หัวใจของพวกเราทำด้วยอะไร

หัวใจของพวกเราทำด้วยอะไร

—————————–

ผมเป็นเด็กวัดหนองกระทุ่ม ปากท่อ ราชบุรี ช่วงระหว่างปี ๒๔๙๖-๒๕๐๐ 

พระเณรวัดหนองกระทุ่มทำวัตรวันละ ๒ เวลา เช้า-เย็น

เช้าแปดโมงครึ่ง

เย็นห้าโมง 

ในพรรษาเพิ่มอีก ๑ เวลา คือตีสี่

ปี ๒๕๐๐-๒๕๐๔ ผมออกไปทำนา 

กลางปี ๒๕๐๔ ผมบวชเณรวัดหนองกระทุ่ม 

กิจวัตรก็เหมือนสมัยเป็นเด็กวัด

พระเณรวัดหนองกระทุ่มทำวัตรวันละ ๒ เวลา เช้า-เย็น

เช้าแปดโมงครึ่ง

เย็นห้าโมง 

ในพรรษาเพิ่มอีก ๑ เวลา คือตีสี่

ปี ๒๕๐๖ ผมย้ายจากวัดหนองกระทุ่มเข้ามาอยู่ที่วัดมหาธาตุ ราชบุรี เพื่อเรียนบาลี 

พระเณรวัดมหาธาตุราชบุรีทำวัตรวันละ ๒ เวลา เช้า-เย็น

เช้าแปดโมงครึ่ง

เย็นห้าโมง 

ในพรรษาเพิ่มอีก ๑ เวลา คือตีสี่

เหมือนวัดหนองกระทุ่ม 

จะว่าวัดหนองกระทุ่มทำเหมือนวัดมหาธาตุก็ได้

และในความรับรู้ของผม ทุกวัดทั่วประเทศทำกิจวัตรเช่นนี้เหมือนกันหมด

ปี ๒๕๑๗ ผมลาสิกขา 

ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ราชบุรี บ้านอยู่ใกล้วัด ก็ยังเห็นวัดต่างๆ ทำกิจวัตรเช่นนี้อยู่ 

ช่วงเวลาเข้าพรรษา วัดต่างๆ เคาะระฆังตอนตีสี่เป็นสัญญาณลุกขึ้นทำวัตรสวดมนต์เป็นพิเศษเพิ่มจากเช้า-เย็นที่ทำอยู่ตามปกติ

เสียงระฆังตอนตีสี่ในพรรษา

เสียงหมาหอนรับระฆัง

ยังแว่วอยู่ในหู

ได้ยิน ได้เห็นเช่นนั้นอยู่หลายปี 

……………..

ปี ๒๕๖๒ 

เสียงระฆังตอนตีสี่ในช่วงเวลาเข้าพรรษา เป็นสัญญาณลุกขึ้นทำวัตรสวดมนต์เป็นพิเศษเพิ่มจากเช้า-เย็นที่ทำอยู่ตามปกติ ตามวัดต่างๆ นับได้ว่าสูญสิ้นอย่างสิ้นเชิง-สิ้นซาก 

เหลือวัดมหาธาตุราชบุรีอยู่วัดเดียว ที่หลวงพ่อท่านยังยืนหยัดอยู่ 

สิ้นบุญท่านเมื่อไร ก็คงจะสูญสิ้นตามท่านไปเมื่อนั้น

………………….

ผมไม่ได้โหยหาอดีต

แต่ผมอัศจรรย์ใจว่า ชั่วเวลาเพียงครึ่งศตวรรษ เราปล่อยให้สิ่งดีๆ ในพระพุทธศาสนาสูญหายไปกับตาได้อย่างไร 

อะไรบ้างที่สูญหายไปแล้ว 

และอะไรอีกที่จะถูกปล่อยให้สูญหายเป็นลำดับต่อไป 

เรามีเหตุผลเป็นกระบุง เป็นกระสอบ เป็นคันรถบรรทุก-ที่จะยกขึ้นมาอ้างเพื่อปล่อยให้สิ่งดีๆ สูญหายไป

แล้วสรุปเป็นสูตรสำเร็จว่า — โอย ไอ้ที่จะทำอะไรดีๆ เหมือนเมื่อก่อนน่ะมันทำไม่ได้หรอก

แต่เราไม่มี-และไม่เคยพยายามที่จะมี-เหตุผลแม้แต่ข้อเดียวที่จะช่วยกันรักษาสืบทอด 

แล้วบอกกันอย่างหนักแน่นว่า — เราทำได้

…………………

ผมมองเห็นภาพพวกเรา-เหมือนคนยืนพิงเสา สูบบุหรี่อย่างสบายอารมณ์ 

มองสมบัติที่ค่อยๆ ละลายหายไป อย่างไร้ความรู้สึก 

พอบุหรี่หมดมวนก็ทิ้งลงใกล้ๆ เท้า

เอาเท้าขยี้

ถ่มน้ำลาย 

แล้วเดินจากไป

อยากรู้จัง หัวใจของพวกเราทำด้วยอะไร

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย

๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒

๑๔:๓๖

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น