ความคิดของนกแก้วนกขุนทองตัวหนึ่ง

ความคิดของนกแก้วนกขุนทองตัวหนึ่ง

————————————-

นักเรียนไทยรุ่นอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปต้องเคยทำสิ่งที่เรียกว่า “ท่องอาขยาน”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ บอกไว้ว่า –

……………………………………….

อาขยาน : (คำนาม) บทท่องจํา; การเล่า, การบอก; การสวด; เรื่อง, นิทาน. (ส.; ป. อกฺขาน).

……………………………………….

ความหมายที่รู้กันดีของ “อาขยาน” ในภาษาไทยก็คือ บทท่องจํา เรียกกันว่า “ท่องอาขยาน” 

ผมได้รับการศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลในสมัยที่นักเรียนต้องท่องอาขยานทุกวันในชั่วโมงสุดท้ายก่อนเลิกเรียน 

น่าประหลาดที่แม้เวลาจะล่วงเลยมาถึง ๖๐ ปี ก็ยังจำบทอาขยานต่างๆ ได้ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาเหล่านั้นก็ไม่ได้ทบทวนเพื่อไม่ให้ลืมแต่ประการใดเลย 

การให้นักเรียนท่องอาขยานเป็นตัวอย่างสำคัญที่นักการศึกษาสมัยใหม่ยกขึ้นตำหนิติเตียนวิธีศึกษาแบบเก่า คำตำหนิที่นิยมยกไปอ้างกันมากก็คือ “เป็นการให้นักเรียนท่องจำเหมือนนกแก้วนกขุนทอง” 

นักการศึกษาสมัยใหม่อ้างว่า การศึกษาที่ถูกต้องต้องสอนให้นักเรียนเข้าใจและรู้จักคิดได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่สอนให้จำหรือให้ท่องจำ 

ผมมีความเห็นว่า ในการศึกษาเล่าเรียนอะไรก็ตาม นักเรียนต้องจำสิ่งที่ตนเรียนได้ จะไม่จำอะไรเลยนั้นเป็นไปไม่ได้ นักเรียนยังไม่มีข้อมูลอะไรอยู่ในสมองมาก่อนเลย การจำคือการรับและเก็บข้อมูล นี่คือ “กฎ” 

แต่ทำอย่างไรจึงจะจำได้ จะใช้วิธีการ ใช้เทคนิค หรือใช้ศิลปะอย่างไร จึงจะช่วยให้จำได้ นี่คือ “กรอบ” ที่อาจพลิกแพลงหรือเปลี่ยนแปลงได้ 

คนเก่าใช้วิธีท่องจำ ถ้าคนใหม่มีวิธีที่ฉลาดกว่า ช่วยให้จำได้ดีกว่า ก็สามารถปรับแก้ ที่เรียกกันว่า “คิดนอกกรอบ” ได้ 

การที่จะจำได้ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีท่องเสมอไป นี่คือ “คิดนอกกรอบ” 

แต่-การศึกษาเล่าเรียนไม่จำเป็นต้องจำอะไร นี่คือ “คิดนอกกฎ”

อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบ เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้จักท่องอาขยานกันแล้ว

และเป็นที่น่าสังเกตว่า ในหมู่เด็กรุ่นใหม่ ฉันทะอุตสาหะที่จะจดจำอะไรไว้ในสมอง-เหมือนคนรุ่นก่อน-ก็ลดน้อยลงไปทุกที

………………………………………

ที่เห็นได้ชัดมากๆ ก็คือ ชาวพุทธในไทยสมัยนี้สวดมนต์ด้วยวิธีกางหนังสืออ่าน ไม่มีใครเห็นความจำเป็นที่จะต้องท่องบทสวดมนต์

………………………………………

มนุษย์คิดค้นอุปกรณ์เครื่องช่วยจำที่ทันสมัยขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วมนุษย์ก็ฝากความจำไว้กับ “เครื่อง” ไม่ได้เก็บไว้ในสมองตัวเอง

อีกไม่เกิน ๓๐๐ ปี สมองคนจะหมดศักยภาพในการจำ

แต่ละคนจะพกเครื่องช่วยจำติดตัว และเครื่องช่วยจำจะถูกประดิษฐ์ให้มีรูปแบบแนบเนียนชนิดที่ไม่รู้สึกเลยว่าเป็นภาระในการพกพาและยุ่งยากต่อการใช้งาน ชนิดที่-คลิกเดียว หรือใช้คำไทยว่า-ชั่วพริบตา เรียกความจำที่ต้องการได้ทันที-จากเครื่อง ไม่ใช่จากสมอง

ภาระหนักไม่ใช่การจำ แต่ภาระหนักคือระวังอย่าให้เครื่องพัง ระวังอย่าให้แบตหมด

ถึงตอนนั้นคงสนุกกันใหญ่ 

มนุษย์มีขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ

๑ รูป = ธาตุทั้ง ๔

๒ เวทนา = ความรู้สึกสุข-ทุกข์ ชอบ-ชัง-เฉย

๓ สัญญา = ความจำ 

๔ สังขาร = ความคิดปรุงแต่ง

๕ วิญญาณ = ความรู้เข้าใจแจ้งชัด

ถึงตอนนั้นมนุษย์จะเหลือขันธ์แค่ ๔ ขันธ์

สัญญา = ความจำ ไม่ต้องใช้ จึงไม่ต้องมี

ชื่อตัวเองก็ไม่ต้องจำ

ทุกอย่างฝากไว้ในเครื่อง

นกแก้วนกขุนทองสูญพันธุ์

อยากให้ถึง ๓๐๐ ปีเร็วๆ ครับ

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๒๐ มกราคม ๒๕๖๕

๑๑:๕๖

…………………………………………

ความคิดของนกแก้วนกขุนทองตัวหนึ่ง

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น