ครหิตปิฏฐิปาสาณ (บาลีวันละคำ 3,451)

ครหิตปิฏฐิปาสาณ

น่าจะแปลว่า “ลานหินถุย” 

อ่านว่า คะ-ระ-หิด-ปิด-ถิ-ปา-สาน

แยกศัพท์เป็น ครหิต + ปิฏฐิ + ปาสาณ 

(๑) “ครหิต

บาลีอ่านว่า คะ-ระ-หิ-ตะ เป็นรูปคำกิริยากิตก์ (กริยาชนิดหนึ่งในภาษาบาลี คู่กับ กิริยาอาขยาต) รากศัพท์มาจาก ครหฺ (ธาตุ = ตำหนิ, ติเตียน, นินทา) + ปัจจัย, ลง อิ อาคมระหว่างธาตุกับปัจจัย (ครหฺ + อิ + )

: ครหฺ + อิ + = ครหิต แปลตามศัพท์ว่า “อันเขาติเตียนแล้ว” หมายถึง ถูกตำหนิ (blameworthy)

ครหิต” อ่านแบบไทยว่า คะ-ระ-หิด คำนี้ยังไม่ได้เก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554

แถม :

ครหิต” รูปคำกิริยาอาขยาตสามัญ (ปฐมบุรุษ เอกพจน์ ปัจจุบันกาล) เป็น “ครหติ” (คะ-ระ-หะ-ติ) แปลว่า ติเตียน, กล่าวโทษ, ดุด่า, ตำหนิ (to reproach, to blame, scold, censure, find fault with)

(๒) “ปิฏฐิ

อ่านว่า ปิด-ถิ รากศัพท์มาจาก ปิฏฺ (ธาตุ = เบียดเบียน) + ติ ปัจจัย, แปลง เป็น (ติ > ฐิ)

: ปิฏฺ + ติ = ปิฏฺติ > ปิฏฺฐิ แปลตามศัพท์ว่า (1) “อวัยวะที่เบียดเบียน” (คือปวดเมื่อยอยู่ร่ำไป) (2) “อวัยวะที่เบียดเบียนทุกข์ที่ไม่เท่ากัน” (คือเดี๋ยวก็เป็นทุกข์แบบนั้น เดี๋ยวก็เป็นทุกข์แบบนี้)

ปิฏฺฐิ” (อิตถีลิงค์) ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –

(1) หลัง (the back)

(2) ยอด, ข้างบน (top, upper side)

(3) นอกเหนือ, บนหลัง (on top of)

(๓) “ปาสาณ” 

บาลีอ่านว่า ปา-สา-นะ รากศัพท์มาจาก –

(1) (คำอุปสรรค = ทั่ว, ข้างหน้า, ก่อน, ออก) + สณฺ ธาตุ = สมคบ, ติดกัน) + ปัจจัย, ลบ , ทีฆะ อะ ที่ เป็น อา ( > ปา) และ อะ ที่ -(ณฺ) เป็น อา (สณฺ > สาณ

: + สณฺ = ปสณฺ + = ปสณฺณ > ปสณ > ปาสณ > ปาสาณ แปลตามศัพท์ว่า “หินที่แผ่ไป

(2) ปสฺ ธาตุ = ผูก, ติด) + ยุ ปัจจัย, แปลง ยุ เป็น อน (อะ-นะ), “ทีฆะต้นธาตุ” คือ อะ ที่ -(สฺ) เป็น อา (ปสฺ > ปาส) แล้วทีฆะ อะ ที่ (ป)- เป็น อา (ปส > ปาส > ปาสา), แปลง เป็น

: ปสฺ + ยุ > อน = ปสน > ปาสน > ปาสาน > ปาสาณ แปลตามศัพท์ว่า “หินที่ติดกัน

ปาสาณ” (ปุงลิงค์) หมายถึง ก้อนหิน, แผ่นหิน (a rock, stone)

การประสมคำ :

ปิฏฺฐิ + ปาสาณ = ปิฏฺฐิปาสาณ (ปิด-ถิปา-สา-นะ) แปลว่า “แผ่นหินอันเป็นหลัง” ใช้ในความหมายดังนี้

(1) แผ่นศิลาแบนๆ หรือก้อนหินแบน (a flat stone or rock)

(2) ที่ราบสูง (plateau)

(3) สันเขา (ridge)

ในที่นี้ใช้ในความหมายว่า แผ่นศิลาแบนๆ หรือก้อนหินแบน สามารถใช้เป็นที่นั่งได้ ถ้ามีขนาดกว้างมากก็เป็นลานหิน เป็นที่นั่งนอนหรือทำกิจกรรมบนนั้นได้ แผ่นหินชนิดนี้คำเก่าเรียกว่า หินดาด

ครหิต + ปิฏฺฐิปาสาณ = ครหิตปิฏฺฐิปาสาณ (คะ-ระ-หิ-ตะ-ปิด-ถิ-ปา-สา-นะ) แปลว่า “แผ่นหินอันบุคคลติเตียนแล้ว

ขยายความ :

คำว่า “ครหิตปิฏฺฐิปาสาณ” เป็นคำศัพท์บาลีที่ปรากฏในอรรถกถาชาดกเรื่องหนึ่ง ชื่อ “ครหิตชาดก” (ชาตกัฏฐกถา ภาค 3 หน้า 289 [ฉบับ BUDSIR 7 หน้า 247])

เรื่องย่อๆ มีว่า พระโพธิสัตว์ถือกำเนิดเป็นวานร ถูกพรานจับไปถวายพระราชา พระราชาทรงเลี้ยงไว้ในวัง วานรได้เห็นพฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ต่อมาพระราชารับสั่งให้เอาวานรไปปล่อยในป่าตามเดิม ฝูงวานรไปชุมนุมกันที่ลานหิน (ปิฏฐิปาสาณ) แห่งหนึ่ง ขอให้วานรโพธิสัตว์เล่าเรื่องมนุษย์ให้ฟัง ทีแรกวานรโพธิสัตว์ปฏิเสธ เพราะเห็นว่าพฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์ที่ตนได้เห็นมาอันมีแต่ความโลภโกรธหลงนั้นเป็นที่น่ารังเกียจ แต่เมื่อหมู่วานรคะยั้นคะยอก็จึงเล่า 

หมู่วานรได้ฟังเรื่องของมนุษย์ที่วานรโพธิสัตว์เล่าแล้ว ก็พากันตำหนิมนุษย์เป็นอันมาก แล้วยังตำหนิลานหินอันเป็นที่ชุมนุมฟังนั้นด้วย ว่าเป็นสถานที่ที่พวกตนได้ฟังเรื่องที่น่ารังเกียจ เมื่อตำหนิแล้วก็พากันทิ้งลานหินนั้นไป

ท่านว่าตั้งแต่นั้นมา ลานหินแห่งนั้นจึงได้ชื่อว่า “ครหิตปิฏฐิปาสาณ” อ่านแบบไทยว่า คะ-ระ-หิด-ปิด-ถิ-ปา-สาน

ผู้เขียนบาลีวันละคำเห็นว่าน่าจะแปลตามศัพท์ได้ว่า “ลานหินถุย” หมายถึง ลานหินที่ถูกถ่มถุยด้วยความรังเกียจ

เห็นว่ารูปศัพท์ขำดี และเรื่องในชาดกก็เป็นคติดี จึงเก็บมาฝากญาติมิตร 

…………..

https://84000.org/tipitaka/atita100/jataka_bi.php?b=27&i=287

…………..

ท่านที่ไม่รังเกียจบาลี จะจำไว้พูดเล่นสนุกๆ อีกสักคำ ก็น่าจะไม่เสียหายอันใด

เวลาเห็นใครเปิดเวทีนินทาชาวบ้านกันสนุกปาก จะตั้งชื่อให้ว่า “ครหิตปิฏฐิปาสาณ” ก็คงครึกครื้นดีเหมือนกัน

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ถ้าเลือกฟังแต่เรื่องที่เรารู้

: ในที่สุดเราจะไม่รู้เรื่องที่เราฟัง

#บาลีวันละคำ (3,451)

23-11-64 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น