หตฺถิมํส (บาลีวันละคำ 3,648)

หตฺถิมํส

เนื้อช้าง : เนื้อต้องห้ามชนิดที่ 2

เขียนแบบบาลี อ่านว่า หัด-ถิ-มัง-สะ

แยกศัพท์เป็น หตฺถิ + มํส

(๑) “หตฺถิ

รูปคำเดิมของบาลีเป็น “หตฺถี” (หัด-ถี) รากศัพท์มาจาก หตฺถ + อี ปัจจัย 

(ก) “หตฺถ” (หัด-ถะ) รากศัพท์มาจาก –

(1) หสฺ (ธาตุ = ร่าเริง) + ปัจจัย, แปลง สฺ ที่สุดธาตุเป็น ตฺ (หสฺ > หตฺ)

: หสฺ + = หสฺถ > หตฺถ แปลตามศัพท์ว่า “อวัยวะเป็นเครื่องเล่นสนุก” (เช่นใช้ปรบ ฟ้อนรำ) = มือ “อวัยวะเป็นที่เล่นสนุก” = ศอก

(2) หนฺ (ธาตุ = เบียดเบียน) + ปัจจัย, แปลง นฺ ที่สุดธาตุเป็น ตฺ (หนฺ > หตฺ)

: หนฺ + = หนฺถ > หตฺถ แปลตามศัพท์ว่า (1) “อวัยวะเป็นเครื่องเบียดเบียนอวัยวะอื่น” (เช่นเกา ตบตี) = มือ (2) “เป็นที่ไปถึงแห่งอวัยวะทั้งหลาย” (หมายถึงมือเอื้อมถึง) = มวยผม

(3) หรฺ (ธาตุ = นำไป) + ปัจจัย, แปลง รฺ ที่สุดธาตุเป็น ตฺ (หรฺ > หตฺ)

: หรฺ + = หรฺถ > หตฺถ แปลตามศัพท์ว่า “อวัยวะเป็นเครื่องนำของไป” = มือ

(4) หตฺถ (มือ) + ปัจจัย, ลบ  

: หตฺถ + = หตฺถณ > หตฺถ แปลตามศัพท์ว่า “อวัยวะที่เหมือนมือเพราะทำหน้าที่มือให้สำเร็จประโยชน์ได้” = งวงช้าง

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “หตฺถ” ดังนี้ –

(1) hand (มือ)

(2) the hand as measure, a cubit (มือในฐานเป็นเครื่องวัด, ระยะหนึ่งศอก)

(3) a handful, a tuft of hair (เต็มมือ, ปอยผม)

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

หัตถ-, หัตถ์ : (คำนาม) มือ; ศอกหนึ่ง; งวงช้าง. (ป.; ส. หสฺต).”

(ข) หตฺถ + อี ปัจจัย 

: หตฺถ + อี = หตฺถี แปลตามศัพท์ว่า “สัตว์ที่มีมือ” “สัตว์ที่ประกอบด้วยมือ” หมายถึง ช้าง (an elephant)

ในที่นี้เขียนตามรูปบาลีเป็น “หัตถิ

(๒) “มํส” 

อ่านว่า มัง-สะ รากศัพท์มาจาก มนฺ (ธาตุ = รู้) + ปัจจัย, แปลง นฺ ที่สุดธาตุเป็นนิคหิต (มนฺ > มํ)

: มนฺ + = มนส > มํส (นปุงสกลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งอันคนรู้จัก” หมายถึง เนื้อคน, เนื้อสัตว์ (flesh, meat)

มํส” ในภาษาไทยใช้เป็น “มังส” และอิงสันสกฤตเป็น “มางสะ” 

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ดังนี้ –

มังส-, มังสะ, มางสะ : (คำนาม) เนื้อของคนและสัตว์. (ป.).”

คำที่เราคุ้นกันดีคือ “มังสวิรัติ” (มัง-สะ-วิ-รัด) ก็มาจาก “มํส” คำนี้

หตฺถี + มํส รัสสะ อี ที่ –ถี เป็น อิ (หตฺถี > หตฺถิ)

หตฺถี + มํส = หตฺถีมํส > หตฺถิมํส (หัด-ถิ-มัง-สะ) แปลว่า “เนื้อช้าง

ขยายความ :

หตฺถิมํส” เป็น 1 ในเนื้อ 10 ชนิดที่มีพุทธบัญญัติห้ามภิกษุฉัน คือ –

(1) มนุสฺสมํส เนื้อมนุษย์

(2) หตฺถิมํส เนื้อช้าง

(3) อสฺสมํส เนื้อม้า

(4) สุนขมํส เนื้อสุนัข

(5) อหิมํส เนื้องู

(6) สีหมํส เนื้อสิงโต

(7) พฺยคฺฆมํส เนื้อเสือโคร่ง

(8 ) ทีปิมํส เนื้อเสีอเหลือง

(9) อจฺฉมํส เนื้อหมี

(10) ตรจฺฉมํส เนื้อเสือดาว

…………..

ต้นเรื่องที่ห้ามฉันเนื้อช้าง ในพระวินัยปิฎกบันทึกไว้ดังนี้ –

…………..

เตน  โข  ปน  สมเยน  รญฺโญ  หตฺถี  มรนฺติ  ฯ 

ก็สมัยนั้นแล ช้างหลวงล้มลงหลายเชือก

มนุสฺสา  ทุพฺภิกฺเข  หตฺถิมํสํ  ปริภุญฺชนฺติ  ภิกฺขูนํ  ปิณฺฑาย  จรนฺตานํ  หตฺถิมํสํ  เทนฺติ  ฯ 

ในยามอัตคัดอาหาร ประชาชนพากันบริโภคเนื้อช้าง และถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต

ภิกฺขู  หตฺถิมํสํ  ปริภุญฺชนฺติ  ฯ 

ภิกษุทั้งหลายฉันเนื้อช้าง 

มนุสฺสา  อุชฺฌายนฺติ  ขียนฺติ  วิปาเจนฺติ 

ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า –

กถํ  หิ  นาม  สมณา  สกฺยปุตฺติยา  หตฺถิมํสํ  ปริภุญฺชิสฺสนฺติ 

ไฉนพระสมณะเชื้อสายศากยบุตรจึงได้ฉันเนื้อช้างเล่า

ราชงฺคํ  หตฺถี

ช้างเป็นราชพาหนะ

สเจ  ราชา  ชาเนยฺย  น  เตสํ  อตฺตมโน  อสฺสาติ  ฯ 

ถ้าพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบ คงไม่ทรงพอพระทัยต่อพระสมณะเหล่านั้นเป็นแน่

ภควโต  เอตมตฺถํ  อาโรเจสุํ  ฯ 

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค

น  ภิกฺขเว  หตฺถิมํสํ  ปริภุญฺชิตพฺพํ  

พระผู้มีพระภาคจึงทรงบัญญัติว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อช้าง

โย  ปริภุญฺเชยฺย  อาปตฺติ  ทุกฺกฏสฺสาติ  ฯ

รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกฏ

ที่มา: เภสัชขันธกะ วินัยปิฎก มหาวรรค ภาค 2 พระไตรปิฎกเล่ม 5 ข้อ 60

…………..

คัมภีร์อรรถกถาขยายความว่า –

หตฺถิอสฺสมํสํ  ราชงฺคตาย.

เนื้อช้างและเนื้อม้า ทรงห้ามเพราะเป็นราชพาหนะ

ที่มา: สมันตปาสาทิกา ภาค 3 หน้า 193

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ในอดีต ช้างเคยช่วยไทยกู้ชาติ

: ถ้าในอนาคตไทยต้องเป็นทาส ใครจะช่วยกู้ไทย

#บาลีวันละคำ (3,648)

8-6-65 

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น