ป.ธ.๙ กิตติมศักดิ์

คนไทยรอได้ครับ

ผมขออนุญาตเสนอให้คณะสงฆ์ โดยกองบาลีสนามหลวง กำหนดให้มี “เปรียญธรรม ๙ ประโยคกิตติมศักดิ์” หรือ “ป.ธ.๙ กิตติมศักดิ์” ครับ

คำว่า “กิตติมศักดิ์” อ่านว่า กิด-ติ-มะ-สัก พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานบอกความหมายว่า “ยกย่องเพื่อเป็นเกียรติยศ เช่น ปริญญากิตติมศักดิ์ สมาชิกกิตติมศักดิ์”

พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.๒๕๖๒ มาตรา ๒๔ บัญญัติว่า – ให้ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรพระปริยัติธรรม แผนกธรรมและแผนกบาลีสนามหลวง ชั้นเปรียญธรรมเก้าประโยค มีวิทยฐานะระดับปริญญาตรี เรียกว่า “เปรียญธรรมเก้าประโยค” ใช้อักษรย่อว่า “ป.ธ.๙”

พูดชัดๆ ว่า เปรียญธรรมเก้าประโยคเป็นวิทยฐานะระดับปริญญาตรี ไม่ใช่ “เทียบเท่าปริญญาตรี” อย่างที่เคยพูดกันมา

เพราะฉะนั้น “เปรียญธรรม ๙ ประโยคกิตติมศักดิ์” ที่ผมเสนอนี้จึงเป็น “ปริญญากิตติมศักดิ์” ตามความหมายที่พจนานุกรมฯ ว่าไว้ 

พูดกันให้ชัดๆ ก่อน เผื่อจะมีคนช่างคิดออกมาถามว่า เปรียญธรรม ๙ ประโยคกิตติมศักดิ์นี่เป็นอะไร-กิตติมศักดิ์

เปรียญธรรม ๙ ประโยคกิตติมศักดิ์เป็นปริญญากิตติมศักดิ์ครับ

ทีนี้ก็มาว่ากันถึงเหตุผล ทำไมผมจึงเสนอให้มีเปรียญธรรม ๙ ประโยคกิตติมศักดิ์ 

เหตุผลก็คือ เวลานี้ผู้ที่ไม่ได้จบเปรียญธรรม ๙ ประโยค แต่เรียนบาลี รู้บาลี ทำงานศึกษาค้นคว้าวิชาการเกี่ยวกับภาษาบาลี ซึ่งก็คือศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎก แล้วเผยแผ่-เผยแพร่สู่สาธารณชนจนเป็นที่เห็นประจักษ์ มีอยู่ 

คนเหล่านี้ทำงานเพื่อพระศาสนาด้วยกุศลจิต ใครจะเห็นหรือไม่เห็นรู้หรือไม่รู้ท่านก็ทำ ทำเป็นกิจวัตร และไม่ได้ทำเพื่อธุรกิจ แต่ทำเพื่อบุญบริสุทธิ์ จึงเป็นบุคคลที่สังคม-โดยเฉพาะคณะสงฆ์ สมควรยกย่อง

แต่ที่สำคัญที่สุด คนเหล่านี้ทำงานศึกษาค้นคว้าเผยแผ่เป็นประโยชน์แก่พระศาสนาด้วย ไม่ใช่มีภูมิ แต่อยู่เงียบๆ ไม่ทำอะไร

ที่พึงตระหนักก็คือ ปริญญากิตติมศักดิ์สาขาอื่นๆ บางทีอาจจะให้กันด้วยเหตุผลพิเศษบางประการ 

แต่ปริญญาเปรียญธรรม ๙ ประโยคกิตติมศักดิ์ที่เสนอนี้ต้องให้กันด้วยเหตุผลทางวิชาการบริสุทธิ์ 

คือมีผลงานวิชาการภาษาบาลีเป็นที่ประจักษ์ ภูมิรู้ด้านบาลีของท่านเหล่านี้ พูดอย่างไม่ต้องเกรงใจก็คือเกินภูมิประโยค ๙ หรืออย่างขี้เหร่ ๆ ก็ประชันภูมิประโยค ๙ ได้สบายๆ เพียงแต่ว่าท่านไม่ได้เข้าสอบประโยค ๙ จะด้วยสาเหตุหรือเหตุผลใดๆ ก็ตาม ซึ่งถ้าท่านเข้าสอบ ท่านก็ต้องสอบได้แน่นอน 

ผมหวังว่าญาติมิตรจะเห็นด้วยกับข้อเสนอของผม

แต่ก็ไม่แน่ บางท่านอาจะมองไปอีกมุมหนึ่ง – ก็ไหนว่าทำงานพระศาสนาด้วยจิตเป็นมหากุศล แล้วนี่จะมาหวังผลให้คนยกย่องอะไรกันอีกเล่า

ตัวท่านเหล่านั้นไม่ได้หวังผลหรอกครับ

แต่เราๆ ท่านๆ ที่เห็นคนทำความดีนี่ต่างหากที่ไม่ควรมองเมิน

………………..

ผลพลอยได้อย่างสำคัญที่จะเกิดจากการที่คณะสงฆ์ให้ปริญญาเปรียญธรรม ๙ ประโยคกิตติมศักดิ์แก่บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังกล่าวก็คือ จะทำให้ผู้ที่สอบเปรียญธรรม ๙ ประโยคได้จริง แต่อยู่นิ่งๆ ไม่ทำงานบาลี เกิดความรู้สึกเปรียบเทียบ

ท่านผู้โน้นได้เปรียญธรรม ๙ ประโยคกิตติมศักดิ์เพราะท่านทำงานบาลีจริงๆ แล้วเราที่สอบเปรียญธรรม ๙ ประโยคได้จริงๆ เล่า ทำอะไรกันอยู่ 

ถ้าผู้สอบเปรียญธรรม ๙ ประโยคได้ ชวนกันคิดอย่างนี้โดยทั่วกัน จะเกิดแรงกระเพื่อมอย่างมหาศาลในวงการบาลี คือจะมีคนลุกขึ้นมาทำงานศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎกกันอย่างคึกคัก นิ่งอยู่ไม่ได้เพราะกระดากใจ

ผู้สอบได้แล้วเสวยวิมุตติสุขอยู่นิ่งๆ “เป็นไปตามอัธยาศัย” – ดังที่เคยอ้างกันมา ก็จะค่อยๆ หมดไป

จะเกิดค่านิยมใหม่-อันเป็นค่านิยมที่ถูกทิศถูกทาง-นั่นคือ –

เรียนบาลี-เพื่อทำงานบาลี

ทำงานบาลี-เพื่อพระธรรมวินัย

พระธรรมวินัย-เพื่อพระศาสนา

พระศาสนา-เพื่อประโยชน์สุขแก่ชาวโลก

ผมหวังว่าจะมีท่านผู้ใดใครผู้หนึ่งที่อยู่ในคณะสงฆ์เห็นข้อเสนอนี้ 

ส่วนที่ว่าอีกกี่ปีหรืออีกกี่ร้อยปีท่านจึงจะทำ ก็ไม่เป็นไร

ที่ตายก็ตายไป

ที่อยู่ก็รอกันไป

คนไทยรอได้ครับ

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย

๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔

๑๑:๒๕

…………………………….

ป.ธ.๙ กิตติมศักดิ์

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น