บาลีวันละคำ

ศาลายา (บาลีวันละคำ 4,923)

ศาลายา

บาลีว่าอย่างไร

อ่านว่า สา-ลา-ยา

ประกอบด้วยคำว่า ศาลา + ยา 

(๑) “ศาลา

เป็นรูปคำสันสกฤต บาลีเป็น “สาลา” (สันสกฤต ศาลา บาลี เสือ) รากศัพท์มาจาก สลฺ (ธาตุ = ไป) + ปัจจัย, ลบ , “ทีฆะต้นธาตุ” คือยืดเสียง อะ ที่ -(ลฺ) เป็น อา (สลฺ > สาล) + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์

: สลฺ + = สลณ > สล > สาล + อา = สาลา แปลตามศัพท์ว่า “โรงเรือนเป็นที่ผู้คนไปหา

สาลา” หมายถึง ห้องโถง (มีหลังคาและมีฝาล้อมรอบ), ห้องใหญ่, บ้าน; เพิง, โรงสัตว์ (a large [covered & enclosed] hall, large room, house; shed, stable)

ภาษาไทยใช้ตามรูปสันสกฤตเป็น “ศาลา

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

ศาลา : (คำนาม) อาคารทรงไทย ปล่อยโถง ไม่กั้นฝา ใช้เป็นที่พักหรือเพื่อประโยชน์การงานอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ศาลาวัด ศาลาที่พัก ศาลาท่านํ้า, โดยปริยายหมายถึงอาคารหรือสถานที่บางแห่ง ใช้เพื่อประโยชน์การงานอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ศาลาพักร้อน ศาลาสวดศพ. (ส.; ป. สาลา).”

(๒) “ยา” 

เป็นคำไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ดังนี้ – 

ยา ๑ : 

(๑) (คำนาม) สิ่งที่ใช้แก้หรือป้องกันโรค หรือบำรุงร่างกาย เรียกชื่อต่าง ๆ กัน คือ เรียกตามลักษณะก็มี เช่น ยาผง ยาเม็ด ยานํ้า เรียกตามสีก็มี เช่น ยาแดง ยาเขียว ยาเหลือง ยาดำ เรียกตามรสหรือกลิ่นก็มี เช่น ยาขม ยาหอม เรียกตามวิธีทำก็มี เช่น ยาต้ม ยากลั่น ยาดอง เรียกตามกิริยาที่ใช้ก็มี เช่น ยากวาด ยากิน ยาฉีด ยาดม ยาอม

(๒) (คำนาม) เรียกยาฝิ่นว่า ยา ก็มี เช่น โรงยา

(๓) (คำนาม) สารเคมีสำหรับเคลือบเงินทองให้มีสีต่าง ๆ.

(๔) (คำกริยา) ทำให้หายโรค, รักษาให้หาย, ในคำว่า เยียวยา

(๕) (คำกริยา) ทำให้หายรั่ว เช่น ยาเรือ.”

ในที่นี้ “ยา” มีความหมายตามข้อ (๑) คือ “สิ่งที่ใช้แก้หรือป้องกันโรค หรือบำรุงร่างกาย” 

ยา” ในความหมายนี้ บาลีว่า “เภสชฺช” อ่านว่า เพ-สัด-ชะ รากศัพท์มาจาก ภิสช + ณฺย ปัจจัย 

(ก) “ภิสช” (พิ-สะ-ชะ) รากศัพท์มาจาก – 

(1) ภิสฺ (ธาตุ = เยียวยา) + ปัจจัย

: ภิสฺ + = ภิสช แปลตามศัพท์ว่า “ผู้เยียวยา” 

(2) วิ (คำอุปสรรค = วิเศษ, พิเศษ, แจ้ง, ต่าง) + สชฺ (ธาตุ = แจกแจง) + (อะ) ปัจจัย, แปลง วิ เป็น ภิ 

: วิ + สชฺ = วิสชฺ + = วิสช > ภิสช แปลตามศัพท์ว่า “ผู้คลี่คลายโรค” 

ภิสช” (ปุงลิงค์) หมายถึง หมอยา, แพทย์ (a physician) 

(ข) ภิสช + ณฺย ปัจจัย, แผลง อิ ที่ ภิ-(สช) เป็น เอ (ภิสช > เภสช), แปลง กับ ณฺย เป็น ชฺช 

: ภิสช + ณฺย = ภิสชณฺย > เภสชณฺย > เภสชฺช (นปุงสกลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งแก้หรือป้องกันโรคของหมอ” (สิ่งที่หมอใช้แก้หรือป้องกันโรค) หมายถึง โอสถหรือของแก้, เภสัช, ยา (a remedy, medicament, medicine)

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

เภสัช, เภสัช– : (คำนาม) ยาแก้โรค. (ป. เภสชฺช; ส. ไภษชฺย).”

เภสัช” เรียกเป็นคำไทยสั้น ๆ ว่า “ยา

ศาลา + ยา = ศาลายา เป็นคำประสมแบบไทย แปลทับศัพท์จากหน้าไปหลังว่า “ศาลายา” คือ ศาลาหรือโรงเป็นที่จ่ายยาให้คนเจ็บป่วย หรือรับคนเจ็บป่วยไว้รักษาพยาบาล

ศาลายา” ถ้าแปลกลับเป็นบาลีแบบง่าย ๆ ก็ตรงกับคำว่า “เภสชฺชสาลา” (เพ-สัด-ชะ-สา-ลา) ประกอบด้วยคำว่า เภสชฺช + สาลา รากศัพท์และความหมายดังที่แสดงมาข้างต้น

เภสชฺชสาลา” ใช้ในภาษาไทยเป็น “เภสัชศาลา” อ่านว่า เพ-สัด-ชะ-สา-ลา

แถม :

ศาลายา” อาจใช้คำบาลีได้อีกคำหนึ่ง คือ “โอสถสาลา” อ่านว่า โอ-สะ-ถะ-สา-ลา ประกอบด้วยคำว่า โอสถ + สาลา

โอสถ” บาลีอ่านว่า โอ-สะ-ถะ รากศัพท์มาจาก อุสฺ (ธาตุ = เผา, กำจัด) + ปัจจัย, แผลง อุ ที่ อุ-(สฺ) เป็น โอ

: อุสฺ + = อุสถ > โอสถ แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่กำจัดโรค

โอสถ” ในภาษาไทยโดยปกติหมายถึง ยารักษาโรค แต่ “โอสถ” ในบาลี ใช้ในความหมายว่า ยาอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งจะทำจากสมุนไพรหรือส่วนประกอบอื่น ๆ; ความสะดวกสบาย, เครื่องทำให้สดชื่น (any medicine, whether of herbs or other ingredients; comfort, refreshment)

โอสถ” ในบาลีเป็น “โอสธ” (ธ ธง สะกด) อีกรูปหนึ่ง

โอสถ” หรือ “โอสธ” สันสกฤตเป็น “เอาษธ” และมีรูป “เอาษธี” อีกคำหนึ่ง

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ –

เอาษธ, เอาษธิ : (คำนาม) โอษธ, ยา, เครื่องยา, สมุนไพร, ธาตุ, ฯลฯ ใช้ในการปรุงยา; a medicament, a drug, any herb, mineral, etc. used in medicine.”

ในภาษาไทยใช้ตามบาลีเป็น “โอสถ” รูปเดียว ไม่มีที่ใช้เป็น “โอสธ” นอกจากในหนังสือเก่าและในคัมภีร์บางเล่มที่แปลจากต้นฉบับบาลีที่สะกดเป็น “โอสธ” และผู้แปลรักษารูปคำเดิมไว้ เช่นคำว่า “มโหสถ” (มหา + โอสถ) ในคัมภีร์มหานิบาตชาดก คัมภีร์บางฉบับสะกดเป็น “มโหสธ” ก็มี

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

โอสถ, โอสถ– : (คำนาม) ยาแก้โรค, ยารักษาโรค; เครื่องยา; ในราชาศัพท์ใช้ตลอดจนถึงยาสูบและบุหรี่ เช่น พระโอสถเส้น พระโอสถมวน. (ป. โอสถ, โอสธ; ส. เอาษธ).”

โอสถ + สาลา = โอสถสาลา บาลีอ่านว่า โอ-สะ-ถะ-สา-ลา แปลความอย่างเดียวกับ “เภสัชศาลา

โอสถสาลา” ใช้ในภาษาไทยเป็น “โอสถศาลา” อ่านตามหลักภาษาว่า โอ-สด-ถะ-สา-ลา แต่คงไม่มีใครอ่านแบบนี้ เพราะเรากำลังอยู่ในยุคสมัยที่ “รักอะไรแบบง่าย ๆ” (รักง่าย > มักง่าย) คงจะอ่านกันตามสะดวกปากว่า โอ-สด-สา-ลา

นอกจาก “เภสัชศาลา” และ “โอสถศาลา” แล้ว คำบาลีที่หรูหราอีกคำหนึ่งที่มีความหมายทำนองเดียวกับ “ศาลายา” คือคำว่า “อาโรคยศาลา” ภาษาไทยอ่านว่า อา-โร-คะ-ยะ-สา-ลา เขียนแบบบาลีเป็น “อาโรคฺยสาลา” อ่านว่า อา-โรก-เคียะ-สา-ลา ประกอบด้วยคำว่า อาโรคฺย + สาลา

อาโรคฺย” (โปรดสังเกตว่ามีจุดใต้ คฺ) รากศัพท์มาจาก :-

ขั้นที่ 1 : โรค (โร-คะ) = ความเจ็บป่วย, โรค (illness, disease)

ขั้นที่ 2 : + โรค (แปลง เป็น ) = อโรค : โรคของผู้นั้นไม่มี เหตุนั้น เขาจึงชื่อว่า “อโรค” (อะ-โร-คะ) = ผู้ไม่มีโรค, ไม่เจ็บป่วย, มีสุขภาพดี (one who without disease, one who healthy)

ขั้นที่ 3 : อโรค + ณฺย ปัจจัย, ลบ ณฺ, ทีฆะ อะ ที่ (-โรค) เป็น อา ตามสูตร : “ด้วยอำนาจปัจจัยเนื่องด้วย ณ

: อโรค > อาโรค + ณฺย > = อาโรคฺย แปลตามศัพท์ว่า “ภาวะของผู้ไม่มีโรค” หมายถึง ความไม่มีโรค, ความมีอนามัยดี (absence of illness, health)

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –

อาโรคฺย : (คำนาม) ความสำราญ, ความไม่มีโรค; health, soundness of body.”

ทำความเข้าใจ :

(1) คำเดิม “อโรค” (อะ-โร-คะ) ผ่านกรรมวิธีทางไวยากรณ์เป็น “อาโรคฺย

จาก โร- เป็น อาโร-

(2) “อาโรคฺยคฺ ควาย เป็นตัวสะกดและออกเสียงครึ่งเสียง ดังนั้น จะอ่านว่า อา-โร-คะ-ยะ ไม่ถูก อ่านว่า อา-โรก-ยะ ก็ไม่ถูก

(3) “อาโรคฺย” ออกเสียงว่า อา-โรก-เคียะ จะเป็นเสียงตรงที่สุด

จำไว้สั้นๆ –

: อาโรคฺย – ถูก 

: อโรคยา – ผิด

อาโรคฺย + สาลา = อาโรคฺยสาลา แปลตามศัพท์ว่า “ศาลาเพื่อความไม่มีโรค” “ศาลาเป็นที่ทำให้ไม่มีโรค” มีความหมายตั้งแต่-ศาลายาธรรมดา ไปจนถึงโรงพยาบาล

อาโรคฺยสาลา” ใช้ในภาษาไทยเป็น “อาโรคยศาลา” คำเก่าใช้ว่า “อาโรคยศาล

ขยายความ :

ศาลายา” เป็นชื่อตำบลในเขตอำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ที่มาของชื่อนี้เนื่องจากในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองมหาสวัสดิ์ผ่านบริเวณนี้ และสร้างศาลาไทยขึ้นสองฝั่งคลอง

เฉพาะที่ศาลายา เป็นศาลาที่รวบรวมตำราแพทย์แผนไทยไว้เผยแพร่ให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป รวมทั้งเป็นสถานพยาบาลเมื่อคนงานที่ขุดคลองเกิดเจ็บป่วย เป็นโอกาสให้ประชาชนทั่วไปใช้บริการที่ศาลานี้อีกด้วย ประชาชนจึงเรียกขานท้องที่ตรงนี้ว่า “ศาลายา

…………..

ดูก่อนภราดา!

: อย่าเพียงแต่เตือนกันให้รักษาสุภาพให้ดี

: แต่ให้ถามตัวเองด้วยว่าจะเอาสุขภาพดีไปทำอะไร

#บาลีวันละคำ (4,923)

4-12-68

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้