ทวาทศนิยม (บาลีวันละคำ 4,983)

ทวาทศนิยม
หรือจะเป็น “ทวาทัศนิยม” ก็ได้
แต่ไม่ใช่ ทวาทิศนิยม
ผู้เขียนบาลีวันละคำได้อ่านโพสต์ที่ชื่อ “เจาะเวลาหาอดีต” เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 หัวข้อเรื่อง ทำไม “1 โหล” ต้องมี 12 ชิ้น
มีข้อความบางตอนดังนี้ –
…………..
…………..
ต่อมา อิทธิพลของเลข 12 ถูกส่งต่อมายัง ชาวโรมัน ซึ่งถือว่าเลข 12 เป็น เลขศักดิ์สิทธิ์และสมบูรณ์
ตัวอย่างที่ยังเห็นชัดจนถึงวันนี้ ได้แก่
1 ปี มี 12 เดือน
1 วัน (ในระบบโบราณ) แบ่งกลางวัน-กลางคืนฝั่งละ 12 ชั่วโมง
…………..
…………..
พ่อค้าในยุคโบราณจึงนิยมขายสินค้าเป็นโหล เพราะแบ่งขายง่าย
คิดราคาเป็นส่วน ๆ ได้สะดวก
ลดข้อผิดพลาดในการคำนวณ
ธรรมเนียมนี้ถูกใช้ต่อเนื่องจากยุโรป สู่การค้าทางทะเล และแพร่เข้ามาในเอเชีย รวมถึงไทยในเวลาต่อมา
…………..
…………..
ระบบ “ทวาทิศนิยม” และการนับแบบโหล
นักวิชาการเรียกระบบฐาน 12 ว่า
Duodecimal System (ทวาทิศนิยม)
…………..
…………..
หนึ่งโหล = 12 ชิ้น
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ของภูมิปัญญาการนับของชาวสุเมเรียน
…………..
(จบข้อความจากโพสต์)
…………..
คำว่า “ทวาทิศนิยม” เป็นที่มาของบาลีวันละคำวันนี้
คำว่า “ทวาทิศนิยม” ปรากฏในโพสต์ 2 ครั้ง สะกดเหมือนกันทั้ง 2 ครั้ง คำที่ขอให้สังเกตคือ “-ทิศ-” ท ทหาร-สระอิ-ศ ศาลา เหมือนกับคำว่า ทิศเหนือ ทิศใต้
เรื่องนี้พูดถึงตัวเลข “12” จำนวน “สิบสอง” ในบาลีใช้คำว่า “ทฺวาทส” คำที่ถูกต้องจึงควรเป็น “ทวาทศนิยม” คำเทียบที่เราคุ้นกันคือ “ทศนิยม”
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายของ “ทศนิยม” ไว้ดังนี้ –
“ทศนิยม : (คำนาม) จำนวนจริงในรูปเลขฐานสิบ โดยกำหนดจุดจุดหนึ่งให้ตัวเลขที่อยู่ข้างหน้าจุดแสดงจำนวนเต็ม ตัวเลขที่อยู่ข้างหลังจุดแสดงจำนวนที่เป็นส่วนของสิบ ร้อย พัน ไปเรื่อย ๆ เช่น ๘๕๖.๑๒๘ ล้านบาท หมายความว่า แปดร้อยห้าสิบหกล้านหนึ่งแสนสองหมื่นแปดพันบาท. (อ. decimal).”
“ทศ” = จำนวน 10 (สิบ)
“ทวาทศ” = จำนวน 12 (สิบสิอง)
“ทวาทศนิยม” ประกอบด้วย ทวาทศ + นิยม
(๑) “ทวาทศ”
เขียนแบบบาลีเป็น “ทฺวาทส” (มีจุดใต้ ทฺ ตัวหน้า) อ่านตามเสียงบาลีว่า ทัว-อา-ทะ-สะ (ไม่ใช่ ทะ-วา-) เป็นศัพท์สังขยา (คำที่ใช้นับจำนวน) แปลว่า สิบสอง (จำนวน 12)
โปรดสังเกตว่า “-ทส” บาลีอ่านว่า -ทะ-สะ ก็จริง แต่เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย (เป็น “-ทศ” รูปสันสกฤต) เราอ่านว่า ทด ถ้ามีคำอื่นมาสมาสข้างท้าย (อย่างในที่นี้มี “นิยม” มาสมาส) เราอ่านว่า ทด-สะ- ไม่ใช่ ทะ-สะ-
บาลี “ทฺวาทส” ในภาษาไทยนิยมใช้อิงรูปสันสกฤตเป็น “ทวาทศ” คำที่เราน่าจะคุ้นอยู่บ้างคือ “ทวาทศมาส” เช่น โคลงทวาทศมาส พระราชพิธีทวาทศมาส
(๒) “นิยม”
บาลีอ่านว่า นิ-ยะ-มะ รากศัพท์มาจาก นิ (คำอุปสรรค = เข้า, ลง) + ยมุ (ธาตุ = สงบ, ระงับ) + อ (อะ) ปัจจัย
: นิ + ยมฺ = นิยมฺ + อ = นิยม (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “ข้อที่ต้องกำหนดด้วยเวลาเป็นต้น” (คือ เหตุผลที่จะนำมาใช้เป็นข้อกำหนดมีหลายอย่าง หนึ่งในหลายอย่างนั้นคือกาลเวลา)
“นิยม” ในบาลีใช้ในความหมายว่า –
(1) การสำรวม, การบังคับยับยั้ง, การฝึกฝน, การควบคุมตนเอง (restraint, constraint, training, self-control)
(2) การกำหนดแน่, ความแน่นอน, การจำกัด (definiteness, certainty, limitation)
(3) กฎธรรมชาติ, กฎของจักรวาล (natural law, cosmic order)
ความหมายของ “นิยม” ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“นิยม : (คำแบบ) (คำนาม) การกำหนด. (ป., ส.). (คำกริยา) ชมชอบ, ยอมรับนับถือ, ชื่นชมยินดี, ใช้ประกอบท้ายคำสมาสบางคำใช้เป็นชื่อลัทธิ เช่น ลัทธิชาตินิยม ลัทธิสังคมนิยม.”
ทวาทศ + นิยม = ทวาทศนิยม ภาษาไทยอ่านว่า ทะ-วา-ทด-สะ-นิ-ยม) แปลตามศัพท์ว่า “กำหนดด้วยสิบสอง” หมายถึง จำนวนที่เต็มสิบสอง คือครบสิบสองครั้งหนึ่งก็ถือว่าเป็นจำนวนเต็มสิบสองครั้งหนึ่ง ความหมายที่ประสงค์คือ การนับสิ่งใด ๆ ก็ตามให้ได้จำนวนสิบสอง และถือว่า “สิบสอง” เป็นจำนวนที่ยุติในเรื่องนั้น ๆ
ขยายความ :
“ทวาทศนิยม” อาจใช้อีกอย่างหนึ่งว่า “ทวาทัศนิยม” คือแปลง “-ทศ-” เป็น “-ทัศ-” เช่นในคำว่า “ทัศนัข” = สิบนิ้ว
อาจเป็นไปได้ว่า ผู้บัญญัติคำว่า Duodecimal System เป็นคำไทย ต้องการใช้คำว่า “ทวาทัศนิยม” นี่แหละ แต่ผู้ที่คัดลอกมาเผยแพร่ไม่ทันได้สังเกต (หรืออันที่จริงคือไม่รอบคอบ) เห็นไม้หันอากาศเป็นสระอิ “-ทัศ-” จึงกลายเป็น “-ทิศ-”
“ทวาทัศนิยม” จึงกลายเป็น “ทวาทิศนิยม”
แต่ที่น่าสังเกตเป็นพิเศษก็คือ แม้จะเขียนผิดอย่างนี้ก็ไม่มีใครเห็นเป็นเรื่องสำคัญ
เวลานี้อาการเช่นนี้กำลังครอบงำคนไทย ซึ่งก็เท่ากับครอบงำสังคมไทย คือใช้ภาษาผิดถูกอย่างไรก็ไม่มีใครเห็นเป็นเรื่องสำคัญ ไม่มีใครสนใจที่จะทักท้วงเตือนติง
แต่ที่หนักกว่านั้นก็คือ ครั้นพอมีใครทักท้วงขึ้นมาสักคนหนึ่ง ก็จะมีเสียงรุมประณามว่า “ดีแต่เที่ยวจับผิดชาวบ้าน”
เท่ากับตีกัน ใครทำอะไรผิด ไม่ยอมให้มีการทักท้วง
สังคมเราจะไปทางไหนกัน?
…………..
ดูก่อนภราดา!
ท่านเป็นเพื่อนชนิดไหน? –
: เห็นเพื่อนลืมรูดซิปกางเกง
: กลับปล่อยให้เพื่อนเดินเป็นนักเลงไปทั่วบ้านทั่วเมือง
#บาลีวันละคำ (4,983)
2-2-69
…………………………….
…………………………….
