ตรงตามความหมายเดิมในบาลีคือ “การเกิด” (birth, rebirth) แต่เมื่อเอ่ยคำว่า “ชาติ” ในภาษาไทย จะเข้าใจกันทั่วไปว่าหมายถึง บ้านเมือง, ประเทศ (nation, country) 

คำที่หมายถึง บ้านเมือง, ประเทศ ภาษาบาลีไม่ได้ใช้คำว่า “ชาติ” คำสามัญในบาลีที่หมายถึง บ้านเมือง, ประเทศ คือคำว่า เทส (เท-สะ), ปเทส (ปะ-เท-สะ), รฏฺฐ (รัด-ถะ)

เทส > เทศ” = จุด, หัวข้อ, ส่วน, สถานที่, ภาค, ถิ่น, ประเทศ (point, part, place, region, spot, country)

ปเทส > ประเทศ” = เครื่องแสดง, ที่ตั้ง, ขอบเขต, แถบ; แดน, จุด, สถานที่ (indication, location, range, district; region, spot, place)

รฏฺฐ > รัฐ” = รัฐ, อาณาจักร, จักรวรรดิ, ประเทศ, แผ่นดิน (reign, kingdom, empire; country, realm)

แต่เราก็ไม่ใช้คำว่า “นานาเทศ” “นานาประเทศ” หรือ “นานารัฐ” (คำว่า “นานาประเทศ” เคยเห็นมีใช้อยู่บ้าง)

เราใช้คำว่า “นานาชาติ” ทั้ง ๆ ที่ “ชาติ” ในบาลี ความหมายเด่นที่สุด คือ การเกิด, การเกิดใหม่, กำเนิด (birth, rebirth, possibility of rebirth) 

นี่ก็คงตรงกับทฤษฎีที่ว่า “ภาษาเป็นเรื่องสมมุติ” เมื่อเราสมมุติกันอย่างนี้ก็ไม่ต้องคำนึงว่า ภาษาเดิมคำเดิมจะหมายถึงอะไร ถือเอาความหมายตามที่เราสมมุติกันเป็นเกณฑ์

ข้อที่ขอชวนให้คิดก็คือ ก่อนที่จะสมมุติให้คำไหนมีความหมายว่าอย่างไร เราศึกษาความหมายในภาษาเดิมจนเข้าใจดีแล้วหรือเปล่า? หรือว่าสมมุติไปตามที่เราเข้าใจเอาเอง?

แถม :

คำว่า “นานาชาติ” แปลจากคำอังกฤษว่า international 

พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล international เป็นบาลี ดังนี้: 

(1) jātyantarika ชาตฺยนฺตริก (ชาด-เตียน-ตะ-ริ-กะ) = รวมกันอยู่ภายในกำเนิด > เกิดร่วมกัน

(2) nānādesīya นานาเทสีย (นา-นา-เท-สี-ยะ) = อยู่ในถิ่นต่าง ๆ กัน

คำหลักของ international คือ nation 

พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล nation เป็นบาลี ดังนี้: 

(1) manussajāti มนุสฺสชาติ (มะ-นุด-สะ-ชา-ติ) = มนุษยชาติ

(2) ekasadisa-janatā เอกสทิสชนตา (เอ-กะ-สะ-ทิ-สะ-ชะ-นะ-ตา) = หมู่ชนที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

โปรดสังเกตว่า คำแปลเป็นบาลีของพจนานุกรมอังกฤษ-บาลี ก็มีคำว่า “ชาติ” อยู่ด้วย 

และคำแปลที่ใกล้กับ “นานาชาติ” มากที่สุดคือ “นานาเทสีย” (-เทสีย ก็ออกมมาจาก “เทส” ในชุด เทส, ปเทส, รฏฺฐ ดังที่แสดงไว้ข้างต้นนั่นเอง) 

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ถ้าไม่ภูมิใจในสมบัติประจำชาติตัวเอง

: ยากที่จะมีใครยำเกรงในระดับนานาชาติ

#บาลีวันละคำ (4,909)

20-11-68

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้