อำมหิต (บาลีวันละคำ 582)

อำมหิต

อ่านว่า อำ-มะ-หิด

มาจากคำอะไร ?

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 บอกไว้ว่า

อำมหิต : ดุร้าย, ร้ายกาจ, ทารุณ, เหี้ยมโหด

แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นคำที่มาจากภาษาอะไร

ลากเข้าวัด

– กฎ

คำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤต ซึ่งพยางค์แรกเป็น “” แผลงเป็น “อำ” ได้ เช่น

อมาตย์ เป็น อำมาตย์ (ข้าราชการ, ข้าเฝ้า, ที่ปรึกษา)

อมรินทร์ เป็น อำมรินทร์ (พระอินทร์)

อนรรฆ เป็น อำนรรฆ (หาค่ามิได้, เกินที่จะประเมินราคาได้)

– สันนิษฐานนัยที่ 1

อำมหิต” แผลงมาจาก “อมหิต” (อะ-มะ-หิ-ตะ) คือ (< ) + มหิต = อมหิต

มหิต” แปลว่า ให้เกียรติ, เคารพ, นับถือ (honoured, revered)

อมหิต” แปลว่า ไม่ให้เกียรติ, ไม่เคารพ, ไม่นับถือ

– สันนิษฐานนัยที่ 2

อำมหิต” แผลงมาจาก “อหิต” (อะ-หิ-ตะ) คือ (< ) + หิต = อหิต

หิต” (คุณศัพท์) แปลว่า มีประโยชน์, เหมาะสม, เป็นประโยชน์, เป็นมิตร (useful, suitable, beneficial, friendly) (นาม) เพื่อน, ผู้มีบุญคุณ (a friend, benefactor) คุณประโยชน์, พร, ความดี (benefit, blessing, good)

อหิต” แปลว่า ไม่ดีหรือไม่เป็นมิตร, มีอันตราย, เลว; ความไม่มีใจเมตตากรุณา (not good or friendly, harmful, bad; unkindliness)

ความหมายเด่นของ “อหิต” ในภาษาบาลีคือ สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์, สิ่งที่มีโทษ

อหิต” เมื่อนำมาแผลงในภาษาไทย ออกเสียง อำ-หิด (ตามกฎ อะ เป็น อำ) ระหว่างเสียง “อำ” กับ “หิด” จะมีเสียง “มะ” แทรกตามธรรมชาติของการเปล่งเสียง (อำ-(มะ)-หิด) จึงสะกดตามเสียงจริงเป็น “อำมหิต

เมื่อดูความหมายตาม พจน.42 (อำมหิต : ดุร้าย, ร้ายกาจ, ทารุณ, เหี้ยมโหด) สรุปได้ว่า “อำมหิต” น่าจะมาจาก “อหิต” ในภาษาบาลีตามสันนิษฐานนัยที่ 2 มากกว่า “อมหิต” ตามสันนิษฐานนัยที่ 1

: ยอดอำมหิต คือประพฤติทุจริตถ้วนไตรทวาร

18-12-56

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย