บาลีวันละคำ

สันดุสิต (บาลีวันละคำ 5,017)

สันดุสิต

ผู้ที่ควรแก่การแสดงความยินดี

อ่านว่า สัน-ดุ-สิด

สันดุสิต” เขียนแบบบาลีเป็น “สนฺตุสิต” อ่านว่า สัน-ตุ-สิ-ตะ แยกศัพท์เป็น สํ + ตุสิต

(๑) “สํ” 

เป็นคำอุปสรรค ตำราบาลีไทยแปลว่า “พร้อม, กับ, ดี” หมายถึง พร้อมกัน, ร่วมกัน (together)

สํ” นำหน้า “ตุสิต” แปลงนิคหิตเป็น นฺ (สํ > สนฺ) ซึ่งเป็นพยัญชนะที่สุดวรรคของ (ต ถ ท ธ น)

(๒) “ตุสิต” 

อ่านว่า ตุ-สิ-ตะ รากศัพท์มาจาก –

(1) ตุสฺ (ธาตุ = ยินดี) + อิ อาคมหน้าปัจจัย + ปัจจัย

: ตุสฺ + อิ + = ตุสิต แปลตามศัพท์ว่า “ยินดีแล้ว

(2) ตุส (ความยินดี) + อิต (ถึงแล้ว)

: ตุส + อิต = ตุสิต แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ถึงความยินดี

ตุสิต” เป็นคุณศัพท์ หมายถึง พอใจ, ยินดี, มีความสุข (pleased, happy)

ตุสิต” ในภาษาไทยใช้เป็น “ดุษิต” และ “ดุสิต” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า – 

ดุษิต, ดุสิต : (คำนาม) ชื่อสวรรค์ชั้นที่ ๔ แห่งสวรรค์ ๖ ชั้น ได้แก่ จาตุมหาราชหรือจาตุมหาราชิกหรือจาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี และปรนิมมิตวสวัตดี, มีท้าวสันดุสิตเป็นผู้ครอง. (ส. ตุษิต; ป. ตุสิต).”

ต่อมา พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ปรับแก้คำนิยามใหม่เป็นดังนี้ – 

ดุษิต, ดุสิต : (คำนาม) ชื่อสวรรค์ชั้นที่ ๔ แห่งสวรรค์ ๖ ชั้น มีท้าวสันดุสิตเป็นใหญ่ในชั้นนี้. (ส. ตุษิต; ป. ตุสิต). (ดู ฉกามาพจร ประกอบ).”

โปรดสังเกตและเปรียบเทียบคำนิยามของพจนานุกรมฯ ทั้ง 2 ฉบับ แล้วศึกษาวิธีคิดของคณะกรรมการผู้จัดทำ

สํ + ตุสิต แปลงนิคหิตเป็น นฺ 

: สํ + ตุสิต = สํตุสิต > สนฺตุสิต แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ถึงความยินดีอย่างพร้อมมูล” คือมีความสุขความยินดีครบถ้วนบริบูรณ์ทุกสิ่งทุกประการ

สนฺตุสิต” (สัน-ตุ-สิ-ตะ) เขียนแบบไทยเป็น “สันดุสิต” (สัน-ดุ-สิด)

ขยายความ :

คำว่า “ดุสิต” พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต บอกไว้ว่า –

…………..

ดุสิต : สวรรค์ชั้นที่ ๔ แห่งสวรรค์ ๖ ชั้น มีท้าวสันดุสิตเทวราชปกครอง สวรรค์ชั้นนี้เป็นที่สถิตของพระโพธิสัตว์ก่อนจุติลงมาสู่มนุษยโลกและตรัสรู้ในพระชาติสุดท้าย.

…………..

ตามพจนานุกรมพุทธศาสน์ฯ เป็นอันได้ความว่า “สันดุสิต” เป็นนามของเทวราชผู้ปกครองสวรรค์ชั้นดุสิต

สวรรค์ชั้นดุสิตเป็น 1 ในสวรรค์ 6 ชั้น มีคำเรียกรวมว่า ฉกามาพจร หรือ ฉกามาวจร กล่าวคือ (1) จาตุมหาราชิกา (2) ดาวดึงส์ (3) ยามา (4) ดุสิต (5) นิมมานรดี (6) ปรนิมมิตวสวัตดี

มีข้อสังเกตว่า พระพุทธเจ้าของเราในพระชาติสุดท้ายที่เป็นพระโพธิสัตว์ก็อุบัติในภพดุสิต พระนางสิริมหามายาพุทธมารดาซึ่งตั้งความปรารถนาเป็นมารดาของพระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไปก็ไปอุบัติในภพดุสิต

อาจกล่าวได้ว่า สวรรค์ชั้นดุสิตเป็นที่สถิตของเหล่าบุคคลผู้ตั้งความปรารถนาจะทำประโยชน์ยิ่งใหญ่ให้แก่โลก และโดยนัยนี้จึงมีความเชื่อกันว่า ผู้ที่เกิดมาทำประโยชน์ให้แก่โลก เมื่อสิ้นอายุขัย หากยังไม่สิ้นภพจบชาติ ก็จะไปอุบัติขึ้นในภพดุสิต รอเวลาที่จะจุติลงมาเกิดเป็นมนุษย์สร้างบุญบารมีสืบต่อไปจนกว่าบรรลุโมกขธรรมหลุดพ้นจากสังสารทุกข์ได้ในที่สุด

แถม :

ขอตั้งข้อสงสัยว่า เทพผู้อุบัติในสวรรค์ชั้นดุสิตได้ชื่อว่า “สันดุสิต” ทุกองค์ หรือว่าเฉพาะหัวหน้าเทพผู้ปกครองสวรรค์ชั้นดุสิตเท่านั้นที่ชื่อ “สันดุสิต” 

ขอเชิญชวนผู้สนใจใฝ่รู้ช่วยกันศึกษาตรวจสอบสืบค้นหาคำตอบต่อไปด้วยเถิด 

นี่เป็นการงานอย่างหนึ่งของนักเรียนบาลี

ผู้มีอุตสาหะศึกษาตรวจสอบสืบค้นหาความรู้จากคัมภีร์ จะจบประโยค 9 หรือไม่จบประโยค 9 ก็ตาม ย่อมเป็นผู้ควรแก่การอนุโมทนา

ผู้เรียนบาลีถึงระดับจบประโยค 9 ถ้าไม่มีอุตสาหะศึกษาตรวจสอบสืบค้นหาความรู้จากคัมภีร์อยู่เป็นนิตย์ ย่อมเป็นผู้ควรแก่การเสียดาย

พรุ่งนี้ (9 มีนาคม 2569) เป็นวันที่คณะสงฆ์ตรวจข้อสอบบาลีสนามหลวงประจำปี 2569 เสร็จสิ้น จะมีการประกาศผลสอบ 

ขอให้เป็นที่หวังได้ว่า เราจะมีผู้ประโยค 9 ที่ควรแก่การอนุโมทนาเพิ่มขึ้น เพื่อลดจำนวนผู้จบประโยค 9 ที่ควรแก่เสียดายให้น้อยลง

…………..

ดูก่อนภราดา!

: สอบบาลีได้ ย่อมควรแก่การยินดี

: สอบได้แล้วตั้งใจทำงานบาลี ย่อมควรแก่การอนุโมทนา

#บาลีวันละคำ (5,017) 

8-3-69 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้