บาลีวันละคำ

สังเกตการณ์ (บาลีวันละคำ 3,457)

สังเกตการณ์

รู้ทันมัน แต่อย่าเป็นกับมัน

อ่านว่า สัง-เกด-กาน

ประกอบด้วยคำว่า สังเกต + การณ์

(๑) “สังเกต” 

เขียนแบบบาลีเป็น “สงฺเกต” อ่านว่า สัง-เก-ตะ รากศัพท์มาจาก –

(1) สํ (คำอุปสรรค = ร่วมกัน, พร้อมกัน) + กิ (ธาตุ = รู้) + ต ปัจจัย, แปลงนิคหิตที่ สํ เป็น งฺ (สํ > สงฺ), แปลง อิ ที่ กิ เป็น เอ (กิ > เก)

: สํ > สงฺ + กิ = สงฺกิ > สงฺเก + ต = สงฺเกต

(2) สํ + กิต (ธาตุ = รู้) + อ ปัจจัย, แปลงนิคหิตที่ สํ เป็น งฺ (สํ > สงฺ), แปลง อิ ที่ กิ-(ตฺ) เป็น เอ (กิตฺ > เกต)

: สํ > สงฺ + กิต = สงฺกิต + อ = สงฺกิต > สงฺเกต

“สงฺเกต” แปลตามศัพท์ว่า “รู้ร่วมกัน” “รู้พร้อมกัน” หมายถึง การกำหนด, ความตกลง, การนัดหมาย, สถานที่นัดหมาย, ที่นัดพบ (intimation, agreement, engagement, appointed place, rendezvous)

โปรดสังเกตว่า คำเดิมหรือรากศัพท์ไม่ได้มีสระ อุ ที่ ต แต่ประการใด จึงเป็นคำตอบที่ว่า “สังเกต” ทำไมไม่มีสระ อุ

บาลี “สงฺเกต” ในภาษาไทยเขียนว่า “สังเกต” (ไม่มีสระ อุ) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“สังเกต : (คำกริยา) กําหนดไว้, หมายไว้, เช่น ทำเครื่องหมายไว้เป็นที่สังเกต; ตั้งใจดู, จับตาดู, เช่น ไม่ได้สังเกตว่าวันนี้เขาแต่งตัวสีอะไร สังเกตกิริยาท่าทางเขาไว้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้าย. (ป., ส.).”

ความจริง “เกตุ” ในภาษาบาลีก็มี แต่ไม่มี “สงฺเกตุ” มีแต่ “เกตุ” เดี่ยวๆ 

“เกตุ” บาลีอ่านว่า เก-ตุ แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่อยู่ข้างบน” (หมายถึงผ้าที่ถูกผูกไว้บนที่สูง) และ “สิ่งที่เป็นเครื่องหมายให้รู้น้ำ” (หมายถึงผ้าที่ผูกไว้ที่บ่อน้ำ บอกให้รู้ว่าตรงนั้นมีน้ำ) 

“เกตุ” ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –

(1) รัศมี, แสงสว่าง, ความรุ่งโรจน์, ความโชติช่วง (ray, beam of light, splendour, effulgence) 

(2) ธง, ธงชัย, เครื่องหมาย, อาจเป็นเครื่องแสดงความรุ่งโรจน์ (flag, banner, sign, perhaps as token of splendour) 

เป็นอันว่า “เกตุ” (เก-ตุ) กับ “สังเกต” (-เก-ตะ) เป็นคนละคำกัน

จำไว้ให้แม่น :

“สังเกต” มี 

“สังเกตุ” ไม่มี 

(๒) “การณ์”

เขียนแบบบาลีเป็น “การณ” อ่านว่า กา-ระ-นะ รากศัพท์มาจาก กรฺ (ธาตุ = ทำ) + ยุ ปัจจัย, แปลง ยุ เป็น อน (อะ-นะ) แล้วแปลง น เป็น ณ, “ทีฆะต้นธาตุ” คือ อะ ที่ ก-(รฺ) เป็น อา (กรฺ > การ)

: กรฺ + ยุ > อน = กรน > กรณ > การณ (นปุงสกลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ทำผล” 

“การณ” ในบาลีใช้ในความหมายหลายอย่าง คือหมายถึง การกระทำ, วิธีทำ, การปฏิบัติ, การลงโทษ, การฆ่า, การงาน, หน้าที่, เหตุผล, เหตุ, ความจำเป็น (a deed, action, performance, an act imposed or inflicted upon somebody by a higher authority; punishment, killing, task, duty obligation, acting, action as material cause, intellectual cause, reason, necessity, needs)

บาลี “การณ” สันสกฤตก็เป็น “การณ”

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกความหมายของ “การณ” ในสันสกฤตไว้ดังนี้ –

(สะกดตามต้นฉบับ)

“การณ : (คำนาม) เหตุ, มูล; ในตรรกศาสตร์, การณ์มีอยู่สามอย่าง; สมวายิการณ์, เหตุตรง; อสมวายิการณ์, เหตุอ้อม (หรือไม่ตรง); นิมิตตการณ์, เหตุบังเอินเปน; กริยา, การณ์; ฆาตกรรม, การเบียดเบียน; กรรมเมนทรีย์; เหตุหรืออุปกรณ์; มูล, มูลพัสดุ; เทพดา (อันเปนเหตุไกลหรือใกล้แห่งการสร้าง); พวกเสมียน; เครื่องดนตรีอย่างหนึ่ง; เพลงอย่างหนึ่ง; ทุกข์, เวทนา; การผลักลงนรก; โชฺยติษกาล; cause, motive, origin, principle; in logic, cause is of three kinds; Samavāyi kāraṇa, a direct cause; Asamavāyi kāraṇa, an indirect cause; Nimitta kāraṇa, an incidental cause; action, agency; killing, injuring; an organ of sense; an instrument or means; an element, elementary matter; a deity (as the remote or proximate cause of creation); a number of scribes; a kind of musical instrument; a sort of song; pain, agony; casting into hell; an astronomical period.”

บาลี “การณ” ใช้ในภาษาไทยเป็น “การณ์” (กาน) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“การณ์ : (คำนาม) เหตุ, เค้า, มูล, เช่น รู้เท่าไม่ถึงการณ์ สังเกตการณ์. (ป., ส.).”

สังเกต + การณ์ = สังเกตการณ์ (สัง-เกด-กาน) เป็นคำประสมแบบไทย แปลจากหน้าไปหลังว่า “เฝ้าดูเหตุการณ์” 

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“สังเกตการณ์ : (คำกริยา) เฝ้าดูหรือศึกษาเหตุการณ์หรือเรื่องราวพอรู้เรื่อง. (คำนาม) เรียกผู้เข้าร่วมประชุมที่ไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงว่า ผู้สังเกตการณ์.”

…………..

ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการ “เสพ” ข่าวสารทุกวันนี้ก็คือ แยกไม่ได้ว่าอะไรเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และอะไรเป็นความเห็นของคนที่เอาเรื่องมาบอกเรา

…………..

ดูก่อนภราดา!

นักข่าวควรเป็นนักเกตการณ์ที่ดี

คือทำหน้าที่เพียงบอกว่าเกิดอะไรขึ้นเท่านั้น

ไม่ใส่ความคิดเห็นลงไปในข่าว

กสฺมา เพราะเหตุไร?

: เพราะถ้าใส่ความชอบความชังเข้าไป

: ย่อมเห็นอะไรๆ ไม่ตรงตามความเป็นจริง

#บาลีวันละคำ (3,457)

29-11-64 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *