ราชบัลลังก์ (บาลีวันละคำ 2,993)

ราชบัลลังก์

ของสูง

อ่านว่า ราด-ชะ-บัน-ลัง

ประกอบด้วยคำว่า ราช + บัลลังก์

(๑) “ราช

บาลีอ่านว่า รา-ชะ แปลตามรากศัพท์ว่า –

(1) “ผู้รุ่งเรืองโดยยิ่งเพราะมีเดชานุภาพมาก” หมายความว่า ผู้เป็นพระราชาย่อมมีเดชานุภาพมากกว่าคนทั้งหลาย

(2) “ผู้ยังคนทั้งหลายให้ยินดี” หมายความว่า เป็นผู้อำนวยความสุขให้ทวยราษฎร์ จนคนทั้งหลายร้องออกมาว่า “ราชา ราชา” (พอใจ พอใจ)

ราช” หมายถึง พระราชา, พระเจ้าแผ่นดิน ใช้นำหน้าคำให้มีความหมายว่า เป็นของพระเจ้าแผ่นดิน, เกี่ยวกับพระเจ้าแผ่นดิน หรือเป็นของหลวง

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

ราช ๑, ราช– : (คำนาม) พระเจ้าแผ่นดิน, พญา (ใช้แก่สัตว์) เช่น นาคราช คือ พญานาค สีหราช คือ พญาราชสีห์, คํานี้มักใช้ประกอบกับคําอื่น, ถ้าคําเดียวมักใช้ว่า ราชา.”

(๒) “บัลลังก์

บาลีเป็น “ปลฺลงฺก” อ่านว่า ปัน-ลัง-กะ รากศัพท์มาจาก –

(1) ปริ (คำอุปสรรค = โดยรอบ) + อกฺ (ธาตุ = ทำตำหนิ, สลักลาย) + ปัจจัย, ลบ , ลบ อิ ที่ (ป)-ริ (ปริ > ปร), แปลง เป็น (ปร > ปล), ซ้อน ลฺ (ปล > ปลฺล), ลงนิคหิตอาคมที่ แล้วแปลงเป็น งฺ (ปลฺล > ปลฺลํ > ปลฺลงฺ-)

: ปริ + อกฺ = ปริก > ปรก > ปลก > ปลฺลก > ปลฺลํก > ปลฺลงฺก แปลตามศัพท์ว่า “ที่อันเขาจำหลักไว้โดยรอบ

(2) ปลฺล (การกำจัดกิเลส) + กรฺ (ธาตุ = ทำ) + กฺวิ ปัจจัย, ลบ กฺวิ, ซ้อน งฺ ระหว่าง ปลฺล + กรฺ (ปลฺลกรฺ > ปลฺลงฺกรฺ), ลบ รฺ ที่สุดธาตุ

: ปลฺล + กรฺ = ปลฺลกร + กฺวิ = ปลฺลกรกฺวิ > ปลฺลกร > ปลฺลงฺกร > ปลฺลงฺก แปลตามศัพท์ว่า “ที่ (นั่งเพื่อ) กระทำการกำจัดกิเลส” ความหมายนี้เล็งถึงลักษณะการนั่งซึ่งผู้ปฏิบัติธรรมนิยมนั่งที่เรียกว่า “ขัดสมาธิ” มาจากมูลเดิมคือนั่งขาทับขาหรือขาขัดกันเพื่อเจริญสมาธิ แล้วเลยเรียกท่านั่งเช่นนั้นว่า “นั่งขัดสมาธิ” (-ขัด-สะ-หฺมาด)

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “ปลฺลงฺก” ว่า –

(1) sitting cross-legged (นั่งขัดสมาธิ) :

(ก) กรณีแจกวิภัตติเป็น “ปลฺลงฺเกน” แปลว่า upon the hams (ก้นถึงพื้น)

(ข) รูปประโยค “ปลฺลงฺกํ อาภุชติ” แปลว่า to bend the legs in crosswise (นั่งคู้บัลลังก์)

(2) a divan, sofa, couch (ม้านั่งยาว, เก้าอี้นวมยาว, เก้าอี้นอน)

ปลฺลงฺก” สันสกฤตเป็น “ปลฺยงฺก

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –

(สะกดตามต้นฉบับ)

ปลฺยงฺก : (คำนาม) ‘บัลยงก์,’ บิฐ, เตียงหรือแท่นที่ศัยยา; bedstead.”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า –

บัลลังก์ : (คำนาม) พระแท่นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ภายใต้เศวตฉัตร เรียกว่า ราชบัลลังก์, โดยปริยายคํา ราชบัลลังก์ นี้ หมายถึงความเป็นพระมหากษัตริย์หรือสถาบันกษัตริย์ก็ได้; ที่นั่งผู้พิพากษาเมื่อพิจารณาคดีในศาล; ส่วนของสถูปเจดีย์บางแบบ มีรูปเป็นแท่นเหนือคอระฆัง. (คำกริยา) นั่งขัดสมาธิ เรียกว่า นั่งคู้บัลลังก์. (ป. ปลฺลงฺก).”

ต่อมา พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ปรับแก้บทนิยามเป็นว่า –

บัลลังก์ : (คำนาม) พระแท่นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ภายใต้พระมหาเศวตฉัตร เรียกว่า พระแท่นราชบัลลังก์; ที่นั่งผู้พิพากษาเมื่อพิจารณาคดีในศาล; ส่วนของสถูปเจดีย์แบบลังกา มีรูปเป็นแท่นอยู่เหนือองค์ระฆัง. (คำกริยา) นั่งขัดสมาธิ เรียกว่า นั่งคู้บัลลังก์. (ป. ปลฺลงฺก).

ควรสังเกต :

บัลลังก์-ไม้หันอากาศ- ไม่ใช่ บรรลังก์– บ-รอหัน

๒ -ลังก์ ไก่การันต์ เพราะคำเดิม ปลฺลงฺก (ปัลลังกะ)

ราช + บัลลังก์ = ราชบัลลังก์

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

ราชบัลลังก์ : (คำนาม) บัลลังก์ของพระมหากษัตริย์; ความเป็นพระมหากษัตริย์ เช่น สละราชบัลลังก์.”

…………..

เอกสารทางประวัติศาสตร์อันเกี่ยวกับการขึ้นสู่ “ราชบัลลังก์” :

…………..

…………..

คำซึ่งกล่าวว่า ได้รับสิริราชสมบัติ เป็นคำไพเราะจริงหนอ เพราะสมบัติย่อมเป็นที่ปรารถนาของบุคคลทั่วหน้า และย่อมจะคิดเห็นโดยง่าย ๆ ว่า ผู้ซึ่งได้เป็นเจ้าแผ่นดินแล้ว ย่อมจะมีเกียรติยศยิ่งกว่าคนสามัญ ย่อมจะมีอำนาจอาจจะลงโทษแก่ผู้ซึ่งไม่พึงใจ อาจจะยกย่องเกื้อกูลแก่ผู้ซึ่งพึงใจ และเป็นผู้มีสมบัติมาก อาจจะใช้สอยเล่นหัวหรือให้ปันแก่ผู้ที่พึงใจได้ตามประสงค์ ผลแห่งเหตุที่ควรยินดีกล่าวโดยย่อเพียงเท่านี้ ยังมีข้ออื่นอีกเป็นหลายประการ จะกล่าวไม่รู้สิ้น

แต่ความจริงหาเป็นเช่นความคาดหมายของคนทั้งปวงดังนั้นไม่ เวลาซึ่งกล่าวมาแล้ว อันจะพูดตามคำไทยอย่างเลว ๆ ว่ามีบุญขึ้นนั้น ที่แท้จริงเป็นผู้มีกรรมและมีทุกข์ยิ่งขึ้น ดังตัวพ่อได้เป็นมาเอง อันจะเล่าโดยย่อพอให้ทราบต่อไปนี้

…………..

…………..

บัดนี้ลูกมีอายุเท่ากับพ่อในเวลาที่ได้มีความทุกขเวทนาแสนสาหัสเช่นนั้น จึงได้มีใจระลึกถึง ประสงค์จะแนะให้รู้เค้าเงื่อนแห่งความประพฤติอันได้ทดลองมาแล้ว ในชั่วอายุเดียวเท่านี้ แต่จะถือเอาเป็นอย่างเดียวกันเหมือนตีพิมพ์ย่อมไม่ได้อยู่เอง เพราะบริษัทและบุคคลกับทั้งเหตุการณ์ภูมิพื้นบ้านเมืองผิดเวลากัน ในเวลานี้เป็นการสะดวกดีง่ายกว่าแต่ก่อนมากยิ่งนัก ตัวชายใหญ่เอง ก็ตั้งอยู่ในที่ผิดกันกับพ่อ ถ้าประพฤติตัวให้ดีจะดีได้เร็วกว่าง่ายกว่าเป็นอันมากในการภายใน แต่การภายนอกย่อมหนักแน่นขึ้นกว่าแต่ก่อน จึงจะเป็นการจำเป็นที่จะทำช้าอย่างเช่นพ่อเคยทำมาไม่ได้ การสมัครสมานภายในต้องเรียบร้อยโดยเร็วไว้รับภายนอกให้ทันแก่เวลา จึงขอเตือนว่า

๑. ให้โอบอ้อมอารีต่อญาติและมิตรอันสนิท มีน้องเป็นต้น เอาไว้เป็นกำลังให้จงได้

๒. อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ ไม่ว่าเจ้านายหรือขุนนาง ฟังคำแนะนำตักเตือนในที่ควรฟัง

๓. อย่าถือว่าเกิดมามีบุญ ต้องถือว่าตัวเกิดมามีกรรมสำหรับจะเทียมแอกเทียมไถ ทำการที่หนัก การซึ่งจะมีวาสนาขึ้นต่อไปนั้น เป็นความทุกข์ มิใช่ความสุข

๔ การที่เป็นเจ้าแผ่นดินไม่ใช่สำหรับมั่งมี ไม่ใช่สำหรับคุมเหงคนเล่นตามชอบใจ มิใช่เกลียดไว้แล้ว จะได้แก้เผ็ด มิใช่เป็นผู้สำหรับจะกินสบายนอนสบาย ถ้าจะปรารถนาเช่นนั้นแล้วมีสองทาง คือ บวชทางหนึ่ง เป็นเศรษฐีทางหนึ่ง เป็นเจ้าแผ่นดินสำหรับแต่เป็นคนจน และเป็นคนที่อดกลั้นต่อสุขและทุกข์ อดกลั้นต่อความรักและความชังอันจะเกิดฉิวขึ้นมาในใจ หรือมีผู้ยุยง เป็นผู้ปราศจากความเกียจคร้าน ผลที่จะได้นั้นมีแต่ชื่อเสียงปรากฏเมื่อเวลาตายแล้ว ว่าเป็นผู้รักษาวงศ์ตระกูลไว้ได้ และเป็นผู้ป้องกันความทุกข์ของราษฎรซึ่งอยู่ในอำนาจความปกครอง ต้องหมายใจในความสองข้อนี้เป็นหลักมากว่าคิดถึงการเรื่องอื่น ถ้าผู้ซึ่งมิได้ทำใจได้เช่นนี้ ก็ไม่แลเห็นเลยว่าจะปกครองรักษาแผ่นดินอยู่ได้

…………..

………….

ที่มา: พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช (เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ) สยามมกุฎราชกุมาร

พระราชหัตถเลขาลงวันที่ 8 กรกฎาคม รัตนโกสินทรศก 112

…………..

ดูก่อนภราดา!

ตำแหน่งสูง:>

: คนเขลาคิดเพียงแค่ว่า-จะขึ้นไปได้อย่างไร

: คนฉลาดคิดไกลไปถึงว่า-จะขึ้นไปทำอะไร

-และคิดต่อไปอีกว่า-จะลงได้เมื่อไร

#บาลีวันละคำ (2,993)

22-8-63

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น