ปฏิสันถารโวหาร (บาลีวันละคำ 4,932)

ปฏิสันถารโวหาร
วัฒนธรรมคำทักทายในบาลี
อ่านตามหลักภาษาว่า ปะ-ติ-สัน-ถา-ระ-โว-หาน
อ่านตามสะดวกปาก (ไม่แนะนำให้อ่าน) ว่า ปะ-ติ-สัน-ถาน-โว-หาน
ประกอบด้วยคำว่า ปฏิสันถาร + โวหาร
(๑) “ปฏิสันถาร”
เขียนแบบบาลีเป็น “ปฏิสนฺถาร” อ่านว่า ปะ-ติ-สัน-ถา-ระ รากศัพท์มาจาก ปฏิ (คำอุปสรรค = เฉพาะ, ตอบ, ทวน, กลับ) + สํ (คำอุปสรรค = พร้อมกัน, ร่วมกัน, ทั้งหมด) + ถรฺ (ธาตุ = แผ่ไป, ปูลาด, ปกปิด) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, แปลงนิคหิตที่ สํ เป็น นฺ (สํ > สนฺ), ทีฆะต้นธาตุ คือ อะ ที่ ถ-(รฺ) เป็น อา (ถรฺ > ถาร)
: ปฏิ + สํ + ถรฺ = ปฏิสํถรฺ + ณ = ปฏิสํถรณ > ปฏิสํถร > ปฏิสนฺถร > ปฏิสนฺถาร แปลตามศัพท์ว่า “การปกปิดอาการที่ไม่สมควรไว้อย่างมิดชิด” หมายความว่า เมื่อต้องพบปะกับเพื่อนมนุษย์ก็เก็บกิริยาอาการความรู้สึกที่ไม่ชอบไม่พอใจที่อาจจะมีไว้ให้มิดชิด แสดงออกแต่อาการที่ดี
“ปฏิสนฺถาร” (ปุงลิงค์) หมายถึง การต้อนรับฉันเพื่อน, การต้อนรับอย่างกรุณา, การให้เกียรติ, ไมตรีจิต, การสงเคราะห์, มิตรภาพ (friendly welcome, kind reception, honour, goodwill, favour, friendship)
“ปฏิสนฺถาร” ภาษาไทยใช้ทับศัพท์ว่า “ปฏิสันถาร” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“ปฏิสันถาร : (คำนาม) การทักทายปราศรัยแขกผู้มาหา (มักใช้แก่ผู้น้อย); การต้อนรับแขก. (ป. ปฏิสนฺถาร).”
เรามักเข้าใจกันแคบ ๆ ว่า ปฏิสันถารมีความหมายเพียงแค่การทักทายปราศรัย แต่ปฏิสันถารมีความหมายมากกว่านั้น
ในคัมภีร์อธิบายว่า ปฏิสันถารมี 2 อย่าง คือ –
(1) อามิสปฏิสันถาร (อา-มิด-สะ-) การต้อนรับด้วยสิ่งของ เช่น น้ำดื่ม อาหาร ของขบเคี้ยวบริโภค เป็นต้น
(2) ธรรมปฏิสันถาร (ทำ-มะ-) การต้อนรับด้วยธรรม คือกล่าวธรรมให้ฟังหรือแนะนำในทางธรรม อย่างนี้เป็นธรรมปฏิสันถารแบบธรรมดา ธรรมปฏิสันถารอย่างบริบูรณ์ คือ เอาใจใส่ช่วยเหลือสงเคราะห์ แก้ไขปัญหา บรรเทาข้อสงสัย ขจัดปัดเป่าข้อติดขัดยากลำบากเดือดร้อนทั้งหลาย ให้ผู้มาหาลุล่วงกิจอันเป็นกุศล พ้นความอึดอัดขัดข้อง
(๒) “โวหาร”
บาลีอ่านว่า โว-หา-ระ รากศัพท์มาจาก วิ (คำอุปสรรค = วิเศษ, พิเศษ, แจ้ง, ต่าง) + อว (คำอุปสรรค = ลง) + หรฺ (ธาตุ = นำไป) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, “ลบสระหน้า” คือ วิ + อว ลบ อิ ที่ วิ (วิ > ว), แผลง อว เป็น โอ, “ทีฆะต้นธาตุ” คือยืดเสียง อะ ที่ ห-(รฺ) เป็น อา (หรฺ > หาร)
: วิ > ว + อว > โอ : ว + โอ = โว + หรฺ = โวหร + ณ = โวหรณ > โวหร > โวหาร แปลตามศัพท์ว่า (1) “คำอันเขากล่าว” (2) “คำเป็นเครื่องกล่าว” (3) “คำที่ลักใจของเหล่าสัตว์อย่างวิเศษ” (คือดึงดูดใจคนฟังไป) (4) “ภาวะที่พูดทำความขัดแย้ง” (5) “การตกลงกัน”
“โวหาร” ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายไว้ว่า –
“โวหาร : (คำนาม) ชั้นเชิงหรือสํานวนแต่งหนังสือหรือพูด เช่น มีโวหารดี, ถ้อยคำที่เล่นเป็นสำบัดสำนวน เช่น อย่ามาตีโวหาร เขาชอบเล่นโวหาร. (ป.).”
ในภาษาไทย “โวหาร” เล็งถึง “คำพูด” แต่ในภาษาบาลี “โวหาร” มีความหมายหลายอย่าง คือ –
(1) ชื่อหรือการเรียกขานที่ใช้กันในเวลานั้น, การใช้ภาษาร่วมกัน, ตรรกวิทยา, วิธีปกติธรรมดาของการนิยาม, วิธีใช้, ตำแหน่ง, ฉายา (current appellation, common use, popular logic, common way of defining, usage, designation, term, cognomen)
(2) การค้า, ธุรกิจ (trade, business)
(3) คดีความ, กฎหมาย, พันธะทางกฎหมาย; วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับคดีความ, วิชาธรรมศาสตร์ (lawsuit, law, lawful obligation; juridical practice, jurisprudence)
อภิปรายแทรก :
๑ การที่ “โวหาร” หมายถึงธุรกิจ การค้า คงจะมีมูลมาจากผู้ขายสินค้าร้องเรียกผู้คนให้มาซื้อสินค้าของตนไม่ว่าจะขายอยู่กับที่หรือนำสินค้าไปตระเวนขาย
ถ้าดูที่การโฆษณาสินค้าในสมัยนี้จะยิ่งเห็นได้ชัดเจนที่สุด การโฆษณานั่นเองคือความหมายของ “โวหาร” และนั่นจึงเป็นเหตุให้ “โวหาร” หมายถึงธุรกิจ การค้า
๒ การที่ “โวหาร” หมายถึงคดีความ ก็อธิบาย (แบบลากเข้าความ) ได้ว่า ในกระบวนของการ “เป็นความ” กันนั้น ทั้งโจทก์และจำเลยจะต้องใช้ “โวหาร” เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเป็นฝ่ายถูก อีกข้างหนึ่งเป็นฝ่ายผิด ฝ่ายไหนใช้โวหารโน้มน้าวให้น่าเชื่อได้ดีกว่า ฝ่ายนั้นก็ชนะคดี เพราะฉะนั้น “โวหาร” จึงหมายถึงคดีความได้ด้วย
๓ ในภาษาไทยมีคำว่า “โว” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายไว้ว่า –
“โว : (ภาษาปาก) (คำกริยา) พูดโอ้อวด เช่น โวมากไปหน่อยแล้ว. (คำวิเศษณ์) โอ้อวด เช่น คุยโว.”
“โว” น่าจะตัดมาจาก “โวหาร” นี่เอง
ปฏิสันถาร + โวหาร = ปฏิสันถารโวหาร แปลโดยประสงค์ว่า “ถ้อยคำที่ใช้ในการทักทาย”
ขยายความ :
มีผู้ประมวล “ปฏิสันถารโวหาร = ถ้อยคำที่ใช้ในการทักทาย” ของบางชนชาติไว้ว่า –
ชาติฝรั่ง ทักทายกันว่า “อากาศดี” เพราะเมืองฝรั่งดินฟ้าอากาศมักแปรปรวนตลอดเวลา
ชาติจีน ทักทายกันว่า “กินแล้วหรือยัง” เพราะเมืองจีนผู้คนมากมายมหาศาล อาหารการกินจึงมักไม่พอกัน
ชาติไทย ทักทายกันว่า “ไปไหนมา” เพราะคนไทยโยกย้ายถิ่นฐานกันอยู่เสมอ เนื่องมาจากปัญหาการสู้รบในยุคการสร้างชาติอันยาวนาน
ชาติชมพูทวีป ทักทายกันเป็นภาษาบาลีตามวัฒนธรรมชาวพุทธว่า “ขมนียํ ยาปนียํ”
“ขมนียํ ยาปนียํ” อ่านตามปกติว่า ขะ-มะ-นี-ยัง ยา-ปะ-นี-ยัง
เวลาพูดทักทายจริง ๆ “ขมนียํ” พยางค์ –ยํ ออกเสียงสูงเป็น หยัง และลากเสียงเล็กน้อย = ขะ-มะ-นี-หยังงงง
“ขมนียํ ยาปนียํ” = ขะ-มะ-นี-หยังงงง ยา-ปะ-นี-ยัง
แปลตามศัพท์ดังนี้ –
“ขมนียํ” = พอทนได้อยู่หรือ?
“ยาปนียํ” = พอยังอัตภาพให้เป็นไปได้อยู่หรือ?
ที่ต้องทักทายอย่างนี้ เพราะชาวพุทธมักปฏิบัติขัดเกลาตนเองด้วยวิธีการต่าง ๆ ซึ่งจะต้องใช้ขันติความอดทน และทมะความข่มใจ อยู่ตลอดเวลา เจอกันจึงต้องถามกันว่า ยังพอทนได้อยู่หรือ?
…………..
ดูก่อนภราดา!
คติธรรมจาก ท ทหาร อดทน –
: อด คือไม่ได้สิ่งที่อยากได้
: ทน คือได้สิ่งที่ไม่อยากได้
#บาลีวันละคำ (4,932)
13-12-68
…………………………….
…………………………….
