ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน

ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน

—————————-

ชาวชมพูทวีป เวลาไปหาบุคคลสำคัญ หรือไปสู่สถานที่สำคัญ เมื่อจะกลับก็จะเดินเวียนรอบบุคคลหรือสถานที่นั้น ๓ รอบ โดยหันด้านขวาของตนเข้าหาบุคคลหรือสถานที่นั้น เป็นการแสดงความเคารพหรือประกาศว่าบุคคลหรือสถานที่นั้นมีความสำคัญสำหรับตน

ชาวพุทธเอาวัฒนธรรมนี้มาใช้แสดงความเคารพพระสถูปเจดีย์ปูชนียสถาน เรียกว่า “ทำประทักษิณ” 

บริเวณที่ทำประทักษิณ เรียกกันว่า “ลานประทักษิณ”

และเนื่องจากเมื่อเดินเวียนตอนกลางคืนต้องจุดเทียนถือไปด้วย จึงเรียกกิริยาแสดงความเคารพโดยการทำประทักษิณเช่นนั้นว่า “เวียนเทียน

“ลานประทักษิณ” นั้น ตามวัฒนธรรมของชาวพุทธถือเป็นบริเวณที่สำคัญมาก เมื่อจะเข้าไปสู่บริเวณนั้นต้องปฏิบัติตัวตามมารยาทที่ดีงาม เช่น ถ้าเป็นภิกษุสามเณรต้องห่มผ้าเฉวียงบ่า คือห่มลดไหล ไม่สวมรองเท้า ไม่กางร่ม ไม่สะพายย่าม 

สำหรับบุคคลทั่วไปปฏิบัติโดยทำนองเดียวกัน คือแต่งกายสุภาพ ไม่สวมรองเท้า ไม่สวมหมวก ไม่กางร่ม ไม่สะพายกระเป๋า 

ปัจจุบัน มารยาทในการแสดงความเคารพต่อปูชนียสถานของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป สาเหตุสำคัญคือไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนให้รู้จักมารยาทในสถานที่เช่นนั้น

กับอีกสาเหตุหนึ่งคืออ้างวัฒนธรรมสากล เช่นอ้างว่า เมื่อแต่งเครื่องแบบหรือแต่งกายชุดสากล การสวมรองเท้าถือว่าเป็นความเรียบร้อย ไม่สวมรองเท้าถือเป็นความบกพร่องและเป็นการแสดงความไม่เคารพ 

ถ้าใครแย้ง ก็จะอ้างว่าบุคคลระดับนั้นระดับโน้นก็ทำอย่างนี้ และเมื่ออ้างกันมากเข้านานเข้าก็กลายเป็นความเคยชิน 

ในเมืองไทยทุกวันนี้ ผู้คนสวมรองเท้า สวมหมวก กางร่ม สะพายเป้ สะพายกระเป๋า แต่งกายคล้ายชุดชั้นในหรือชุดนอน เข้าไปในปูชนียสถาน เดินเหยียบย่ำไปบนลานประทักษิณอันเป็นสถานที่ซึ่งบรรพบุรุษเคารพนับถือมาแต่โบราณกาล-อย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้าน ไม่มีใครเห็นว่าเป็นเรื่องเสียหาย

บางแห่งเป็นปูชนียสถานสำคัญระดับโลกด้วยซ้ำ แต่ผู้คนสวมรองเท้าย่ำขึ้นไปถึงบนองค์พระสถูปเจดีย์ได้อย่างสนุกสนาน 

……………….

โบราณท่านว่า สวมรองเท้าเข้าไปในลานประทักษิณเป็นบาป 

คนสมัยนี้ไม่เชื่อ 

โบราณยกเรื่องพระเจ้าพิมพิสารถูกกรีดฝ่าเท้าเพราะบาปที่สวมรองเท้าเข้าไปในลานประทักษิณ 

คนสมัยนี้บอกว่าเป็นนิทานโกหก

คนสมัยนี้มีเหตุผลเป็นร้อยเป็นพันข้อที่จะอ้าง เพื่อสวมรองเท้า สวมหมวก กางร่ม ฯลฯ เข้าไปในลานประทักษิณ-แม้กระทั่งในเวลาที่ทำกิจกรรมเวียนเทียนหรือทำประทักษิณบนลานประทักษิณนั่นเอง!

เหตุผลข้อเดียวที่ครอบจักรวาลได้หมดคือ-ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๑๙ มกราคม ๒๕๖๕

๑๔:๕๘

………………………………………

ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น