จปุจปุการกํ (บาลีวันละคำ 5,045)

จปุจปุการกํ
บาลีก็มีคำเลียนเสียง
อ่านว่า จะ-ปุ-จะ-ปุ-กา-ระ-กัง
ประกอบด้วยคำว่า จปุจปุ + การกํ
(๑) “จปุจปุ”
อ่านว่า จะ-ปุ-จะ-ปุ เป็นคำในบาลีที่เลียนเสียงการเคี้ยวอาหาร ขณะที่เขียนนี้ยังไม่พบรากศัพท์ สันนิษฐานว่าเป็นคำเลียนเสียง จับ จับ หรือ จั๊บ จั๊บ ในเวลาเคี้ยวอาหาร
“จปุจปุ” = จับ จับ (จับ ๆ) > จั๊บ จั๊บ (จั๊บ ๆ)
(๒) “การกํ”
อ่านว่า กา-ระ-กัง รูปคำเดิมเป็น “การก” อ่านว่า กา-ระ-กะ รากศัพท์มาจาก กรฺ (ธาตุ = ทำ) + ณฺวุ ปัจจัย, แปลง ณฺวุ เป็น อก (อะ-กะ), ทีฆะ (ยืดเสียง) อะ ที่ต้นธาตุ เป็น อา ตามกฎของปัจจัยที่เนื่องด้วย ณ (กรฺ > การ)
: กรฺ + ณฺวุ > อก = กรก > การก (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ทำ” หมายถึง ผู้ทำกิจหรือทำการตามหน้าที่ (the doer)
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ที่คำว่า “การก” บอกไว้ดังนี้ –
…………..
การก : ผู้กระทำกรรมได้ตามพระวินัยมี ๓ คือ สงฆ์ คณะ และ บุคคล เช่นในการทำอุโบสถ ภิกษุตั้งแต่สี่รูปขึ้นไปเรียก สงฆ์ สวดปาติโมกข์ได้ ภิกษุสองหรือสามรูป เรียก คณะ ให้บอกความบริสุทธิ์ได้ ภิกษุรูปเดียวเรียกว่า บุคคล ให้อธิษฐาน
…………..
ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ดังนี้ –
“การก : (คำนาม) ผู้ทำ. (คำที่ใช้ในไวยากรณ์) (คำกริยา) กริยาที่ทำหน้าที่ประธาน กรรม หรือส่วนขยายของประโยคที่คล้ายกับนาม มี ๕ ชนิด คือ กรรตุการก กรรมการก การิตการก วิกัติการก และวิเศษณการก. (ป., ส.).”
จปุจปุ + การก = จปุจปุการก (จะ-ปุ-จะ-ปุ-กา-ระ-กะ) แปลว่า “ผู้ทำเสียงว่า จะปุ จะปุ”
“จปุจปุการก” ใช้ในฐานะเป็นคำขยายกริยา แจกด้วยวิภัตตินามที่สอง (ทุติยาวิภัตติ) เอกวจนะ เปลี่ยนรูปเป็น “จปุจปุการกํ”
“จปุจปุการกํ” เขียนเป็นคำไทยแบบคำอ่านเป็น จะ-ปุ-จะ-ปุ-กา-ระ-กัง
ขยายความ :
ตัวอย่างคำกริยาในภาษาบาลีที่ใช้ประกอบกับ “จปุจปุการกํ” คือคำว่า “ภุญฺชิสฺสามิ” (พุน-ชิด-สา-มิ) แปลว่า “ข้าพเจ้าจักกิน” เป็นรูปประโยคว่า “จปุจปุการกํ ภุญฺชิสฺสามิ” แปลว่า “ข้าพเจ้าจักกินทำเสียงว่า จะปุ จะปุ”
ข้อความเต็ม ๆ ของประโยคนี้คือ “น จปุจปุการกํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ” (เสขิยกัณฑ์ วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ภาค 2 พระไตรปิฎกเล่ม 2 ข้อ 850) เป็นข้อความตอนหนึ่งในภิกขุปาติโมกข์ที่ภิกษุต้องประชุมกันฟังสวดทุกเดือน เดือนละ 2 ครั้ง คือกลางเดือน (15 ค่ำ) ครั้งหนึ่ง และสิ้นเดือน (15 หรือ 14 ค่ำ) อีกครั้งหนึ่ง เป็นข้อความในสิกขาบทส่วนที่เรียกว่า “เสขิยวัตร” ซึ่งสิกขาบทในส่วนนี้มีทั้งหมด 75 สิกขาบท
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต อธิบายคำว่า “เสขิยวัตร” ไว้ดังนี้ –
…………..
เสขิยวัตร : วัตรที่ภิกษุจะต้องศึกษา, ธรรมเนียมเกี่ยวกับมารยาทที่ภิกษุพึงสำเหนียกหรือพึงฝึกฝนปฏิบัติ มี ๗๕ สิกขาบท จำแนกเป็น สารูป ๒๖, โภชนปฏิสังยุต ๓๐, ธัมมเทสนาปฏิสังยุต ๑๖ และปกิณกะคือเบ็ดเตล็ด ๓, เป็นหมวดที่ ๗ แห่งสิกขาบท ในบรรดาสิกขาบท ๒๒๗ ของพระภิกษุ ท่านให้สามเณรถือปฏิบัติด้วย
…………..
อีกแห่งหนึ่งที่มีรูปประโยคแบบเดียวกัน คือ “น สุรุสุรุการกํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ” (เสขิยกัณฑ์ วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ภาค 2 พระไตรปิฎกเล่ม 2 ข้อ 851)
แปลให้เข้ากับลักษณะการกินอาหารของคนไทย –
“จปุจปุการกํ” คือ เคี้ยวอาหารเสียงดังจั๊บ ๆ
“สุรุสุรุการกํ” คือ ซดน้ำแกงเสียงดังซูด ๆ
“น จปุจปุการกํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ”
แปลว่า ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่ฉันดังจั๊บ ๆ
“น สุรุสุรุการกํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ”
แปลว่า ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่ฉันดังซูด ๆ
ขยายความเพิ่มเติม :
เสียงตามธรรมชาติ เช่นเสียงสัตว์ร้องเป็นต้น แต่ละชาติภาษาอาจได้ยินแล้วจินตนาการออกมาเป็นถ้อยคำไม่เหมือนกัน
ยกตัวอย่างนกต้อยตีวิด เสียงที่นกชนิดนี้ร้อง หูคนไทยได้ยินเป็น “แต้แว้ด” หรือ “แตแต้แว้ด” บางคน-หลายคน-จึงเรียกนกชนิดนี้ว่า นกกะแตแต้แว้ด แต่หูของชาวชมพูทวีป-โดยเฉพาะชาวมคธ ได้ยินเป็นเสียง “กิกิ” นำออกมาก่อน ภาษาบาลจึงเรียกนกชนิดนี้ว่า นก “กิกี”
เสียงตามธรรมชาติที่ได้ยินต่างกันไปในแต่ละชาติภาษานี้ เสียงหนึ่งที่ผู้เขียนบาลีวันละคำเคยรู้มาตั้งแต่เริ่มหัดอ่าน A B C D ก็คือเสียงไก่ขัน บ้านเราได้ยินเป็น เอ็ก-อี๊-เอ้ก-เอ็ก แต่ฝรั่งอังกฤษได้ยินเป็น ค็อก-อะ-ดูเดิ้น-ดู นี่ว่าตามที่จำมา ไม่ได้ศึกษาสืบค้น
การเคี้ยวอาหารที่หูคนไทยได้ยินเสียงเป็น “จับ จับ” หรือ “จั๊บ จั๊บ” หูคนพูดบาลีได้ยินเป็น “จปุจปุ” (จะ-ปุ-จะ-ปุ)
การซดน้ำแกงที่หูคนไทยได้ยินเสียงเป็น “ซูด ซูด” หูคนพูดบาลีได้ยินเป็น “สุรุสุรุ” (สุ-รุ-สุ-รุ)
…………..
การเรียนบาลีเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาพระธรรมวินัย แต่การเรียนบาลีไม่ได้เรียนเฉพาะพระธรรมวินัยอย่างเดียว ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับสังคม วัฒนธรรม และอื่น ๆ อีกมากมายหลายหลากให้เรียนรู้ไปด้วย
ข้อสำคัญ อย่ามุ่งไปที่สอบได้จนลืมไปว่าเรากำลังเรียนอะไร
…………..
ดูก่อนภราดา!
: เมื่อยังอยู่ภายนอก
การศึกษาพระธรรมวินัยเป็นทางเลือก
: แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในเพศสมณะ
การศึกษาพระธรรมวินัยเป็นหน้าที่
#บาลีวันละคำ (5,045)
5-4-69
…………………………….
…………………………….
