คำแบ่งบุญ

คำแบ่งบุญ

———–

วัดมหาธาตุ ราชบุรี จัดงานประจำปีเป็นปีที่ ๗๒ งานประจำปีของวัดมหาธาตุเอาเทศกาลมาฆบูชาเป็นหลัก 

เนื้อๆ ของงานคือเทศน์มหาชาติ ๑๓ กัณฑ์

ผมเป็นสามเณรมาอยู่วัดมหาธาตุตั้งแต่ปี ๒๕๐๖ เทศน์มหาชาติก็มีมาแล้ว ตอนนั้นตั้งธรรมาสน์เทศน์บนวิหารหลวง วงปี่พาทย์รวมบรรเลงของครูรวม พรหมบุรี มาตั้งวงบรรเลงรับเทศน์เป็นเจ้าประจำ 

เสียงพระเทศน์ทำนองมหาชาติที่ดังออกมาจากลำโพงเครื่องขยายเสียงยังติดหูมาจนทุกวันนี้-แต่ยังไม่ติดใจ

ที่จำได้แม่น ช่วงมีงานปีพระเณรไม่ต้องออกบิณฑบาต เพราะวัดตั้งโรงครัวเลี้ยงพระเลี้ยงคนที่มาช่วยงาน 

พระเณรทั้งวัดมีหน้าที่ทำงานแผนกต่างๆ เหน็ดเหนื่อยกันโดยทั่วหน้า

พอได้เรียนบาลี และหาวิชาประกอบใส่ตัวไปเรื่อยๆ ก็ได้รู้จักสำนวนร่ายยาวในมหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์ต่างๆ 

——————–

ตอนบวชเณรพรรษาแรก ผมเคยถูกนิมนต์เทศน์มหาชาติทีหนึ่ง หลวงลุงที่ผมอยู่ด้วยท่านบังคับ เริ่มจากให้เอาคัมภีร์ใบลานกัณฑ์ที่จะเทศน์มาฝึกอ่าน 

ตอนนั้นผมเข้าใจว่า เทศน์มหาชาติ ๑๓ กัณฑ์มีอยู่เฉพาะในคัมภีร์ใบลาน 

ตอนมาอยู่วัดมหาธาตุแล้วจึงได้เห็นร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดกทั้ง ๑๓ กัณฑ์มีรวมพิมพ์เป็นเล่มหนังสือด้วย

ตอนที่ถูกบังคับให้เทศน์มหาชาติผมอายุ ๑๖ ปี ไม่มีความรู้เกี่ยวกับมหาเวสสันดรชาดกแต่อย่างใดทั้งสิ้น อาศัยที่ชอบอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียวจึงพออ่านได้ 

และที่ผมบอกว่าเคยเทศน์มหาชาตินั้น ข้อเท็จจริงก็คือเคยขึ้นไปอ่านคัมภีร์เทศน์มหาชาติให้ญาติโยมฟังบนธรรมาสน์-แค่นี้เท่านั้น อื่นจากนี้หาใช่ “เทศน์มหาชาติ” อันมีแบบแผนแบบฉบับแต่ประการใดไม่ 

กัณฑ์ที่สามเณรทองย้อยขึ้นไป “อ่าน” บนธรรมาสน์ให้โยมฟังคือกัณฑ์กุมาร จำได้แม่น 

ผมเป็นคนเสียงค่อย อ่านไปได้หน่อยโยมก็ตะโกนว่า-ดังๆ หน่อยเณร พออ่านไปได้สักพัก โยมก็ตะโกนอีกว่า-ข้ามๆ ไปมั่งก็ได้เณร คงจะรำคาญที่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง

อย่าว่าแต่คนฟัง คนเทศน์เองก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน

แต่ก็ชอบกล ผมจำบางตอนของสำนวนร่ายยาวกัณฑ์กุมารได้ขึ้นใจแม้เวลาจะผ่านไปนานนักหนา ทั้งๆ ที่อ่านครั้งนั้นแล้วก็ไม่ได้หวนกลับไปอ่านอีกเลย 

เช่น – 

อสฺสโม อันว่าพระอาศรมบรมนิเวศน์วงกต 

เป็นที่เจริญพรตพรหมวิหาร

แสนสนุกรัมณิยรโหฐานทิพาวาส

ดังชะลอบัณฑุกัมพลศิลาลาดมาลอยลง

สี่กษัตริย์เสด็จดำรงสำรวมกิจ

ถือเพศผนวชเป็นนักสิทธิ์สืบโบราณ

โดยอุปนิสัยสมภารหน่อพุทธางกูร

ท้าวเธอสู้เสียสละซึ่งมไหสูรย์สวรรยางค์ 

ออกมาก่อสร้างซึ่งพระสมดึงสบารมี … 

……

และที่สั้นๆ ตอนสองกุมารหนีไปซ่อนในสระ …

……

แล้วเสียรอยถอยหลังลงสู่สระศรี

เอาวารีนั้นบังองค์ 

เอาใบบุษบงบังพระเกศ 

หลบพระบิตุเรศกับพราหมณ์ด้วยความกลัว

อยู่ในสระบัวนั้นแล

……

ผมนึกไปถึงชาวบ้านที่จำพระอภัยมณีได้เป็นตอนๆ จำขุนช้างขุนแผนได้เป็นเล่มๆ  

นึกถึงพระสงฆ์ที่จำทรงพระไตรปิฎกได้ทั้งแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ 

มนุษย์เช่นนี้มีอยู่ในโลกนี้ได้แน่นอน

——————–

ต่อมาผมก็มีโอกาสได้ฟังเทศน์มหาชาติบ่อยๆ ได้มีโอกาสรู้จักพระที่ชำนาญเฉพาะกัณฑ์ ทำให้ค่อยๆ ซึมซับเอาท่วงทำนองเทศน์มหาชาติเข้าไว้ได้บ้าง พอรู้เป็นเลาๆ ว่ากัณฑ์ไหนท่วงทำนองเป็นแบบไหน พอช่วยให้ฟังเทศน์มหาชาติเกิดอรรถรสขึ้นบ้างเท่านั้น

รู้แบบคนกินกับข้าวก็รู้ว่านี่แกงส้มนี่แกงเผ็ด-แค่นั้น ไม่ลึกไปกว่านั้น 

แต่ที่สำคัญก็คือให้แกงเองก็แกงไม่เป็น

หลายปีมานี้-เอาเป็นว่าตั้งแต่เกษียณอายุราชการ-ผมก็พยายามแสวงบุญจากงานประจำปีของวัดมหาธาตุมากขึ้น 

เลี่ยงงานที่สามารถเลี่ยงได้ 

อุทิศเวลาให้กับการฟังเทศน์มหาชาติแบบเต็มๆ 

ปีที่แล้ว-๒๕๖๑-ผมทำได้เต็มเวลา แม้บางกัณฑ์จะขาดหัวม้วนไปบ้างเพราะไปไม่ทัน 

ปีนี้-ตั้งแต่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ถึง ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒-รวม ๔ วัน ผมฟังเทศน์มหาชาติบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงเต็มเวลาตั้งแต่ต้นจนจบครบทุกกัณฑ์ รวมทั้งกัณฑ์คาถาพันด้วย 

ผมนั่งพับเพียบกับพื้น ไม่ลุกไปไหน ประนมมือฟังตั้งแต่ต้นจนจบทุกกัณฑ์ 

กัณฑ์ปกติ ตั้งแต่ทศพรถึงนครกัณฑ์ ใช้เวลาเทศน์กัณฑ์ละประมาณ ๑ ชั่วโมง + 

ผมนั่งพลิกขากัณฑ์ละ ๒ – ๓ ครั้ง

เฉพาะกัณฑ์คาถาพันซึ่งเทศน์นำกัณฑ์อื่นๆ ไปก่อนวันหนึ่ง ผมนั่งพับเพียบอยู่กับที่ฟังตั้งแต่ต้นจนจบใช้เวลารวดเดียว ๓ ชั่วโมงครึ่ง 

พลิกขา ๑๓ ครั้งเท่าจำนวนกัณฑ์

มาฆบูชาสำหรับผมเป็นช่วงเวลาบำเพ็ญขันติธรรม เพิ่มพูนสติและปัญญาเต็มๆ 

……………….

ขอแบ่งส่วนบุญอันได้ตั้งใจบำเพ็ญในครั้งนี้ให้แก่ญาติมิตรทั้งปวง ขอได้โปรดอนุโมทนาโดยทั่วกันเทอญ 

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย

๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒

๑๗:๐๙

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น