กำลังของพระศาสนาในอนาคต

กำลังของพระศาสนาในอนาคต

เราตั้งความหวังกันไว้ว่า พระภิกษุสามเณรที่กำลังเรียนบาลีกันอยู่ในเวลานี้จะเป็นกำลังของพระศาสนาในอนาคต 

แต่คำว่า “กำลังของพระศาสนา” ก็ยังไม่ชัดเจน ยังพร่ามัวอยู่

ถามว่า-จะเป็นกำลังได้อย่างไร คือเรียนบาลีจบแล้วจะให้ท่านไปทำอะไร หรือจะให้ท่านไปเป็นอะไร ท่านจึงจะได้เป็น “กำลังของพระศาสนา”? 

ไม่มีใครตอบให้ชัดเจนได้

ได้แต่พูดรวมๆ ไปว่า-ท่านเป็นความหวังของพระศาสนา หรือที่ชัดลงไปอีกหน่อยก็ว่า-ท่านจะเป็นผู้บริหารการพระศาสนาในอนาคต 

แต่ก็ยังคงไม่รู้อยู่นั่นเองว่า-แล้วจะให้ท่านไปทำอะไร ทำตรงไหน ทำเมื่อไร ทำอย่างไร ท่านจึงจะได้เป็นผู้บริหารการพระศาสนาที่เราวาดหวัง

ได้แต่ตั้งความหวังแบบบุญทำกรรมแต่งว่า-เมื่อท่านเรียนถึงประโยคนั้นๆ มีความรู้ถึงขั้นนั้นๆ ท่านก็จะได้ใช้ความรู้ไปทำอย่างนั้นๆ ท่านก็จะนึกถึงบุญคุณของพระศาสนา แล้วก็จะหวนกลับมาเป็นกำลังของพระศาสนา

คำถามนี้ คณะสงฆ์-ชี้ลงไปที่มหาเถรสมาคม-ควรต้องมีคำตอบที่ชัดเจน 

ผู้บริหารการพระศาสนาในวันนี้ต้องมีแผน ต้องวางแผน ต้องเตรียมแผนไว้พร้อมแล้วในการที่จะใช้พระภิกษุสามเณรที่กำลังเรียนบาลีกันอยู่ในเวลานี้ให้ไปทำอะไร-ที่จะเรียกได้ว่าเป็น “กำลังของพระศาสนา” 

ผมเชื่อว่า ผู้บริหารการพระศาสนาของเราไม่เคยมีแผนอะไรทั้งสิ้น 

วัดแต่ละวัดจะเรียนบาลีกันอย่างไร คณะสงฆ์ก็ไม่มีแผน 

นักเรียนบาลีจะมาจากไหน จะอยู่กันอย่างไร คณะสงฆ์ก็ไม่มีแผน

ระบบการเรียนการสอน จะได้มาตรฐานหรือไม่ จะกำกับดูแลกันอย่างไร คณะสงฆ์ก็ไม่มีแผน

ขาดครู ขาดนักเรียน จะแก้ไขกันอย่างไร คณะสงฆ์ก็ไม่มีแผน วัดใคร ใครก็แก้ปัญหากันเอาเอง

งบประมาณ-ค่าใช้จ่าย จะได้มาจากไหน ไม่รู้ แล้วแต่จะหากันเอง ไม่เกี่ยวกับคณะสงฆ์

ผู้ที่เรียนจบประโยค ๙ แล้ว จะเอาไปใช้งานอะไร หรือจะหางานอะไรให้ทำ คณะสงฆ์ก็ไม่มีแผน

สิ่งที่คณะสงฆ์ทำ มีอยู่อย่างเดียวก็คือ จัดการสอบ

ก่อนสอบ ไปยังไงมายังไง ไม่รู้ ไม่รับรู้

หลังสอบแล้ว จะไปทำอะไรที่ไหนยังไง ไม่รู้ ไม่รับรู้

…………………

ข้อเสนอของผมก็คือ คณะสงฆ์ต้องกำหนดแผนให้ชัดเจน 

ศักดิ์และสิทธิ์ที่กำหนดให้กัน ก็ยังคงให้กันต่อไป

ใครจะใช้เป็นสะพานข้ามไปไหน ก็เชิญตามอัธยาศัย 

แต่ประกาศออกมาให้ชัดๆ ว่า คณะสงฆ์ไทยจะสนับสนุนผู้เรียนบาลีให้มุ่งไปศึกษาพระไตรปิฎกเป็นสำคัญ 

ใคร สำนักไหนส่งเสริมสนับสนุนการเรียนบาลีแบบเดิม ก็ส่งเสริมสนับสนุนกันต่อไปได้เต็มที่ 

แต่ขอแรงให้ช่วยกัน “ต่อยอด” ให้ผู้เรียนอีกยอดหนึ่ง – นั่นคือ ส่งเสริมสนับสนุนให้เรียนบาลีเพื่อมุ่งไปศึกษาพระไตรปิฎกด้วย

พูดกันชัดๆ คณะสงฆ์ไทยต้องสร้างและผลิตผู้เรียนบาลีที่มุ่งไปศึกษาพระไตรปิฎกเพื่อรักษาพระศาสนา

ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นตามศรัทธาของใครของมัน บังคับกันไม่ได้-อย่างที่ออกมาปกป้องกัน 

ที่เป็นมา เรารอให้มีพระภิกษุสามเณรที่จะเป็นกำลังของพระศาสนาเกิดขึ้นเองตามบุญตามกรรมตามศรัทธา 

แต่ต่อไปนี้ คณะสงฆ์จะต้องสร้างและผลิตขึ้นมาตามแผนที่กำหนดขึ้น 

ถ้ายังไม่มีแผน ก็จงรีบมีตั้งแต่เดี๋ยวนี้ 

ถ้ายังไม่เคยคิด ต้องรีบคิดตั้งแต่วันนี้ 

หมดเวลา หมดสมัยแล้วกับการ-นั่งทับตำแหน่งกันนิ่งๆ รอให้บุญกรรมจัดสรรอย่างเดียว 

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย

๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๓

๑๖:๔๗

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น