อำนาจกับศีล

อำนาจกับศีล

————–

ถ้าให้นึกถึงคำว่า “อิสริยะ” และ “อาภรณ์” ที่ติดตามาตั้งแต่สมัยเรียนนักธรรม นักเรียนบาลีน่าจะนึกถึงพุทธศาสนสุภาษิต ๒ บทนี้ คือ –

วโส  อิสฺสริยํ  โลเก. 

อำนาจเป็นใหญ่ในโลก

ที่มา: อิสสรสูตร สังยุตนิกาย สคาถวรรค

พระไตรปิฎกเล่ม ๑๕ ข้อ ๒๑๒

อ้างในพุทธศาสนสุภาษิตเล่ม ๑

สีลํ  อาภรณํ  เสฏฺฐํ.

ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด

ที่มา: สีวลีเถระ เถรคาถา ทวาทสกนิบาต

พระไตรปิฎกเล่ม ๒๖ ข้อ ๓๗๘

อ้างในพุทธศาสนสุภาษิตเล่ม ๓

ถ้าเอาธรรมะ ๒ ข้อ คือ อำนาจ (วโส) กับ ศีล (สีลํ) มาไขว้กัน เป็น —

ศีลเป็นใหญ่ในโลก” 

และ —

อำนาจเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด” 

จะเป็นอย่างไร?

ก็จะได้แนวคิดที่ชวนให้ฉุกคิด

ฉุกคิดอย่างไร?

คือเราก็จะเห็นความจริงที่ท่านบอกไว้

ความจริงอย่างไร?

ความจริงก็คือ ท่านบอกว่า “ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด” 

คนมีศีลจะมาโอดครวญไม่ได้เลยว่า ถือศีลมาตั้งนานไม่เห็นได้เป็นใหญ่สักที 

เพราะท่านไม่ได้บอกว่า “ศีลเป็นใหญ่ในโลก” 

แต่ท่านบอกว่า “อำนาจเป็นใหญ่ในโลก” 

อยากเป็นใหญ่ในโลก ก็ต้องแสวงหาอำนาจ ไม่ใช่มาถือศีล

และเวลาเห็นคนมีอำนาจประพฤติตัวเลอะเทอะ ไม่งาม ดูๆ ไปเหมือนคนแต่งตัวน่าเกลียด เราก็ไม่ต้องอึดอัดขัดใจ 

เพราะท่านไม่ได้บอกว่า “อำนาจเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด” 

แต่ท่านบอกว่า “ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด” 

อยากให้ดูดี เหมือนคนแต่งตัวสวยงาม ก็ต้องถือศีล ไม่ใช่แสวงหาอำนาจ

แต่ถ้าเมื่อใดก็ตาม เราสามารถทำคนมีอำนาจให้ถือศีลได้ และทำคนถือศีลให้มีอำนาจได้ เมื่อนั้นแหละศีลก็จะเป็นใหญ่ในโลก และอำนาจก็จะเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด-เฉพาะกรณีที่ศีลและอำนาจมีอยู่ในคนคนเดียวกัน

………………………………………….

ทำคนมีอำนาจให้ถือศีล

ยากพอๆ กับทำคนถือศีลให้มีอำนาจ

………………………………………….

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

๑๔:๓๖

…………………………….

ภาพประกอบ: จาก google

…………………………….

อำนาจกับศีล

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น