หอผู้ป่วยสงฆ์อาพาธ (บาลีวันละคำ 5,016)

หอผู้ป่วยสงฆ์อาพาธ
ไม่ได้จับผิด แต่ชวนคิดเล่น ๆ
มีคำที่ควรหาความรู้ 4 คำ คือ “หอ” “ผู้ป่วย” “สงฆ์” “อาพาธ”
(๑) “หอ”
เป็นคำไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 บอกไว้ว่า –
“หอ : (คำนาม) เรือนหรืออาคารซึ่งใช้เฉพาะกิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น หอพระ หอนั่ง หอสมุด; เรือนซึ่งปลูกสำหรับให้คู่บ่าวสาวที่แต่งงานกันแล้วอยู่ เรียกว่า เรือนหอ.”
(๒) “ผู้ป่วย”
เป็นคำไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 บอกไว้ว่า –
“ผู้ป่วย : (คำนาม) ผู้ที่ไม่สบายเพราะโรคหรือความไข้หรือเหตุอื่น, คนไข้ ก็ว่า.”
(๓) “สงฆ์”
เขียนแบบบาลีเป็น “สงฺฆ” อ่านว่า สัง-คะ รากศัพท์มาจาก สํ (คำอุปสรรค = พร้อมกัน, ร่วมกัน) + หนฺ (ธาตุ = ไป, เป็นไป) + อ (อะ) ปัจจัย, แปลงนิคหิตที่ สํ เป็น ง (สํ > สงฺ), แปลง หนฺ เป็น ฆ
: สํ > สงฺ + หนฺ > ฆ + อ = สงฺฆ (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า –
(1) “หมู่เป็นที่ไปรวมกันแห่งส่วนย่อยโดยไม่แปลกกัน” หมายความว่า ส่วนย่อยที่มีคุณสมบัติหลักๆ “ไม่แปลกกัน” คือมีคุณสมบัติตรงกัน เหมือนกัน ส่วนย่อยดังกล่าวนี้ไปอยู่รวมกัน คือเกาะกลุ่มกัน ดังนี้เรียกว่า “สงฺฆ”
(2) “หมู่ที่รวมกันโดยมีความเห็นและศีลเสมอกัน” ความหมายนี้เล็งที่บรรพชิตหรือสาวกที่เป็นนักบวชในลัทธิศาสนาต่างๆ เช่นภิกษุในพระพุทธศาสนาเป็นต้น ต้องมีความคิดเห็นและความประพฤติลงรอยกันจึงจะรวมเป็น “สงฺฆ” อยู่ได้
“สงฺฆ” จึงหมายถึง หมู่, กอง, กลุ่ม, คณะ
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “สงฺฆ” เป็นอังกฤษว่า –
(1) multitude, assemblage (ฝูงชน, ชุมนุมชน, หมู่, ฝูง)
(2) the Order, the priesthood, the clergy, the Buddhist church (คณะสงฆ์, พระ, นักบวช, พุทธจักร)
(3) a larger assemblage, a community (กลุ่มใหญ่, ประชาคม)
“สงฺฆ” ปกติในภาษาไทยใช้ว่า “สงฆ์” ถ้าอยู่หน้าคำสมาสมักใช้เป็น “สังฆ-”
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ที่คำว่า “สงฆ์” บอกไว้ดังนี้ –
…………..
สงฆ์ : หมู่, ชุมนุม
1. หมู่สาวกของพระพุทธเจ้า เรียกว่า สาวกสงฆ์ ดังคำสวดในสังฆคุณ ประกอบด้วยคู่บุรุษ ๔บุรุษบุทคล (รายตัวบุคคล) ๘ เริ่มแต่ท่านผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรค จนถึงพระอรหันต์ ต่างจากภิกขุสงฆ์ คือหมู่แห่งภิกษุหรือชุมนุมภิกษุ (ดูความหมาย 2), ต่อมา บางทีเรียกอย่างแรกว่า อริยสงฆ์ อย่างหลังว่า สมมติสงฆ์
2. ชุมนุมภิกษุหมู่หนึ่งตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป ซึ่งสามารถประกอบสังฆกรรมได้ตามกำหนดทางพระวินัย ต่างโดยเป็นสงฆ์จตุรวรรคบ้าง ปัญจวรรคบ้าง ทศวรรคบ้าง วีสติวรรคบ้าง, ถ้าเป็นชุมนุมภิกษุ ๒ หรือ ๓ รูป เรียกว่า คณะ ถ้ามีภิกษุรูปเดียว เป็น บุคคล
…………..
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ดังนี้ –
…………..
สงฆ์ : (คำนาม)
(๑) ภิกษุ เช่น ของสงฆ์ พิธีสงฆ์, บางทีก็ใช้ควบกับคำ พระ หรือ ภิกษุ เป็น พระสงฆ์ หรือ ภิกษุสงฆ์ เช่น นิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ มีภิกษุสงฆ์มารับบิณฑบาตมาก, ลักษณนามว่า รูป หรือ องค์ เช่น ภิกษุสงฆ์ ๒ รูป พระสงฆ์ ๔ องค์ (ป. สงฺฆ; ส. สํฆ).
(๒) ภิกษุตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไปร่วมกันทำสังฆกรรม แต่จำนวนภิกษุที่เข้าร่วมสังฆกรรมแต่ละอย่างไม่เท่ากัน คือในสังฆกรรมทั่ว ๆ ไป เช่น ในการสวดพิธีธรรม สวดอภิธัมมัตถสังคหะ ประกอบด้วยภิกษุ ๔ รูป เรียกว่า สงฆ์จตุรวรรค ในการรับกฐิน สวดพระปาติโมกข์ ปวารณากรรม และอุปสมบทในถิ่นที่ขาดแคลนภิกษุ ต้องประกอบด้วยภิกษุ ๕ รูป เรียกว่า สงฆ์ปัญจวรรค ในการอุปสมบทในถิ่นที่มีภิกษุมาก ต้องประกอบด้วยภิกษุ ๑๐ รูป เรียกว่า สงฆ์ทสวรรค และในการสวดอัพภานระงับอาบัติสังฆาทิเสส ต้องประกอบด้วยภิกษุ ๒๐ รูป เรียกว่า สงฆ์วีสติวรรค, ภิกษุที่เข้าร่วมสังฆกรรมดังกล่าว ถ้ามากกว่าจำนวนที่กำหนดจึงจะใช้ได้ ถ้าขาดจำนวนใช้ไม่ได้. (ป. สงฺฆ; ส. สํฆ).
…………..
(๔) “อาพาธ”
บาลีอ่านว่า อา-พา-ทะ รากศัพท์มาจาก อา (คำอุปสรรค = ทั่ว, ยิ่ง) + พาธฺ (ธาตุ = เบียดเบียน, ป่วน) + อ (อะ) ปัจจัย
: อา + พาธฺ + อ = อาพาธ (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “อาการที่เบียดเบียนอย่างยิ่ง” “อาการที่ทำให้ปั่นป่วน” หมายถึง ความไข้, ความเจ็บป่วย, โรคภัยไข้เจ็บ (affliction, illness, disease)
ในภาษาไทยใช้ทับศัพท์ว่า “อาพาธ” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –
“อาพาธ : (คำกริยา) เจ็บป่วย (ใช้แก่ภิกษุสามเณร). (ป., ส.).”
ในคัมภีร์จตุกนิบาต อังคุตรนิกาย แสดงสมุฏฐานของ “อาพาธ” ไว้ว่า –
(1) ปิตตสมุฏฺฐาน = เกิดจากน้ำดี
(2) เสมหสมุฏฺฐาน = เกิดจากเสมหะ
(3) วาตสมุฏฺฐาน = เกิดจากลม
(4) สันนิปาติกะ = เกิดจากปัจจัยหลายอย่างรวมกัน
(5) อุตุปริณามชะ = เกิดจากเปลี่ยนอากาศ
(6) วิสมปริหารชะ = เกิดจากบริหารร่างกายไม่เหมาะสม
(7) โอปักกมิกะ = เกิดจากเหตุปัจจุบันทันด่วน เช่นอุบัติเหตุ
(8) กัมมวิปากชะ = เกิดจากผลกรรม
ในจักกวัตตสูตร กล่าวไว้ว่า เมื่อมนุษย์มีอายุขัยแปดหมื่นปี มนุษย์จะมี “อาพาธ” เพียง 3 ชนิดเท่านั้น คือ –
(1) อิจฺฉา = ความอยากกิน
(2) อนสนํ = ความไม่อยากกิน
(3) ชรา = ความแก่
การประสมคำ :
๑ หอ + ผู้ป่วย = หอผู้ป่วย หมายถึง เรือนหรืออาคารซึ่งปลูกสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ที่ไม่สบายเพราะโรคหรือความไข้หรือเหตุอื่นเข้าพักรักษาตัว ซึ่งตามปกติมักจะปลูกสร้างไว้ภายในบริเวณโรงพยาบาล
๒ สงฆ์ + อาพาธ = สงฆ์อาพาธ หมายถึง พระภิกษุรวมทั้งสามเณรที่ไม่สบายเพราะโรคหรือความไข้หรือเหตุอื่น
อภิปรายขยายความ :
ผู้เขียนบาลีวันละคำพบข้อความในโพสต์ของท่านผู้หนึ่งเอ่ยถึงคำว่า “หอผู้ป่วยสงฆ์อาพาธ” เห็นแล้วก็คิดเล่น ๆ ตามประสาคนสนใจทางภาษา-โดยเฉพาะภาษาไทยอันเป็นสมบัติวัฒนธรรมประจำชาติ
คำว่า “หอผู้ป่วย” ชวนให้เข้าใจว่า หมายถึง อาคารที่ผู้ป่วยทั่วไปเข้าพักรักษาตัว จะเป็นชาวบ้านธรรมดาทั่วไปหรือเป็นพระภิกษุสามเณรก็เข้าพักรักษาตัวได้ทั้งสิ้น
แต่คำว่า “สงฆ์อาพาธ” กลายเป็นจำกัดเฉพาะพระภิกษุสามเณรเท่านั้น ไม่รวมไปถึงชาวบ้านธรรมดาทั่วไป
จึงฟังดู-เหมือนจะขัดแย้งกับคำว่า “หอผู้ป่วย”
ผู้เขียนบาลีวันละคำระลึกได้ว่า ที่โรงพยาบาลราชบุรีมีอาคารหลังหนึ่งเป็นอาคารเฉพาะพระภิกษุสามเณรที่อาพาธเข้าพักรักษาตัว เรียกว่า “ตึกสงฆ์อาพาธ”
ชื่อเช่นนี้ชี้ชัดว่า เป็นอาคารเฉพาะพระภิกษุสามเณรที่อาพาธเท่านั้นเข้าพักรักษาตัว ไม่ใช่สำหรับชาวบ้านธรรมดาทั่วไป
…………..
ดูก่อนภราดา!
: ชาววัดกับชาวบ้านเจ็บป่วยได้เหมือนกัน
: แต่ชาววัดกับชาวบ้านปฏิบัติตัวไม่เหมือนกัน
: ชาวบ้านปฏิบัติตัวเหมือนชาววัด ดี
: ชาววัดปฏิบัติตัวเหมือนชาวบ้าน ไม่ดี
#บาลีวันละคำ (5,016)
7-3-69
…………………………….
…………………………….
