บทความเกี่ยวกับศาสนา-ภาษา-สังคม

เจตนาดีอย่างเดียวไม่พอ

เจตนาดีอย่างเดียวไม่พอ

—————————

คนชอบอ้าง “ความหวังดี” กันเสมอ 

และมักเข้าใจว่า เพียงแค่ความหวังดีอย่างเดียวก็พอแล้ว

พ่อแม่กับลูก

สามีกับภรรยา

เพื่อนกับเพื่อน

และใครกับใครอีกก็ได้

เช่น –

พ่อแม่บางคนเข้าไปบงการชีวิตลูกทั้งๆ ที่เขาโตแล้ว 

ก็อ้างว่า เพราะรักลูก เพราะความหวังดีต่อลูก 

พ่อแม่ส่วนมากไม่ค่อยได้เฉลียวใจคิดถึงวิธีการที่แสดงออกถึงความหวังดีต่อลูกว่าชาญฉลาดและรอบคอบแล้วหรือยัง

เจตนาดีกับวิธีการที่แสดงออก เป็นคนละส่วนกัน

แต่คนส่วนมากมักเอาไปปนกัน 

คือไปคิดว่า เมื่อเจตนาดีแล้ว จะแสดงออกอย่างไรๆ ก็ต้องดีหมด 

ใช้ได้หมด 

ถูกต้องหมด

บางคนจึงทำร้าย หรือทำลายคนที่ตนรักอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ – ด้วยเจตนาดี

เราคงเคยพูด หรือเคยได้ยินคนพูดเปรยด้วยความน้อยใจว่า 

“ไอ้เรารึก็อุตส่าห์หวังดี …..”

แล้วก็ต่อด้วยคำบรรยายถึงการไม่เห็นความหวังของอีกฝ่ายหนึ่งอย่างยืดยาว

แต่มักจะไม่มีรายละเอียดว่า-แล้วผู้หวังดีนั้นทำอะไรลงไปอย่างไรบ้างที่แสดงถึงความหวังดีที่ว่านั่น

หลักการนี้ก็เป็นอย่างเดียวกับ-ความรู้กับความสามารถ หรือทฤษฎีกับภาคปฏิบัติ

มีความรู้อย่างเดียว ไม่พอ 

ต้องสามารถใช้ความรู้นั้นให้เกิดเป็นผลดีด้วย

รู้แต่ทฤษฎีอย่างเดียว ไม่พอ 

ภาคปฏิบัติต้องทำได้จริงและทำได้ดีด้วย

มีพระบาลีบทหนึ่งว่า “วิธานวิธิโกวิโท” 

แปลว่า “ฉลาดในวิธีจัดการ” 

เป็นคุณสมบัติข้อหนึ่งของผู้มีหน้าที่แสดงความหวังดีต่อผู้อื่น

บทพระบาลีเต็มๆ ว่าดังนี้ –

ปญฺญวา  พุทฺธิสมฺปนฺโน

วิธานวิธิโกวิโท

กาลญฺญู  สมยญฺญู  จ

ส  ราชวสตึ  วเส.

(วิธุรชาดก มหานิบาต พระไตรปิฎกเล่ม ๒๘ ข้อ ๙๖๙)

แปลแบบสะกัดเอาแต่หัวน้ำว่า –

มีวิจารณญาณ รู้จักผิดชอบชั่วดี

ฉลาดในวิธีจัดการ

รู้จักกาลเทศะ

แบบนี้จึงเหมาะที่จะแสดงความหวังดี

—————

ต่อไป ถ้าจะแสดงความหวังดีต่อใคร อย่าลืมสำรวจตัวเองว่า “ฉลาดในวิธีจัดการ” แล้วหรือยัง

ถ้ายัง ก็เก็บความหวังดีไว้เงียบๆ ก่อน

อย่าเพิ่งปฏิบัติการอะไรลงไป

เพราะอาจเป็นเหมือนนิทานเรื่องนี้ –

ช่างไม้สองคนพ่อลูกไปตัดไม้ในป่า 

พ่อเป็นคนผมบาง กำลังนั่งถากไม้อยู่ 

ยุงกัดกลางศีรษะ 

พ่อบอกลูกให้ช่วยตบยุงให้ที 

ลูกชายปัญญาไม่แข็งเท่าไร บอกว่า 

“พ่ออยู่นิ่งๆ เดี๋ยวจัดให้”

ฉวยขวานได้ก็จามลงไปเต็มที่-กลางกบาลพ่อ

ที่หมายคือตัวยุง

ยุงบินหนีไปได้

แต่พ่อหัวแบะ

————–

 (มกสชาดก เอกนิบาต พระไตรปิฎกเล่ม ๒๗ ข้อ ๔๔

ชาตกัฏฐกถา ภาค ๒ หน้า ๒๑-๒๓

พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล เล่ม ๕๖ หน้า ๒๘-๒๙)

————–

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เจตนาดีอย่างเดียวไม่พอ

ต้องไม่โง่ด้วย

๑๓ มีนาคม ๒๕๕๗

———————

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้