อโหสิกรรม

อโหสิกรรม

————-

………………………………..

อโหสิ

 [อะ-] ก. เลิกแล้วต่อกัน, ยกโทษให้.

อโหสิกรรม

 [อะ-] น. กรรมที่เลิกให้ผล; การเลิกแล้วต่อกัน, การไม่เอาโทษแก่กัน. (ป. อโหสิกมฺม).

(พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔)

………………………………..

ในภาษาไทย มักใช้คำว่า “อโหสิกรรม” ในความหมายว่า ขอโทษ หรือยกโทษให้ คือผู้ทำผิดขอให้ตนอย่ามีความผิด อย่าต้องรับโทษ และผู้ถูกละเมิดไม่ติดใจที่จะเอาผิด 

ความหมายเช่นว่านี้ ตรงกับคำว่า ขอโทษ หรือขอขมา ซึ่งในแง่ตัวบุคคลสามารถขอโทษและยกโทษให้กันได้

แต่ในทางธรรม เมื่อทำกรรมสำเร็จ จะขอร้องไม่ให้กรรมนั้นให้ผลหาได้ไม่ เพราะเมื่อทำกรรมแล้วกรรมนั้นย่อมให้ผลตามเหตุตามปัจจัยเที่ยงตรงเสมอ

พอจะเทียบได้กับความผิดบางอย่างที่กฎหมายกำหนดไว้ว่ายอมความกันมิได้ แม้ผู้ถูกละเมิดหรือถูกกระทำจะยินยอมไม่เอาความ แต่ผู้รักษากฎหมายก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอยู่นั่นเอง

กรณีที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำเลย แต่ถ้าไม่มีตัวจำเลยอยู่ เช่นจำเลยเสียชีวิตไปก่อนที่จะรับโทษ โทษตามคำพิพากษานั้นก็เป็นอันระงับไป นี่คือความหมายแง่หนึ่งของ “อโหสิกรรม” ที่พอจะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายๆ

……………

ขออภัย-ให้อภัยกันได้ 

เพราะเป็นกลไกของคุณธรรม

แต่ขออโหสิกรรมกันไม่ได้ 

เพราะเป็นกลไกของกรรม

……………

เพาะฉะนั้น ก่อนจะทำอะไร คิดให้รอบคอบ และรู้จักยับยั้งชั่งใจให้จงมาก

แต่จะทำเช่นนั้นได้ก็ต้องฝึกหัดไว้ล่วงหน้า จะไปยับยั้งชั่งใจเอาทันทีตอนที่จะลงมือทำนั้นไม่ทันการณ์

คนที่ฝึกยับยั้งชั่งใจไว้เสมอๆ จึงปลอดภัย ไม่ต้องไปขออโหสิกรรมใครพร่ำเพรื่อ หรือมานั่งเสียใจว่า นี่เราทำอะไรลงไป 

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

๑๑:๑๑

…………………………………

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *