บาลีวันละคำ

ปูติภาพ (บาลีวันละคำ 4,976)

ปูติภาพ

อ่านว่า ปู-ติ-พาบ

ประกอบด้วยคำว่า ปูติ + ภาพ 

(๑) “ปูติ” 

บาลีอ่านว่า ปู-ติ รากศัพท์มาจาก ปูยฺ (ธาตุ = มีกลิ่นเหม็น) + ติ ปัจจัย, ลบที่สุดธาตุ (ปูยฺ > ปู)

: ปูยฺ + ติ = ปูยติ > ปูติ แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่เน่า” “สิ่งที่เหม็น” 

ปูติ” ใช้เป็นคุณศัพท์ หมายถึง เน่า, เหม็น, ผุ, เหม็นโฉ่ (putrid, stinking, rotten, fetid)

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บคำว่า “ปูติ” ไว้ด้วย บอกไว้ว่า –

ปูติ : (คำแบบ) (คำวิเศษณ์) บูด, เน่า. (ป.).”

(๒) “ภาพ

เทียบตามรูปบาลีเป็น “ภาว” อ่านว่า พา-วะ รากศัพท์มาจาก ภู (ธาตุ = มี, เป็น) + ปัจจัย, ลบ , แผลง อู เป็น โอ, แปลง โอ เป็น อาว

: ภู + = ภูณ > ภู > โภ > ภาว (ปุงลิงค์) แปลว่า ความมี, ความเป็น, ภาวะ, ธรรมชาติ (being, becoming, condition, nature)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

ภาว-, ภาวะ : (คำนาม) ความมี, ความเป็น, ความปรากฏ, เช่น ภาวะน้ำท่วม ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ. (ป., ส.).”

บาลี “ภาว” แผลงเป็น “ภาพ” ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

ภาพ, ภาพ– : (คำนาม) ความ, ความมี, ความเป็น, มักใช้ประกอบเป็นส่วนท้ายของคำสมาส เช่น มรณภาพ ว่า ความตาย; รูปที่ปรากฏเห็นหรือนึกเห็น เช่น ภาพทิวทัศน์ ภาพในฝัน, สิ่งที่วาดขึ้นเป็นรูปหรือสิ่งที่ถ่ายแบบไว้ เช่น ภาพสีน้ำมัน ภาพถ่าย. (ป., ส. ภาว).”

ปูติ + ภาว = ปูติภาว (ปู-ติ-พา-วะ) แปลตามศัพท์ว่า “ความบูดเน่า” 

ปูติภาว” แปลง ที่ -ภา เป็น ตามหลักนิยมในภาษาไทย จึงเป็น “ปูติภาพ” อ่านว่า ปู-ติ-พาบ

ขยายความ :

ผู้เขียนบาลีวันละคำอ่านโพสต์ในเฟซบุ๊ก พบข่าวพระภิกษุทำทุจริตในการสอบบาลีสนามหลวงประจำปีนี้ที่เพิ่งผ่านไป เป็นการสอบชั้นเปรียญธรรม 8 ประโยค และ 9 ประโยค อันเป็นชั้นที่คำเก่าเรียกว่า “เปรียญเอก” อ่านแล้วคำที่คิดได้เป็นคำแรกคือ “ทุจริต” 

แล้วคิดต่อไปว่า ในภาษาไทย คำว่า “ทุจริต” มีความหมายอย่างหนึ่งว่า โกง เช่น ทุจริตในการสอบ, คดโกง, ฉ้อโกง, เช่น ทุจริตต่อหน้าที่

โกง หรือประพฤติมิชอบต่อหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เรามักนึกถึงคำอังกฤษว่า corruption

ต่อจากนั้น ก็ไปดูว่าพจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล corruption เป็นบาลีอย่างไร

พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล corruption เป็นบาลีไว้ดังนี้:

(1) dūsana ทูสน (ทู-สะ-นะ), padussana ปทุสฺสน (ปะ-ทุด-สะ-นะ), sampadussana สมฺปทุสฺสน (สำ-ปะ-ทุด-สะ-นะ) = การทำให้เสียหาย, การทำร้าย

(2) kalusīkaraṇa กลุสีกรณ (กะ-ลุ-สี-กะ-ระ-นะ) = การทำให้ขุ่นมัว, ทำไม่สะอาด

(3) kilissana กิลิสฺสน (กิ-ลิด-สะ-นะ) = ความเศร้าหมอง, ความสกปรก

(4) pūtibhāva ปูติภาว (ปู-ติ-พา-วะ) = ภาวะที่บูดเน่า, ความเน่าเสีย

(5) padosa ปโทส (ปะ-โท-สะ) = ความบกพร่อง, ความผิด, ข้อตำหนิ, ความเลวทราม, ความชั่ว

(6) vipallāsa วิปลฺลาส (วิ-ปัน-ลา-สะ) = ความวิปริต, ความผิดเพี้ยน, ความเสียหาย

บรรดาคำบาลีที่แปลมาจาก  corruption เหล่านี้ ผู้เขียนบาลีวันละคำเห็นว่า คำว่า “ปูติภาว = ภาวะที่บูดเน่า” ให้อรรถรสของ “ทุจริต” ได้ชัดเจนที่สุด คือเพราะคุณธรรมในใจบูดเน่าไปหมดแล้วนั่นเอง จึงส่งผลออกมาเป็นทุจริตในรูปแบบต่าง ๆ

ปูติ” ที่นักเรียนบาลีค่อนข้างจะคุ้นกันดีก็อย่างเช่น –

ปูติกาย” (ปู-ติ-กา-ยะ) กายอันเน่าเปื่อย, กองอันเน่าเปื่อย, เป็นคำแสดงลักษณะของร่างกายมนุษย์ (foul body, mass of corruption, Ep. of the human body)

ปูติมุตฺต” (ปู-ติ-มุด-ตะ) ในคำว่า “ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า” หมายถึง มูตรมีกลิ่นแรง, โดยปกติมูตรโคที่ภิกษุใช้เป็นยา (strong-smelling urine, usually urine of cattle used as medicine by the bhikkhu)

ปูติ” ที่น่าสนใจมากคำหนึ่งคือ “อนฺโตปูติ” (อัน-โต-ปู-ติ) แปลว่า “เน่าใน” เป็นคำเรียกภิกษุผู้ประพฤติไม่ดีไม่งาม มีพระพุทธพจน์ตรัสไว้ในพระไตรปิฎก ดังนี้ –

(พึงตั้งอารมณ์ในการอ่านว่า เราจักศึกษาบาลีคือพระธรรมวินัยเท่านั้น มิได้มุ่งจะรังเกียจเดียดฉันท์พระภิกษุใด ๆ)

…………..

กตโม  จ  ภิกฺขุ  อนฺโตปูติภาโว.

ดูก่อนภิกษุ ความเป็นผู้เน่าในเป็นไฉน?

อิธ  ภิกฺขุ  เอกจฺโจ

ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ 

ทุสฺสีโล  โหติ

เป็นผู้ทุศีล

ปาปธมฺโม

เป็นผู้มีปกติเลวทราม

อสุจิ

ไม่สะอาด

สงฺกสฺสรสมาจาโร

มีพฤติกรรมน่ารังเกียจ

ปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺโต

ทำสิ่งที่ต้องปกปิด

อสฺสมโณ  สมณปฏิญฺโญ

ไม่เป็นสมณะก็ปฏิญาณว่าเป็นสมณะ

อพฺรหฺมจารี  พฺรหฺมจารีปฏิญฺโญ

ไม่เป็นพรหมจารีก็ปฏิญาณว่าเป็นพรหมจารี

อนฺโตปูติ

เป็นผู้เน่าใน

อวสฺสุโต

มีใจชุ่มด้วยกาม

กสมฺพุกชาโต.

เป็นดุจขยะมูลฝอย

อยํ  วุจฺจติ  ภิกฺขุ  อนฺโตปูติภาโวติ.

ดูก่อนภิกษุ นี้เรียกว่าความเป็นผู้เน่าใน

ที่มา: ปฐมทารุขันธสูตร สังยุตนิกาย สฬายตนวรรค 

พระไตรปิฎกเล่ม 18 ข้อ 323

…………..

ขอเรียนว่า ข่าวพระภิกษุทำทุจริตข้างต้นนั้น ผู้เขียนบาลีวันละคำวางอารมณ์เป็นกลาง หมายถึง ไม่มี-ทั้งเชื่อว่าจริง ไม่มี-ทั้งเชื่อว่าไม่จริง

ผู้เขียนบาลีวันละคำเห็นว่า การไม่ปลงใจเชื่อหรือไม่เชื่อง่าย ๆ เป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในยุคสมัยที่มนุษย์ไม่ได้สื่อสารกันด้วยความจริง 

ในยุคสมัยที่ “ภาพ” ที่เราเห็นเป็นภาพที่ถ่ายจากของจริงเหตุการณ์จริง เราอาจเชื่อได้ว่า “ภาพภาพเดียวบอกความจริงได้ตั้งพันคำ” 

แต่ในยุคสมัยที่ไม่อาจบอกได้ว่า “ภาพ” ที่เราเห็นเป็นภาพที่ถ่ายจากของจริงเหตุการณ์จริง หรือเป็นภาพจาก AI หรือปัญญาประดิษฐ์ จึงควรระลึกไว้เสมอว่า “ภาพภาพเดียวอาจเป็นคำโกหกได้ตั้งพันคำ” 

ความเชื่อง่าย (ทั้งเชื่อว่าจริง ทั้งเชื่อว่าไม่จริง) คือเหยื่ออันโอชะของการสื่อสารในยุคสมัยนี้

แถม :

ผู้เขียนบาลีวันละคำพูดมาเสมอว่า การเรียนนักธรรม-บาลีคือการเรียนวิธีไม่ทำทุจริต ผู้ทำทุจรติในการสอบนักธรรม-บาลี จึงเป็นผู้ทำลายรากฐานคุณธรรมของตัวเองอย่างวิปริตถึงที่สุดจริง ๆ

…………..

ดูก่อนภราดา!

: เรียนนักธรรม-บาลี คือเรียนวิธีไม่ทำทุจริต

: สอบนักธรรม-บาลีแล้วทำทุจริต คือการประหารชีวิตตัวเอง

#บาลีวันละคำ (4,976)

26-1-69 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้