อภัย – นิพภัย (บาลีวันละคำ 4,955)

อภัย – นิพภัย
ฝากคำว่า “นิพภัย” ไว้อีกคำหนึ่ง
(๑) “อภัย”
อ่านว่า อะ-ไพ แยกศัพท์เป็น อ + ภัย
(ก) “อ” (อะ) รูปคำเดิมเป็น “น” (นะ) เป็นศัพท์จำพวกนิบาต แปลว่า ไม่, ไม่ใช่ (no, not)
กฎการประสมของ น + คือ :
(1) ถ้าคำหลังขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ แปลง น เป็น อ–
(2) ถ้าคำหลังขึ้นต้นด้วยสระ (อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ) แปลง น เป็น อน–
ในที่นี้ คำหลังคือ “ภย” ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ คือ ภ– จึงต้องแปลง น เป็น อ
(ข) “ภัย” ภาษาไทยอ่านว่า ไพ บาลีเป็น “ภย” อ่านว่า พะ-ยะ รากศัพท์มาจาก ภี (ธาตุ = กลัว) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, แผลง อี (ที่ ภี) เป็น เอ, แปลง เอ เป็น อย
: ภี + ณ = ภีณ > ภี > เภ > ภย แปลตามศัพท์ว่า “ความกลัว”
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “ภย” เป็นอังกฤษว่า fear, fright, dread (ความกลัว, ความหวาดหวั่น, สิ่งที่น่ากลัว)
บาลี “ภย” สันสกฤตก็เป็น “ภย”
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ –
“ภย : (คำวิเศษณ์) อันน่ากลัว; frightful; dreadful. – (คำนาม) ‘ภย. ภัย,’ ความกลัว; อันตราย; fear; danger or peril.”
“ภย” ใช้ทับศัพท์ในภาษาไทยว่า “ภัย”
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“ภัย : (คำนาม) สิ่งที่น่ากลัว, อันตราย, เช่น อัคคีภัย คือ ภัยที่เกิดจากไฟ อุทกภัย คือ ภัยที่เกิดจากน้ำ. (ป., ส. ภย).”
ความหมายของ “ภย” ในบาลีคือ “ความกลัว” (fear) หรือ “สิ่งที่น่ากลัว” (fright) แต่ “ภัย” ในภาษาไทยน้ำหนักของความหมายอยู่ที่ “อันตราย” (danger, dangerous)
โปรดสังเกตว่า พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ ที่ฝรั่งเป็นผู้ทำไม่ได้แปล “ภย” ว่า danger หรือ dangerous
น + ภย = นภย > อภย (อะ-พะ-ยะ) แปลว่า “ไม่มีภัย” “ไม่เป็นภัย”
ใช้เป็นคุณศัพท์ มีความหมายว่า ปลอดจากความกลัวหรืออันตราย, ไม่มีความกลัว, ปลอดภัย (free from fear or danger, fearless, safe)
ใช้เป็นคำนาม มีความหมายว่า ความไว้วางใจ, ความปลอดภัย (confidence, safety)
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“อภัย, อภัย– : (คำนาม) ความไม่มีภัย, ความไม่ต้องกลัว. (ป., ส.), นิยมใช้ประกอบกับคําอื่น เช่น ขออภัย หมายความว่า ขอให้ยกโทษให้ ขออย่าได้ถือโทษ, ให้อภัย หมายความว่า ยกโทษให้. (คำกริยา) ยกโทษ เช่น ฉันอภัยให้เธอ.”
(๒) “นิพภัย”
อ่านว่า นิบ-ไพ เขียนแบบบาลีเป็น “นิพฺภย” อ่านว่า นิบ-พะ-ยะ รากศัพท์มาจาก นิ + ภย
(ก) “นิ” เป็นคำอุปสรรค รูปคำเดิมเป็น “นี” แปลว่า ไม่มี, ออก. รัสสะ อี เป็น อิ นัยหนึ่ง “นิ” แทนศัพท์หรือตัดมาจาก “นิคฺคต” แปลว่า ออกไป, ไปจาก (going out, proceeding from)
(ข) “ภย” ดูข้างต้น
นิ + ภย ซ้อน พฺ (นิ + พฺ + ภย)
: นิ + พฺ + ภย = นิพฺภย แปลตามศัพท์ว่า “มีภัยออกไปแล้ว”
ใช้เป็นคุณศัพท์ มีความหมายว่า ปลอดจากความกลัวหรืออันตราย, ไม่หวั่น, ไม่กลัว (free from fear or danger, fearless, unafraid) = ปลอดภัย
“นิพฺภย” (นิบ-พะ-ยะ) ใช้ในภาษาไทยเป็น “นิพภัย” (นิบ-ไพะ)
คำว่า “นิพภัย” ยังไม่ได้เก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554
ขยายความ :
ผู้เขียนบาลีวันละคำเห็นข้อความที่แสดงความปรารถนาดีต่อผู้กำลังเดินทางว่า “ขอให้เดินทางโดยปลอดภัย” ก็นึกถึงคำบาลีว่า “ปลอดภัย” ควรจะใช้คำอะไร
คำแรก นึกถึงคำว่า “อภัย” ที่เราคุ้นกันดี แล้วก็นึกต่อไปถึงคาถาวรรคหนึ่งที่ว่า “ภยปฺปตฺตา จ นิพฺภยา” (ภะยัปปัตตา จะ นิพภะยา) ซึ่งแปลว่า “ผู้ประสบภัยจงพ้นจากภัย” คำว่า “นิพฺภยา” จึงเป็นที่มาของคำว่า “นิพภัย”
คำว่า “ปลอดภัย” ตามความเขาใจของผู้เขียนบาลีวันละคำ จึงเป็นบาลีว่า “อภัย” และ “นิพภัย”
นักเรียนบาลีท่านอื่นอาจคิดถึงคำอื่นที่มีความหมายแนบเนียนดีกว่า “อภัย” และ “นิพภัย” อีกก็ได้
อนึ่ง ความแตกต่างระหว่าง “อภัย” กับ “นิพภัย” ในความเข้าใจในเชิง “ขบธรรมะ” ของผู้เขียนบาลีวันละคำ คือ –
“อภัย” หมายถึง คนอื่นสัตว์อื่นไม่มีภัยจากเรา
“นิพภัย” หมายถึง เราไม่มีภัยจากคนอื่นสัตว์อื่น
นักเรียนบาลีท่านอื่นอาจขบธรรมะต่างไปจากนี้ก็ได้
แถม :
คาถาที่ว่า “ภยปฺปตฺตา จ นิพฺภยา” เป็นวรรคหนึ่งในบท “เทวตาอุยฺโยชนคาถา” แปลว่า “คาถาส่งเทวดา” เนื่องจากในพิธีบำเพ็ญกุศลที่มีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ มีการกล่าวบท “ชุมนุมเทวดา” คือเชิญเทววดามาฟังธรรม เมื่อเสร็จพิธีพระสงฆ์จึงสวด “คาถาส่งเทวดา” คือเชิญเทวดากลับเป็นการปิดท้าย
“เทวตาอุยฺโยชนคาถา” (เทวะตาอุยโยชะนะคาถา) ที่โบราณาจารย์รจนาไว้ มีข้อความดังนี้ (เขียนแบบคำอ่านเพื่อให้อ่านง่าย) –
…………..
ทุกขัปปัตตา จะ นิททุกขา
ภะยัปปัตตา จะ นิพภะยา
โสกัปปัตตา จะ นิสโสกา
โหนตุ สัพเพปิ ปาณิโน.
ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง
ที่ประสบทุกข์จงพ้นจากทุกข์
ที่ประสบภัยจงพ้นจากภัย
และที่ประสบโศกจงพ้นจากโศกเถิด
เอตตาวะตา จะ อัมเหหิ
สัมภะตัง ปุญญะสัมปะทัง
สัพเพ เทวานุโมทันตุ
สัพพะสัมปัตติสิทธิยา.
และขอเทวดาทั้งปวงจงได้อนุโมทนา
ซึ่งบุญสมบัติอันข้าพเจ้าทั้งหลาย
ได้สร้างสมไว้แล้วนี้
เพื่อความสำเร็จแห่งสมบัติทั้งปวงเถิด
ทานัง ทะทันตุ สัทธายะ
สีลัง รักขันตุ สัพพะทา
ภาวะนาภิระตา โหนตุ
คัจฉันตุ เทวะตาคะตา.
ขอเทวดาทั้งหลายจงให้ทาน
รักษาศีล และบำเพ็ญภาวนา
ด้วยใจศรัทธาตลอดกาลทุกเมื่อ
ทวยเทพทั้งหลายที่มาแล้วขอเชิญกลับเถิด
สัพเพ พุทธา พะลัปปัตตา
ปัจเจกานัญจะ ยัง พะลัง
อะระหันตานัญจะ เตเชนะ
รักขัง พันธามิ สัพพะโส.
ด้วยเดชแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ถึงพร้อมด้วยพลธรรม
ด้วยเดชแห่งพลธรรมของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย
และด้วยเดชแห่งพลธรรมของพระอรหันต์ทั้งหลาย
ขอให้ข้าพเจ้าคุ้มครองรักษาความดีไว้ได้โดยประการทั้งปวง เทอญ.
…………..
ดูก่อนภราดา!
ขอเชิญผู้รู้ภาษาช่วยแปลคำกล่าวนี้ –
: “Forgive your enemies,
: but never forget their names.”
– J. F. Kennedy, 35th U.S. President.
#บาลีวันละคำ (4,955)
5-1-69
…………………………….
…………………………….
