อดทั้งคู่

ราชบุรีกับเพชรบุรีไกลกันประมาณ ๖๐ กม.

ถอยหลังไปสมัยที่โทรศัพท์มือถือยังไม่มี 

ถนนเพชรเกษมยังเป็นทางรถวิ่งสวนกัน

ช่วงราชบุรี-เพชรบุรี เรียกกันว่า “ถนนสาย ๑๙” 

ทำไมจึงเรียกกันอย่างนั้นก็ยังไม่ทราบประวัติ

รถส่วนตัววิ่งควบไม่หยุดจากราชบุรีถึงเพชรบุรีใช้เวลาไม่ต่ำกว่า ๔๕ นาที

รถโดยสารวิ่งไปหยุดไป ชั่วโมงกว่า

จำข้อมูลเหล่านี้ไว้ให้ดี มิเช่นนั้นจะอ่านเรื่องนี้ไม่สนุก

——–

มหาย้อย สำนักวัดมหาธาตุ ราชบุรี เสียงแหบเหมือนเป็ด ถนัดแต่งกาพย์กลอน แต่เทศน์ไม่เป็น

มหาน้อย สำนักวัดมหาธาตุ เพชรบุรี เสียงหวานเสนาะสนิท ถนัดเทศน์แหล่ แต่งอะไรไม่เป็น แต่หัวจำดี

สองมหา (กรุณาอ่านให้ชัดๆ) รู้จักมักคุ้นกันเป็นอันดี ก็เลยปฏิบัติศาสนกิจแบบ cooperation

กล่าวคือ มหาย้อยเป็นคนแต่งบทแหล่ 

มหาน้อยเอาบทแหล่ไปเทศน์ 

ญาติโยมติดกันตรึม

ติดสำนวนของมหาย้อย

ติดสำเนียงของมหาน้อย

—————–

วันหนึ่ง เวลาคล้อยเพลไปเกือบครึ่งชั่วโมง มีรถเก๋งคันหนึ่งวิ่งเสียงโครมครามเข้ามาในวัดมหาธาตุ ราชบุรี 

มีผู้ชายลงจากรถมาถามหามหาย้อย 

ศิษย์วัดก็ชี้กุฏิให้

มหาย้อยกำลังเตรียมจะฉันเพล

ผู้ชายมายกมือไหว้ บอกว่า 

“คุณแม่เอาปิ่นโตมาถวายเพล คุณแม่ติดใจเทศน์แหล่ของท่านมหา ว่าสำนวนเทศน์ดีนัก เสียงเสนาะสนิทไม่มีใครสู้ นี่ไม่รู้จักวัดหรอก มาจากกรุงเทพฯ ถามเขาเรื่อยมา มหาย้อยวัดมหาธาตุเทศน์ดีเหลือเกิน”

กำลังพูดกันอยู่ สตรีสูงอายุไม่มากคนหนึ่ง หิ้วปิ่นโตสองเถา ปรากฏตัวแต่ไกล ร้องถามมาว่า

“เจอตัวท่านไหม”

“เจอครับแม่” ผู้ชายหันไปบอก

มหาย้อยอึกอักด้วยความอึดอัด

“คือว่า อาตมาไม่ใช่นักเทศน์หรอกโยม คงเป็นท่านมหาน้อย วัดมหาธาตุ เพชรบุรี เป็นเพื่อนกัน อาตมาเป็นแค่คนแต่งบทแหล่ให้ท่าน ชื่อมันคล้ายๆ กัน อยู่วัดมหาธาตุเหมือนกัน แต่คนละจังหวัด มหาน้อยนักเทศน์ โยมต้องไปวัดมหาธาตุเพชรบุรีโน่นแหละ”

“อ้าว” เสียงผู้ชายร้อง แล้วลงจากุฏิเดินไปบอกคุณแม่

มหาย้อยได้ยินแม่ลูกพูดกันชัดเจน

“มาผิดวัด งั้นเราเอาไปถวายที่เพชรบุรีกันเถอะ”

ทั้งสองลาไปด้วยกิริยาประดักประเดิด

สักครู่ต่อมา รถเก๋งคันนั้นพร้อมปิ่นโตภัตตาหารเพลสองเถาก็วิ่งเสียงโครมครามมุ่งหน้าออกไปทางเพชรบุรีด้วยศรัทธาที่เต็มเปี่ยม

—————

จนทุกวันนี้ คนส่วนมากก็ยังเข้าใจว่า ผม-นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย-เป็นคนเห่เรือในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค

เมื่อสองวันก่อนก็มีคนโทร.มา บอกว่าจะมาขอฝึกเห่เรือกับผม

กลุ้มครับ

เวลาเพื่อนฝูงลุ้นให้ผมได้เป็นนายพลทีไร 

ผมนึกถึงโยมที่หิ้วปิ่นโตกลับทุกที

มหาย้อยนะอดแน่ๆ อยู่แล้ว

แต่มหาน้อยไม่แน่

อีกครึ่งชั่วโมงก็จะเลยเพลแล้ว

ลุ้นกันหน่อยนะครับ ญาติโยม !

๒๔ เมษายน ๒๕๕๗

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น