กัลปนา (บาลีวันละคำ 1,007)

กัลปนา

อ่านว่า กัน-ละ-ปะ-นา

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

กัลปนา : (คำกริยา) เจาะจงให้. (คำนาม) ที่ดินหรือสิ่งอื่นเช่นอาคารซึ่งเจ้าของอุทิศผลประโยชน์ให้แก่วัดหรือศาสนา; ส่วนบุญที่ผู้ทําอุทิศให้แก่ผู้ตาย. (ส.; ป. กปฺปนา).”

(ส.; ป. กปฺปนา) – ในวงเล็บ หมายความว่า “กัลปนา” เป็นรูปคำสันสกฤต บาลีเป็น “กปฺปนา

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –

กลฺปน : (คำนาม) การตัด; การทำ; การผูก, การแต่ง, การรจนา; การประดับหรือตกแต่ง; กรรไกร; อนุมาน; cutting; making; manufacturing; composing, inventing, or making a tale, etc.; decorating or caparisoning (as an elephant); a scissors or shears; inference.”

ในบาลี “กปฺปนา” (กับ-ปะ-นา) รากศัพท์มาจาก กปฺปฺ ธาตุ + ยุ ปัจจัย, แปลง ยุ เป็น อน + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์

: กปฺปฺ + ยุ > อน = กปฺปน + อา = กปฺปนา 

กปฺปฺ ธาตุ ท่านว่ามีความหมายหลายอย่าง คือ ตัด, พินาศ, กำหนด, วิตก, คิด, สามารถ, จัดการ, จัดแจง, เริ่มต้น, เริ่มงาน, วิธี

ความหมายที่ประสงค์ในที่นี้คือ สามารถ, จัดการ, จัดแจง

กปฺปนา” ตามรากศัพท์จึงหมายถึง การทำให้สำเร็จผลตามที่ต้องการ

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “กปฺปนา” (รูปศัพท์ชั้นต้นคือ “กปฺปน”) ไว้ดังนี้ :

(1) the fixing of a horse’s harness, harnessing, saddling (การจัดใส่เครื่องเทียมม้า, การใส่อานม้า)

(2) procuring, making (การจัดหา, การกระทำ)

(3) (คุณศัพท์) trimmed, arranged with (ประดับ, จัดแจง)

ความหมายเหล่านี้ ถ้าตีความให้เข้ากับความหมายในภาษาไทย (ตาม พจน.54 ข้างต้น) ก็น่าจะตรงกับความหมายตามข้อ (2)

คำว่า procure (procuring) พจนานุกรม สอ เสถบุตร แปลว่า –

(1) จัดหา, หาได้, เอา, เอามาได้

(2) นำมาซึ่ง

สรุปความ (แบบลากเข้าความ) ว่า กปฺปน > กลฺปน > กัลปนา คือ “ผลประโยชน์ที่จัดหาเอามาให้” สอดคล้องกับความหมายในภาษาไทยที่ว่า

(1) เจาะจงให้.

(2) ที่ดินหรือสิ่งอื่นเช่นอาคารซึ่งเจ้าของอุทิศผลประโยชน์ให้แก่วัดหรือศาสนา.

(3) ส่วนบุญที่ผู้ทําอุทิศให้แก่ผู้ตาย.

เมื่อเอ่ยถึง “กัลปนา” มักพูดกันว่า “ที่กัลปนา” เนื่องจากเดิมนั้น “กัลปนา” มักได้จากค่าเช่าที่ดินเป็นส่วนใหญ่ จึงเรียกที่ดินนั้นว่า “ที่กัลปนา” ความเป็นจริง “กัลปนา” หมายถึงผลประโยชน์อันเกิดจากที่ดิน ไม่ใช่หมายถึงตัวที่ดิน

สรุปว่า “กัลปนา” หมายถึง ผลประโยชน์อันเกิดจากที่ดินหรืออาคาร (เช่นค่าเช่า) ซึ่งเจ้าของหรือผู้มีสิทธิ์ยกถวายให้วัด (ถวายให้เฉพาะผลประโยชน์ แต่สิทธิทั้งปวงในที่ดินหรืออาคารนั้นยังคงเป็นของเจ้าของโดยสมบูรณ์) ตามนัยนี้ ผลประโยชน์อันเกิดจากทรัพย์สินหรือการประกอบการอื่นๆ ก็สามารถถวายเป็น “กัลปนา” ได้ เช่น เจ้าของรถแท็กซี่มีรถหลายคันยกค่าเช่ารถแท็กซี่คันหนึ่งถวายเป็นกัลปนา หรือเจ้าของบริษัทอุทิศกำไรสุทธิ 3% จากการประกอบการถวายเป็นกัลปนา เป็นต้น

คำว่า “กัลปนา” หรือ “ที่กัลปนา” มักพูดคู่กับ “ที่ธรณีสงฆ์” (ดู “ธรณีสงฆ์”)

: ดอกเบี้ย ใช้ได้แค่ชีวิตนี้เป็นทุน

: ดอกบุญ ใช้เป็นทุนไปได้ถึงปรโลก

19-2-58

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย