กัจวร (บาลีวันละคำ 4,954)

กัจวร
หน้าตาดี แต่นิสัยเลว
อ่านตามประสงค์ว่า กัด-จะ-วอน
“กัจวร” เขียนแบบบาลีเป็น “กจวร” อ่านว่า กะ-จะ-วะ-ระ รากศัพท์มาจาก กจ + วร
(๑) “กจ”
อ่านว่า กะ-จะ รากศัพท์มาจาก กจฺ (ธาตุ = ผูก, มัด) + อ (อะ) ปัจจัย
: กจฺ + อ = กจ (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่รวมกันโดยเป็นกอง” หมายถึง หยากเยื่อ, ขยะ
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “กจ” ว่า the hair [of the head] (ผม [พูดถึงศีรษะ]) และยกตัวอย่างเช่น “กจกลาป” = a mass of hair, tresses (ผมกระจุกหนึ่ง)
(๒) “วร”
อ่านว่า วะ-ระ รากศัพท์มาจาก วรฺ (ธาตุ = ปรารถนา) + อ (อะ) ปัจจัย
“วร” ในที่นี้เป็นศัพท์ที่ต้องแปลควบกับ “กจ”
: กจ + วรฺ = กจวร (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “ที่เป็นที่อันเขาต้องการขยะ”

หนังสือ ศัพท์วิเคราะห์ ของ พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต) แปล “กจวร” ว่า หยากเยื่อ, ขยะ, กองขยะ, ที่รกเรื้อ
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “กจวร” ดังนี้ –
(1) sweepings, dust, rubbish (ของที่กวาดทิ้ง, ฝุ่น, ขยะ)
(2) rags, old clothes (ผ้าขี้ริ้ว, ผ้าเก่า ๆ)
“กจวร” บาลีอ่านว่า กะ-จะ-วะ-ระ
ผู้เขียนบาลีวันละคำขอเขียนในภาษาไทยเป็น “กัจวร” อ่านว่า กัด-จะ-วอน
คำว่า “กัจวร” ยังไม่ได้เก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เข้าใจว่าในพจนานุกรมฉบับไหน ๆ ก็น่าจะไม่มี และในภาษาไทยก็เชื่อว่าไม่มีใครรู้จักคำนี้
ขอฝากไว้ในวงวรรณอีกคำหนึ่ง โดยไม่หวังว่าจะมีใครเอาไปพูดหรือเอาไปเขียน
แต่เนื่องจากรูปคำและเสียงฟังดูดี แบบที่คำไทยว่า “รูปก็งาม นามก็เพราะ” อาจจะมีนักตั้งชื่อเผลอไผลหยิบเอาไปตั้งชื่อใครเข้า จึงขอเตือนไว้ในที่นี้ด้วยความหวังดีว่า อย่าได้เอาคำว่า “กัจวร” ไปตั้งเป็นชื่อใครเข้าเป็นอันขาด
ขยายความ :
ถามว่า เอาคำว่า “กัจวร” มาเขียนเป็นบาลีวันละคำทำไม?
ตอบว่า เห็นภาพในโพสต์ของญาติมิตรท่านหนึ่ง ก็เลยคิดถึงคำนี้ขึ้นมา
แม้ความหมายจะไม่ดี แต่เป็นคำที่สอนใจได้ดี โดยเฉพาะสอนใจคนที่มีหน้าที่อบรมสั่งสอน แต่ไม่ทำหน้าที่ ท่านอธิบายไว้ในคัมภีร์น่าฟังมาก ขอประมวลความมาเสนอในที่นี้ดังนี้ –
…………..
ตามเกณฑ์ของสังคมสงฆ์ เมื่อมีสมาชิกใหม่บวชเข้ามา จะต้องอยู่ในความปกครองดูแลอบรมสั่งสอนจากพระอุปัชฌาย์อาจารย์-ไม่น้อยกว่า 5 ปี ทั้งภาคทฤษฎีหรือหลักวิชาการ และภาคปฏิบัติคือความประพฤติ การวางตน การปฏิบัติกิจทั้งปวงของบรรพชิต
มีพระธรรมวินัยเป็นหลักสูตร
มีการประพฤติปฏิบัติของพระอุปัชฌาย์อาจารย์เป็นแบบฉบับ
พระอุปัชฌาย์อาจารย์แนะนำ สั่งสอน ฝึกหัด อบรมดี ก็ส่งเสริมให้เป็นสมาชิกที่ดี
แต่ถ้าพระอุปัชฌาย์อาจารย์ได้รู้เห็นความประพฤติปฏิบัติที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียของศิษยานุศิษย์ แต่กลับเพิกเฉยเลยละไม่ว่ากล่าวตักเตือน ท่านว่าพระอุปัชฌาย์อาจารย์ประเภทนี้ก็คือผู้นำเอา “กจวร > กัจวร” = หยากเยื่อหรือขยะ มาเทใส่ไว้ในพระศาสนานั่นแล
ท่านแสดงลักษณะของพระอุปัชฌาย์อาจารย์ที่ดีตามพุทธประสงค์ กล่าวคือ เมื่อเห็นสมาชิกที่อยู่ในการปกครองดูแลของตนกำลังประพฤติการอันควรเว้นหรือเว้นการอันควรประพฤติ ก็มิได้อยู่นิ่งเฉย หรือออกมาปกป้องแบบช่วยคนผิด หากแต่ –
(1) ตชฺเชนฺโต = ทำให้กลัว, ขู่; ดุด่า, ว่ากล่าว (frighten, threaten; curse, rail against)
(2) ปณาเมนฺโต = คัดออก, ขับออก, ไล่ออก (make go away, turn someone away, give leave, dismiss) หมายถึงทำให้หมดสิทธิ์บางอย่างที่สมาชิกปกติจะพึงได้รับ
(3) ทณฺฑกมฺมํ กโรนฺโต = ทำทัณฑกรรม (penance) คือลงโทษตามวิธีการของอารยชน เช่นให้ทำงานหนัก ให้บำเพ็ญสาธารณประโยชน์
(4) วิหารา นีหรนฺโต = ไล่ออกจากสำนัก (take out, throw out, drive out) ในกรณีที่เห็นว่าเหลือขอจริง ๆ ศิษย์เหลือขอบางคนพอถูกไล่ออกแล้วเกิดสำนึกผิด กลับตัวเป็นคนดีได้ก็มี
การกระทำทั้งปวงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นการ “สิกฺขาเปติ” คือให้สำเหนียกสำนึกในการที่จะศึกษาพัฒนาปรับปรุงแก้ไขตนเองให้ดีขึ้นเจริญขึ้น มิใช่เคียดแค้นชิงชังตั้งใจจะทำลายให้ย่อยยับ
เมื่อถูกขนาบเช่นนั้นแล้ว ใครอดทนได้ ตั้งใจพัฒนาตนเองไม่ท้อถอย ก็จะประสบความสำเร็จคือบรรลุมรรคผลหรือคุณธรรมชั้นใดชั้นหนึ่งอันเป็นจุดหมายที่ถูกต้องของผู้ที่เข้ามาอยู่ในพระศาสนานี้
…………..
ดูก่อนภราดา!
: ปฏิบัติตามกฎ ไม่ยุ่ง
: ที่ยุ่ง เพราะไม่ปฏิบัติตามกฎ
#บาลีวันละคำ (4,954)
4-1-69
…………………………….
…………………………….
