บทความชุด: ชวนกันศึกษาพระธรรมวินัย

ศึกษาพระธรรมวินัย อย่าเข้าใจเอาเอง (๐๐๓)

ศึกษาพระธรรมวินัย อย่าเข้าใจเอาเอง (๐๐๓)

———————————-

……………….

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ บัญญัติไว้ว่า –

ผู้ใดฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ต้องระวางโทษประหารชีวิต

……………….

ถ้าใครไปฆ่าใครเข้าสักคน กฎหมายกำหนดไว้ว่ามีความผิดฐานฆ่าคนตาย 

(“ฆ่าคนตาย” – เป็นภาษาที่เราพูดกันรู้เรื่องนะครับ ประเดี๋ยวจะมีใครว่างงานมาตีรวนว่า คนตายแล้วจะไปฆ่าได้อีกอย่างไร) 

แล้วแค่ไหนอย่างไรจึงเรียกว่า คน หรือบุคคล? 

……………….

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕ บัญญัติไว้ว่า – 

สภาพบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก

และสิ้นสุดลงเมื่อตาย

……………….

ทารกคลอดออกมาแล้วรอดชีวิต ตั้งแต่วินาทีนั้น ใครไปฆ่าเข้า มีความผิดฐานฆ่าคนตาย 

แต่พระธรรมวินัยกำหนดลึกลงไปกว่านั้น 

ศีลข้อหนึ่งของภิกษุ บัญญัติไว้ว่า 

……………….

โย  ปน  ภิกฺขุ  สญฺจิจฺจ  มนุสฺสวิคฺคหํ  ชีวิตา  โวโรเปยฺย  สตฺถหารกํ  วาสฺส  ปริเยเสยฺย  มรณวณฺณํ  วา  สํวณฺเณยฺย  มรณาย  วา  สมาทเปยฺย  อมฺโภ  ปุริส  กึ  ตุยฺหิมินา  ปาปเกน  ทุชฺชีวิเตน  มตนฺเต  ชีวิตา  เสยฺโยติ  อิติ  จิตฺตมโน  จิตฺตสงฺกปฺโป  อเนกปริยาเยน  มรณวณฺณํ  วา  สํวณฺเณยฺย  มรณาย  วา  สมาทเปยฺย  อยมฺปิ  ปาราชิโก  โหติ  อสํวาโสติ  ฯ  

อนึ่ง ภิกษุใดจงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต หรือแสวงหาศัสตราอันจะปลิดชีวิตให้แก่กายมนุษย์นั้น หรือพรรณนาคุณแห่งความตาย หรือชักชวนเพื่ออันตายด้วยถ้อยคำว่า แน่ะท่านผู้เป็นคน จะประโยชน์อะไรแก่ท่านด้วยชีวิตอันแสนลำบากยากแค้นนี้ ท่านตายเสียดีกว่าเป็นอยู่ ดังนี้ เธอมีเจตนาอย่างนี้ มีความมุ่งหมายอย่างนี้ พรรณนาคุณในความตายก็ดี ชักชวนเพื่ออันตายก็ดี โดยวิธีการต่างๆ แม้ภิกษุนี้ก็เป็นปาราชิกหาสังวาสมิได้.

ที่มา: ตติยปาราชิกกัณฑ์ วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ภาค ๑

พระไตรปิฎกเล่ม ๑ ข้อ ๑๘๐ 

……………….

นี่คือที่เรารู้กันสั้นๆ ว่า ภิกษุฆ่ามนุษย์ ต้องอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระ

แล้วแค่ไหนอย่างไรจึงเรียกว่า “มนุษย์”? 

“มนุษย์” ในที่นี้ พระไตรปิฎกท่านใช้คำว่า “มนุสฺสวิคฺคห” (มะ-นุด-สะ-วิก-คะ-หะ) แปลว่า “กายมนุษย์” 

ท่านจำกัดความสิ่งที่เรียกว่า “มนุสฺสวิคฺคห” ไว้ดังนี้ –

……………….

มนุสฺสวิคฺคโห  นาม  ยํ  มาตุกุจฺฉิสฺมึ  ปฐมํ  จิตฺตํ  อุปฺปนฺนํ  ปฐมํ  วิญฺญาณํ  ปาตุภูตํ  ยาว  มรณกาลา  เอตฺถนฺตเร  เอโส  มนุสฺสวิคฺคโห  นาม  ฯ  

ที่ชื่อว่า กายมนุษย์ ได้แก่ จิตแรกเกิดขึ้น คือปฐมวิญญาณปรากฏขึ้นในท้องแห่งมารดา จนกระทั่งถึงเวลาตาย ร่างกายที่มีชีวิตอยู่ในระหว่างนี้ชื่อว่า กายมนุษย์

ที่มา: ตติยปาราชิกกัณฑ์ วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ภาค ๑

พระไตรปิฎกเล่ม ๑ ข้อ ๑๘๑ 

……………….

คัมภีร์อรรถกถา (สมันตปาสาทิกา ภาค ๑ หน้า ๖๔๒-๖๔๓, พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปลชุด ๙๑ เล่ม เล่ม ๒ หน้า ๓๘๑-๓๘๒) ขยายความคำว่า “ปฐมวิญญาณปรากฏขึ้นในท้องแห่งมารดา” ว่า หมายถึง ตั้งแต่เป็น “กลละ” (กะ-ละ-ละ) 

กำเนิดมนุษย์นั้น ท่านแสดงขั้นตอนไว้ว่า — 

(๑) ชายหญิงร่วมเพศกัน (หมายรวมถึงกรรมวิธีที่ทำให้เชื้อฝ่ายชายกับเชื้อฝ่ายหญิงผสมกัน)

(๒) ฝ่ายหญิงมีไข่สุกพร้อมผสมเชื้อ 

(๓) มีวิญญาณมาปฏิสนธิ

ครบองค์ประกอบ ๓ อย่างนี้ ก็เกิดชีวิต เริ่มจากเป็น “กลละ” มีขนาดเท่าหยาดน้ำมันที่ปลายขนแกะ (ชาติอุณฺณาย  เอเกน  อํสุนา  อุทฺธฏเตลพินฺทุมตฺตํ) 

ถ้าไม่เข้าใจ ก็เอาปลายเข็มเย็บผ้าจุ่มลงไปในน้ำมัน ยกขึ้นมา น้ำมันที่ติดอยู่ที่ปลายเข็มนั่นแหละคือขนาดของ “มนุษย์แรกเกิด” หรือ “กลละ” อยู่ในครรภ์มารดา 

……………….

ผมตั้งใจยกคำบาลี-เขียนแบบบาลี มาให้อ่านกันด้วย 

กรุณาอย่าเพิ่งอึดอัดหรือเบื่อหน่าย 

คำบาลีจากพระไตรปิฎกก็เหมือนบทสวดมนต์ 

บทสวดมนต์ ท่านก็ยกมาจากพระไตรปิฎกนั่นเอง

บทที่แต่งใหม่ ก็ขลังน้อยกว่าพระไตรปิฎก

อ่านคำบาลีจากพระไตรปิฎกก็เท่ากับได้สวดมนต์นั่นเอง

……………….

กฎหมายกำหนดความเป็นมนุษย์ตั้งแต่คลอดออกมาแล้วรอดชีวิต

แต่พระธรรมวินัยกำหนดความเป็นมนุษย์ตั้งแต่เป็นกลละ 

คนทั่วไปฆ่าคนที่คลอดออกมาแล้วรอดชีวิต จึงผิดกฎหมายฐานฆ่าคนตาย

แต่ภิกษุฆ่าคนตั้งแต่เป็นกลละ ผิดศีลฐานฆ่าคนตาย ขาดจากความเป็นพระทันที

……………….

ผมเชื่อว่า นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่พระภิกษุสามเณรทุกวันนี้ไม่เคยรู้มาก่อน 

คนทั่วไปก็ไม่เคยรู้มาก่อน 

ที่ไม่รู้ก็เพราะไม่ได้ศึกษา

เรื่องที่เราเข้าใจกันอย่างหนึ่ง แต่รายละเอียดในพระธรรมวินัยท่านว่าไว้อีกอย่างหนึ่ง-แบบนี้ ยังมีอีกเป็นอันมาก

นี่คือที่ผมว่า-ศึกษาพระธรรมวินัย อย่าเข้าใจเอาเอง

——————-

พระพุทธศาสนานั้นมีอยู่จริง

ผู้ที่สมัครเข้ามาถือเพศบรรพชิตในพระพุทธศาสนา มีอยู่จริง

พระธรรมวินัย คือกฎกติกามารยาทของผู้ที่สมัครเข้ามาถือเพศบรรพชิตในพระพุทธศาสนาก็มีอยู่จริง

การศึกษาพระธรรมวินัยเพื่อให้รู้เข้าใจว่า อะไรห้ามทำ อะไรต้องทำ ทำอย่างไรผิด ทำอย่างไรไม่ผิด-ยังมีอยู่จริงหรือเปล่า? 

ถ้ายังมีอยู่ ขอได้โปรดช่วยกันอนุโมทนา และช่วยกันสนับสนุนให้มีให้ทำกันต่อไปอย่าให้ขาดสาย

แต่ถ้าไม่มี ขอได้โปรดช่วยกันกระตุ้นเตือนให้มีให้ทำกันด้วยเถิด

เพราะการไม่ศึกษาพระธรรมวินัย

คือความบรรลัยของพระศาสนา

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย

๒๒ กันยายน ๒๕๖๒

๑๖:๑๖

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *