บาลีวันละคำ

บาลีศึกษา (บาลีวันละคำ 5,020)

บาลีศึกษา

หมายถึงอะไร

ไม่ต้องบอกคำอ่านก็คงอ่านออกกันทุกคน “บาลีศึกษา” ประกอบด้วยคำว่า บาลี + ศึกษา 

(๑) “บาลี” 

ภาษาบาลีว่า “ปาลิ” อ่านว่า ปา-ลิ ( -ลิ สระ อิ) ในตำรามักแสดงรูปคำเดิมว่า “ปาฬิ” ( –ฬิ จุฬา) รากศัพท์มาจาก –

(1) ปาลฺ (ธาตุ = รักษา) + อิ ปัจจัย, แปลง เป็น

: ปาลฺ + อิ = ปาลิ > ปาฬิ แปลตามศัพท์ว่า “ภาษาที่รักษาพระพุทธพจน์ไว้

(2) ปา (ธาตุ = รักษา) + ฬิ ปัจจัย

: ปา + ฬิ = ปาฬิ แปลตามศัพท์ว่า “ภาษาที่รักษาเนื้อความในศัพท์บาลีที่กล่าวถึงปริยัติธรรมไว้

(3) ปาฬิ (ขอบ, แนว) + ปัจจัย, ลบ

: ปาฬิ + = ปาฬิณ > ปาฬิ แปลตามศัพท์ว่า “ภาษาที่เปรียบเหมือนเขื่อนใหญ่ที่มั่นคงของบึงใหญ่เพื่อรักษาน้ำภายในไว้

(4) (แทนศัพท์ว่า “ปกฏฺฐ” = ยิ่งใหญ่, สำคัญ) + อาฬิ (ถ่องแถว)

: + อาฬิ = ปาฬิ แปลตามศัพท์ว่า “ถ่องแถวแห่งวจนประพันธ์ที่ยิ่งใหญ่” (วจนประพันธ์นั้นชื่อว่ายิ่งใหญ่ (1) เพราะให้รู้ความหมายแห่งศีลเป็นต้นที่ยิ่งใหญ่ และ (2) เพราะพระพุทธเจ้าเป็นต้นผู้ยิ่งใหญ่ตรัสไว้)

ในภาษาไทยนิยมใช้เป็น “บาลี” (บา ใบไม้ –ลี ลิง)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

บาลี : (คำนาม) ภาษาที่ใช้เป็นหลักในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท; คัมภีร์พระไตรปิฎก, พุทธพจน์, เรียกว่า พระบาลี. (ป., ส. ปาลิ).”

(๒) “ศึกษา” 

บาลีเป็น “สิกฺขา” อ่านว่า สิก-ขา รากศัพท์มาจาก สิกฺข (ธาตุ = ศึกษา, เรียนรู้) + (อะ) ปัจจัย + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์

: สิกฺข + = สิกฺข + อา = สิกฺขา แปลตามศัพท์ว่า “ข้อปฏิบัติอันบุคคลพึงศึกษา” 

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “สิกฺขา” ไว้ดังนี้ –

(1) study, training, discipline (การศึกษา, การฝึก, สิกขาหรือวินัย)

(2) [as one of the 6 Vedāngas] phonology or phonetics, combd with nirutti [interpretation, etymology] ([เป็นหนึ่ีงในเวทางค์ 6] วิชาว่าด้วยเสียง หรือการอ่านออกเสียงของคำต่าง ๆ, รวมกับ นิรุตฺติ [การแปลความหมาย, นิรุกติ]) 

ความหมายของ “สิกขา” ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

สิกขา : (คำนาม) ข้อที่จะต้องศึกษา, ข้อที่จะต้องปฏิบัติ ได้แก่ ศีล เรียกว่า ศีลสิกขา สมาธิ เรียกว่า จิตสิกขา และปัญญา เรียกว่า ปัญญาสิกขา รวมเรียกว่า ไตรสิกขา; การศึกษา, การเล่าเรียน, เช่น ปริยัติสิกขา ปฏิบัติสิกขา. (ป.; ส. ศิกฺษา).”

บาลี “สิกฺขา” สันสกฤตเป็น “ศิกฺษา

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกความหมายของ “ศิกฺษ” อันเป็นรากศัพท์ (ธาตุ) ของ “ศิกฺษา” ไว้ดังนี้ –

ศิกฺษ : (ธาตุ) เรียน, ศึกษาศาสตร์หรือความรู้; to learn, to acquire science or knowledge.”

และบอกความหมายของ “ศิกฺษา” ไว้ดังนี้ –

ศิกฺษา : (คำนาม) ‘ศึกษา,’ หนึ่งในจำนวนหกแห่งเวทางค์ หรือ ศาสตร์อันติดต่อกับพระเวท; การศึกษา, การเล่าเรียน; ความเสงี่ยมในมรรยาท, อนหังการ; one of the six Vedāngas or sciences attached to the Vadas; learning, study; modesty, humility.”

ในภาษาไทย “สิกฺขา” นิยมใช้อิงรูปสันสกฤต คือ “ศิกฺษา” แล้วเสียงกลายเป็น “ศึกษา” และพูดทับศัพท์ว่า “ศึกษา” จนเข้าใจกันทั่วไป

แถม:

คำที่ประกอบด้วยสระ อิ หรือสระ อี ในบาลี เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย คนเก่าท่านนิยมแปลงเป็นสระ อึ มีหลายคำ เช่น –

กากณิก (กา-กะ-นิ-กะ) = กากณึก (กา-กะ-หฺนึก. ทรัพย์มีราคาเล็กน้อย)

จาริก (จา-ริ-กะ) = จารึก (ท่องเที่ยวไป)

โชติก (โช-ติ-กะ) = โชดึก (ผู้รุ่งเรือง, ผู้มั่งคั่ง)

ปจฺจนีก (ปัด-จะ-นี-กะ) = ปัจนึก (ข้าศึก, ศัตรู)

ผลิก (ผะ-ลิ-กะ) = ผลึก (แก้วผลึก, ตกผลึก)

อธิก (อะ-ทิ-กะ) = อธึก (ยิ่ง, เกิน, มาก, เพิ่ม, เลิศ)

อนีก (อะ-นี-กะ) = อนึก (กองทัพ)

ดังนั้น “สิกขา > ศิกฺษา” จึงกลายเป็น “ศึกษา

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

ศึกษา : (คำนาม) การเล่าเรียน ฝึกฝน และอบรม. (ส. ศิกฺษา; ป. สิกฺขา).”

บาลี + ศึกษา = บาลีศึกษา เป็นคำสมาสแบบไทย แปลจากหลังมาหน้าว่า “การเรียนภาษาบาลี” 

ขยายความ :

คำว่า “บาลี” ในภาษาไทยมีความหมาย 2 อย่าง ตามที่พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต อธิบายไว้ ดังนี้ –

1. “ภาษาอันรักษาไว้ซึ่งพุทธพจน์”, ภาษาที่ใช้ทรงจำและจารึกรักษาพุทธพจน์แต่เดิมมา อันเป็นหลักในพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท ถือกันว่าได้แก่ภาษามคธ 

2. พระพุทธวจนะ ซึ่งพระสังคีติกาจารย์รวบรวมไว้ คือ พระธรรมวินัยที่พระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ประชุมกันรวบรวมจัดสรรให้เป็นหมวดหมู่ในคราวปฐมสังคายนา และรักษาไว้ด้วยภาษาบาลี สืบต่อกันมาในรูปที่เรียกว่าพระไตรปิฎก อันเป็นคัมภีร์พระพุทธศาสนาต้นเดิม ที่เป็นหลักของพระพุทธศาสนาเถรวาท, พุทธพจน์, ข้อความที่มาในพระไตรปิฎก;

ในการศึกษาพระพุทธศาสนา มีประเพณีที่ปฏิบัติกันมาในเมืองไทย ให้แยกคำว่า “บาลี” ในความหมาย ๒ อย่างนี้ ด้วยการเรียกให้ต่างกัน คือ ถ้าหมายถึงบาลีในความหมายที่ 1. ให้ใช้คำว่า ภาษาบาลี (หรือ ศัพท์บาลี คำบาลี หรือบาลี) แต่ถ้าหมายถึงบาลีในความหมายที่ 2. ให้ใช้คำว่า พระบาลี.

…………….

สรุปว่า “บาลี” มีความหมาย 2 อย่าง คือ –

1 ภาษาบาลี 

2 คัมภีร์พระไตรปิฎก

ข้อมูลภาพรวมโดย AI บอกความหมายของ “บาลีศึกษา” ไว้ดังนี้ –

…………….

บาลีศึกษา (บ.ศ.) คือหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาบาลีสำหรับคฤหัสถ์ (ฆราวาส) ตามแนวทางบาลีสนามหลวง จัดโดยแม่กองบาลีสนามหลวง แบ่งเป็น 9 ระดับ (บ.ศ.1-9) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนศึกษาคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาได้โดยตรง มีเนื้อหาเดียวกับเปรียญธรรม (ป.ธ.) ของพระภิกษุสามเณร โดยสอบข้อเขียนเป็นหลัก

…………….

บาลีศึกษา” เป็นคำที่เรียกล้อ “ธรรมศึกษา” กล่าวคือ การศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ที่เป็นหลักมาแต่เดิมมี 2 แผนก คือ การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรมสนามหลวง เป็นการศึกษาพระพุทธศาสนาภาคภาษาไทย และการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลีสนามหลวง เป็นการศึกษาพระพุทธศาสนาภาคภาษาบาลี

การศึกษาแผนกธรรมของพระภิกษุสามเณร เรียกว่า “นักธรรม”

การศึกษาแผนกธรรมของคฤหัสถ์ เรียกว่า “ธรรมศึกษา”

การศึกษาแผนกบาลีของพระภิกษุสามเณร เรียกว่า “เปรียญธรรม”

การศึกษาแผนกบาลีของคฤหัสถ์ เรียกว่า “บาลีศึกษา

โปรดเทียบการศึกษาของคฤหัสถ์:-

แผนกธรรม : ธรรมศึกษา 

แผนกบาลี : บาลีศึกษา

…………….

ดูก่อนภราดา!

: อย่ามัวแต่เรียนบาลี

: จนลืมเรียนรู้วิธีไปนิพพาน

#บาลีวันละคำ (5,020) 

11-3-69 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้