มรณาสันนกาล (บาลีวันละคำ 4,982)

มรณาสันนกาล
ต้องพบผ่านแน่ ๆ แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไร
อ่านว่า มะ-ระ-นา-สัน-นะ-กาน
ประกอบด้วยคำว่า มรณ + อาสันน + กาล
(๑) “มรณ”
บาลีอ่านว่า มะ-ระ-นะ รากศัพท์มาจาก มรฺ (ธาตุ = ตาย) + ยุ ปัจจัย, แปลง ยุ เป็น อน (อะ-นะ), แปลง น เป็น ณ
: มรฺ + ยุ > อน = มรน > มรณ แปลตามศัพท์ว่า “ความตาย”
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “มรณ” ว่า death, as ending this (visible) existence, physical death; dying (ความตาย, ในฐานสิ้นชีวิต (ที่เห็นได้) นี้, ความตายทางกาย; การถึงแก่กรรม)
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“มรณ-, มรณ์, มรณะ : (คำนาม) ความตาย, การตาย. (ป., ส.). (คำกริยา) ตาย.”
(๒) “อาสันน”
เขียนแบบบาลีเป็น “อาสนฺน” อ่านว่า อา-สัน-นะ รากศัพท์มาจาก อา (คำอุปสรรค = ทั่ว, ยิ่ง) + สทฺ (ธาตุ = อยู่, แผ่ไป) + ต ปัจจัย, แปลง ต เป็น นฺน, ลบ ทฺ ที่สุดธาตุ
กฎ : อา + สทฺ ทำให้ความหมายของ สทฺ ธาตุเบี่ยงเบนไป จากเดิมหมายถึง “อยู่” หรือ “แผ่ไป” กลายเป็น “ใกล้ชิด” ภาษาไวยากรณ์เรียกว่า “อุปสรรคเบียนธาตุ”
: อา + สทฺ = อาสทฺ + ต = อาสทต (ลบที่สุดธาตุ) > อาสต (แปลง ต เป็น นฺน) > อาสนฺน แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ตั้งอยู่ใกล้” ใช้เป็นคุณศัพท์ หมายถึง ใกล้ (near)
บาลี “อาสนฺน” สันสกฤตก็เป็น “อาสนฺน”
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –
“อาสนฺน : (คำวิเศษณ์) ใกล้; near, proximate;- (คำนาม) แดดตก; the setting sun.”
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บคำนี้ไว้ด้วย เขียนเป็น “อาสันนะ” บอกไว้ว่า –
“อาสันนะ : (คำวิเศษณ์) ใกล้, เกือบ. (ป., ส.).”
(๓) “กาล”
บาลีอ่านว่า กา-ละ รากศัพท์มาจาก กลฺ (ธาตุ = นับ, คำนวณ) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, ทีฆะ (ยืดเสียง) อะ ที่ ก-(ลฺ) เป็น อา (กล > กาล)
: กลฺ + ณ = กลณ > กล > กาล แปลตามศัพท์ว่า “เครื่องนับประมาณอายุเป็นต้น” “ถูกนับว่าล่วงไปเท่านี้แล้ว” “ยังอายุของเหล่าสัตว์ให้สิ้นไป” หมายถึง เวลา, คราว, ครั้ง, หน
“กาล” ที่หมายถึง “เวลา” (time) ในภาษาบาลียังใช้ในความหมายที่ชี้ชัดอีกด้วย คือ :
(ก) เวลาที่กำหนดไว้, เวลานัดหมาย, เวลาตายตัว (appointed time, date, fixed time)
(ข) เวลาที่เหมาะสม, เวลาที่สมควร, เวลาที่ดี, โอกาส (suitable time, proper time, good time, opportunity)
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“กาล ๑, กาล– : (คำนาม) เวลา, คราว, ครั้ง, หน. (ป., ส.).”
การประสมคำ :
๑ มรณ + อาสนฺน = มรณาสนฺน (มะ-ระ-นา-สัน-นะ) แปลว่า “ใกล้ต่อความตาย” หมายถึง ใกล้ตาย
๒ มรณาสนฺน + กาล = มรณาสนฺนกาล (มะ-ระ-นา-สัน-นะ-กา-ละ) แปลว่า “เวลาที่ใกล้ต่อความตาย” หมายถึง เวลาใกล้ตาย
“มรณาสนฺนกาล” ใช้ในภาษาไทยเป็น “มรณาสันนกาล” (มะ-ระ-นา-สัน-นะ-กาน)
คำว่า “มรณาสันนกาล” ยังไม่ได้เก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554
ขยายความ :
คำว่า “มรณาสันนกาล” เป็นคำที่มีใช้ในคัมภีร์บาลี หมายถึง “เวลาใกล้จะตาย” ซึ่งเป็นเวลาที่ทุกชีวิตจะต้องประสบ
หลักธรรมข้อหนึ่งในพระพุทธศาสนาที่สอนให้เห็นความสำคัญของ “เวลาใกล้จะตาย” คือ “อาสันนกรรม”
“อาสันนกรรม” แปลว่า กรรมจวนเจียน หรือกรรมใกล้ตาย เป็นชื่อเรียกกรรมประเภทหนึ่งในจำนวน ๑๒ ประเภทที่จำแนกตามหลักเกณฑ์ของการให้ผล
“อาสันนกรรม” หมายถึงกรรมที่ทำเมื่อใกล้จะตาย และเมื่อทำแล้วจิตหน่วงเหนี่ยวเป็นอารมณ์แล้วตายไป ท่านว่ากรรมนั้นจะให้ผลก่อน อุปมาเหมือนโคที่ยืนจ่ออยู่ที่ประตูคอก เมื่อประตูเปิดก็จะได้ออกก่อนโคตัวอื่น
คติที่นิยม “บอกทางพระอรหัง” ให้คนป่วยใกล้ตายก็มาจากหลักของอาสันนกรรมนี้เอง เพราะเมื่อดับจิตพร้อมหน่วงเอาคุณพระรัตนตรัยเป็นอารมณ์ นั่นคือทำมโนกรรมอันเป็นกุศลก่อนตาย ก็จะอุบัติในสุคติภูมิ
ไม่มีใครรับประกันได้ว่า ถึงเวลาใกล้ตาย-ซึ่งจะต้องถึงแน่ ๆ-ใครจะช่วยให้ใครระลึกถึงแต่กรรมดี ๆ ได้ นอกจากตัวของตัวเอง
วิธีที่รับประกันได้ว่าช่วยได้ ก็คือหมั่นระลึกถึงกรรมดี ๆ ไว้เสมอ ไม่ใช่รอให้ใกล้ตายจึงค่อยระลึก
และวิธีที่จะช่วยให้ระลึกถึงกรรมดี ๆ ได้ง่าย ก็คือต้องทำกรรมดีไว้เสมอ จึงจะมีกรรมดี ๆ ไว้ให้ระลึก
…………..
ดูก่อนภราดา!
: อย่าลืมถามตัวเองว่าวันนี้
: ทำกรรมดี ๆ ไว้บ้างหรือยัง
#บาลีวันละคำ (4,982)
1-2-69
…………………………….
…………………………….
