บาลีวันละคำ

กายสังสัคคะ (บาลีวันละคำ 4,913)

กายสังสัคคะ

ห้ามพระถูกตัวสตรี

อ่านว่า กา-ยะ-สัง-สัก-คะ

ประกอบด้วยคำว่า กาย + สังสัคคะ 

(๑) “กาย” 

บาลีอ่านว่า กา-ยะ รากศัพท์มาจาก –

(1) กุ (สิ่งที่น่ารังเกียจ, สิ่งที่น่าเกลียด) + อาย (ที่มา, ที่เกิดขึ้น), “ลบสระหน้า” คือ อุ ที่ กุ (กุ > )

: กุ > + อาย = กาย แปลตามศัพท์ว่า “ที่เกิดขึ้นของสิ่งที่น่ารังเกียจทั้งหลาย

(2) (อวัยวะ) + อายฺ (ธาตุ = ไป, เป็นไป), + (อะ) ปัจจัย

: + อายฺ = กายฺ + = กาย แปลตามศัพท์ว่า “ที่เป็นที่เป็นไปแห่งอวัยวะทั้งหลาย

(3) กาย (ร่างกาย) + ปัจจัย, ลบ  

: กาย + = กายณ > กาย แปลตามศัพท์ว่า “ที่เกิดขึ้นแห่งส่วนย่อยทั้งหลายเหมือนร่างกาย” (คือร่างกายเป็นที่รวมแห่งอวัยวะน้อยใหญ่ฉันใด “สิ่งนั้น” ก็เป็นที่รวมอยู่แห่งส่วนย่อยทั้งหลายฉันนั้น)

กาย” (ปุงลิงค์) หมายถึง ร่างกาย; กลุ่ม, กอง, จำนวนที่รวมกัน, การรวมเข้าด้วยกัน, ที่ชุมนุม (body; group, heap, collection, aggregate, assembly)

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

กาย, กาย– : (คำนาม) ตัว เช่น ไม่มีผ้าพันกาย, มักใช้เข้าคู่กับคำ ร่าง เป็น ร่างกาย, ใช้เป็นส่วนท้ายของสมาส หมายความว่า หมู่, พวก, เช่น พลกาย = หมู่ทหาร. (ป., ส.).”

(๒) “สังสัคคะ

เขียนแบบบาลีเป็น “สํสคฺค” อ่านว่า สัง-สัก-คะ รากศัพท์มาจาก สํ (คำอุปสรรค = พร้อมกัน, ร่วมกัน) + สชฺ (ธาตุ = เกี่ยว, เกี่ยวข้อง, ติดต่อ, กอด) + ปัจจัย, ลบ , ซ้อน คฺ ระหว่างธาตุกับปัจจัย (สชฺ + + ) แปลง ชฺ ที่สุดธาตุเป็น  

: สํ + สชฺ = สํสชฺ + + = สํสชคณ > สํสชค > สํสคฺค (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “อาการที่เกี่ยวข้องกัน” หมายถึง การติดต่อ, ความเกี่ยวข้อง, การสมาคม (contact, connection, association)

กาย + สํสคฺค = กายสํสคฺค (กา-ยะ-สัง-สัก-คะ) แปลว่า “การเกี่ยวข้องกันด้วยกาย

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “กายสํสคฺค” ว่า bodily contact, sexual intercourse 

พจนานุกรม บาลี-ไทย-อังกฤษ ฉบับภูมิพโลภิกขุ (ซึ่งใช้พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ เป็นต้นฉบับ) แปลคำว่า bodily contact, sexual intercourse เป็นไทยว่า “ความคลุกคลีทางกาย, การร่วมประเวณี” 

ผู้เขียนบาลีวันละคำเห็นว่า sexual intercourse น่าจะมีความหมายเพียงแค่การจับต้องเนื้อตัวหรือการเคล้าคลึงด้วยความกำหนัด ยังไม่ขั้นร่วมประเวณี

กายสํสคฺค” เขียนแบบคำไทยเป็น “กายสังสัคคะ” 

ขยายความ :

อาบัติสังฆาทิเสสที่ว่าด้วย “กายสังสัคคะ” ข้อความในตัวบทเป็นดังนี้ –

…………..

โย  ปน  ภิกฺขุ  โอติณฺโณ  วิปริณเตน  จิตฺเตน  มาตุคาเมน  สทฺธึ  กายสํสคฺคํ  สมาปชฺเชยฺย  หตฺถคาหํ  วา  เวณิคาหํ  วา  อญฺญตรสฺส  วา  อญฺญตรสฺส  วา  องฺคสฺส  ปรามสนํ  สงฺฆาทิเสโสติ  ฯ  

อนึ่ง ภิกษุใดกำหนัดแล้ว มีจิตแปรปรวนแล้ว ถึงความเคล้าคลึงด้วยกายกับมาตุคาม จับมือก็ตาม จับช้องผมก็ตาม ลูบคลำอวัยวะอันใดอันหนึ่งก็ตาม เป็นสังฆาทิเสส

ที่มา: 

คำบาลี: สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ 2 มหาวิภังค์ ภาค 1 พระไตรปิฎกเล่ม 1 ข้อ 377

คำแปล: วินัยมุข เล่ม 1 พระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

…………..

มีคำไขความหรือจำกัดความถ้อยคำในตัวสิกขาบทไว้ดังนี้ –

…………..

กายสํสคฺคํ  สมาปชฺเชยฺยาติ  อชฺฌาจาโร  วุจฺจติ  ฯ 

คำว่า กายสํสคฺคํ  สมาปชฺเชยฺย (ถึงความเคล้าคลึงด้วยกาย) คือที่เรียกกันว่า อัชฌาจาร 

…………..

หมายเหตุ: คำว่า “อัชฌาจาร” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายไว้ว่า ความประพฤติชั่ว, การล่วงมรรยาท, การละเมิดประเพณี 

…………..

คำว่า “ปรามสนํ = ลูบคลำ” หมายถึง –

อามสนา = ถูก

ปรามสนา = คลำ

โอมสนา = ลูบลง

อุมฺมสนา = ลูบขึ้น

โอลงฺฆนา = ทับ

อุลฺลงฺฆนา = อุ้ม

อากฑฺฒนา = ฉุด

ปฏิกฑฺฒนา = ผลัก

อภินิคฺคณฺหนา = กด

อภินิปฺปีฬนา = บีบ

คหณํ = จับ

ฉุปนํ = ต้อง

…………..

อาการแต่ละอย่างขยายความไว้ดังนี้ –

อามสนา  นาม  อามฏฺฐมตฺตา  ฯ 

ถูก คือเพียงถูกต้อง  

ปรามสนา  นาม  อิโต  จิโต  จ  สญฺโจปนา  ฯ 

คลำ คือจับเบา ๆ ไปข้างโน้นข้างนี้

โอมสนา  นาม  เหฏฺฐา  โอโรปนา  ฯ 

ลูบลง คือลูบลงเบื้องล่าง 

อุมฺมสนา  นาม  อุทฺธํ  อุจฺจารณา  ฯ 

ลูบขึ้น คือลูบขึ้นเบื้องบน 

โอลงฺฆนา  นาม  เหฏฺฐา  โอนมนา  ฯ 

ทับ คือกดลงข้างล่าง 

อุลฺลงฺฆนา  นาม  อุทฺธํ  อุจฺจารณา  ฯ 

อุ้ม คือยกขึ้นข้างบน 

อากฑฺฒนา  นาม  อาวิญฺชนา  ฯ 

ฉุด คือรั้งเข้ามา 

ปฏิกฑฺฒนา  นาม  ปฏิปณามนา  ฯ 

ผลัก คือผลักออกไป

อภินิคฺคณฺหนา  นาม  องฺคํ  คเหตฺวา  นิปฺปีฬนา  ฯ 

กด คือจับอวัยวะกดลง 

อภินิปฺปีฬนา  นาม  เกนจิ สห  นิปฺปีฬนา  ฯ 

บีบ คือบีบกับวัตถุบางอย่าง

คหณํ  นาม  คหิตมตฺตํ  ฯ 

จับ คือจับเฉย ๆ 

ฉุปนํ  นาม  ผุฏฺฐมตฺตํ  ฯ 

ต้อง คือเพียงแตะ 

ที่มา: สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ 2 มหาวิภังค์ ภาค 1 พระไตรปิฎกเล่ม 1 ข้อ 378-380

…………..

ทั้งหมดที่แสดงมานี้ คือความหมายของคำว่า “กายสังสัคคะ” = จับต้องตัว

ภิกษุมีใจกำหนัด จับต้องตัวสตรี เป็นอาบัติสังฆาทิเสส ซึ่งเป็นอาบัติหนักรองจากปาราชิก

แม้ไม่มีใจกำหนด จับต้องตัวสตรี ก็ยังมีความผิด เพราะร่างกายสตรี-แม้กระทั่งเด็กหญิงที่เพิ่งเกิด-จัดเป็นวัตถุอนามาส = สิ่งที่ภิกษุไม่ควรแตะต้อง

เพราะฉะนั้น ไม่แตะต้องเลย ปลอดภัยที่สุด ทั้งจากสายตาของสังคม ทั้งจากอารมณ์ของตัวเอง 

…………..

ดูก่อนภราดา!

: พยายามหาวิธีปฏิบัติตามพุทธบัญญัติกันเถิด

: ดีกว่าละเมิดพุทธบัญญัติแล้วพยายามหาวิธีอธิบายว่าไม่ใช่เรื่องเสียหาย

#บาลีวันละคำ (4,913)

24-11-68

…………………………….

ดูโพสต์ในเฟซบุ๊กของครูทองย้อย

…………………………….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้